ปกป้องช้าเกินไป - สหรัฐฯ เตรียมประกาศให้พืชและสัตว์ 23 ชนิด สูญพันธุ์!
ปกป้องช้าเกินไป - สหรัฐฯ เตรียมประกาศให้พืชและสัตว์ 23 ชนิด สูญพันธุ์!
U.S. Fish and Wildlife Service หน่วยงานด้านสัตว์ป่าของรัฐบาลสหรัฐ
เตรียมประกาศให้สัตว์ 22 ชนิดและพืช 1 ชนิด มีสถานะ “สูญพันธุ์”
ทั้ง 23 สายพันธุ์นี้ ประกอบไปด้วย นก 11 สายพันธุ์ หอยน้ำจืด 8 สายพันธุ์ ปลา 2 สายพันธุ์
ค้างคาวและพืชอีกอย่างละ 1 สายพันธุ์
ในบรรดานกที่ถูกนำออกจากรายชื่อสัตว์ใกล้สูญพันธุ์ ตัวอย่างเช่น นกหัวขวานปากงาช้าง
ซึ่งมีการพบเห็นครั้งสุดท้ายในรัฐลุยเซียนาในปี ค.ศ. 1944
หัวขวานปากงาช้าง เป็นนกหัวขวานที่มีขนาดใหญ่ที่สุดของอเมริกา
(ใหญ่เป็นอันดับสามของโลก) แต่อุตสาหกรรมการตัดไม้ในป่าเก่าแก่ทางใต้ ได้ทำลายถิ่นที่อยู่ของมัน
อีกชนิดคือ นกกระจิบบ๊าคแมน หนึ่งในนกเสียงไพเราะ และหาได้ยากที่สุดของอเมริกา
ไม่มีใครเห็นมันในประเทศมาตั้งแต่ปี 1962 บันทึกการพบเห็นการอพยพของนกครั้งล่าสุด
คือที่คิวบาในปี 1988 - เช่นกัน พวกมันสูญพันธุ์เพราะเสียที่อยู่อาศัย
เช่นเดียวกับชนิดอื่นๆ ซึ่งส่วนใหญ่ถูกระบุว่าสูญเสียถิ่นที่อยู่อาศัยเพราะการเปลี่ยนแปลงสภาพแวดล้อมโดยมนุษย์
หลังจากนี้ U.S. Fish and Wildlife Service จะเปิดรับการแสดงความคิดเห็นของสาธารณะเป็นเวลา 60 วัน
และจะประกาศขั้นสุดท้ายเรื่องการสูญพันธุ์ในวันที่ 29 ธันวาคม
ต่อคำประกาศดังกล่าว นักอนุรักษ์จาก Center for Biological Diversity (องค์กรไม่แสวงผลกำไร)
ประณามว่าหน่วยงานภาครัฐทำงานช้าเกินไป สัตว์เหล่านี้จึงต้องพบจุดจบอันน่าเศร้า และจากเราไปอย่างไม่คืนกลับ
ตามข้อมูลของการศึกษาเมื่อปี 2016 พบว่า แต่ละสายพันธุ์ต้องใช้เวลา “รอ” ไม่ต่ำกว่าทศวรรษ
กว่าจะถูกบรรจุอยู่ในรายชื่อสายพันธุ์ที่ต้องคุ้มครอง
นักอนุรักษ์ ยังกล่าวด้วยว่า สายพันธุ์ที่กำลังจะถูกประกาศให้สูญพันธุ์ไป
มีบางชนิดที่ติดอยู่ระหว่างการขึ้นทะเบียน แต่ ณ เวลานี้ คงไม่ทันเสียแล้ว
Center for Biological Diversity ได้เรียกร้องให้หน่วยงานของภาครัฐปฏิรูปการทำงานให้เร็วขึ้น
เนื่องจากยังมีสัตว์อีกหลายร้อยชนิดของประเทศตกอยู่ในความเสี่ยงต่อการสูญพันธุ์
นอกจากความล่าช้าแล้ว นักอนุรักษ์ยังขอให้หน่วยงานรัฐเพิ่มงบประมาณส่วนนี้ให้มากขึ้น
ข้อมูลในปี 2016 พบว่า ประมาณ 1 ใน 4 สปีชีส์ได้รับเงินน้อยกว่า 10,000 ดอลลาร์ต่อปี
เพื่อนำมาใช้ในการอนุรักษ์
ปัจจุบัน ประธานาธิบดีโจ ไบเดน ได้ขอเพิ่มงบประมาณด้านการอนุรักษ์สิ่งมีชีวิตที่ใกล้สูญพันธุ์เป็นเงินถึง 60 ล้านดอลลาร์
ซึ่งมากที่สุดในประวัติศาสตร์ของงานด้านนี้
แต่สุดท้ายก็ถูกสภาผู้แทนหั่นจนเหลือเพียง 17 ล้านดอลลาร์
การสูญพันธุ์ครั้งใหญ่ หรือที่ในปัจจุบันถูกเรียกว่าการสูญพันธุ์ครั้งที่ 6
กำลังดำเนินอยู่อย่างต่อเนื่อง และมีแนวโน้มว่าอัตราการสูญเสียจะเป็นไปอย่างรวดเร็ว
ในปี 2019 สหประชาชาติได้กล่าวเตือนว่า ผลกระทบจากกิจกรรมของมนุษย์
กำลังทำให้สิ่งมีชีวิตถึงหนึ่งล้านสายพันธุ์มีโอกาสเสี่ยงต่อการสูญพันธุ์
ในรายงานได้ระบุว่า อัตราการสูญพันธุ์ของสายพันธุ์สิ่งมีชีวิตกำลังสูงมากกว่าในอดีตตั้งแต่ 10 – 100 เท่า
จากค่าเฉลี่ยในช่วงเวลา 10 ล้านปีที่ผ่านมา
ปัจจัยสำคัญที่ทำให้เกิดการสูญพันธุ์ ประกอบด้วย การเพิ่มขึ้นของจำนวนประชากรมนุษย์บนโลก
ที่นำไปสู่การบริโภคที่เพิ่มขึ้นตาม การล่าสัตว์ การเสียถิ่นที่อยู่อาศัย มลพิษต่างๆ
และปฏิเสธไม่ได้ว่าวิกฤตโลกร้อนก็เป็นอีกตัวแปรใหญ่ที่เร่งพาชีวิตไปสู่จุดให้เร็วยิ่งขึ้น
โดยข้อมูลจากทีมวิจัยจากมหาวิทยาลัยแอริโซนา พบว่า หนึ่งในสามของพืชและสัตว์ทุกชนิด
ที่อาศัยอยู่บนโลกของเราอาจสูญพันธุ์ภายในเวลา 50 ปี จากวิกฤตโลกร้อน
หากอุณหภูมิเฉลี่ยเพิ่มขึ้นอีก 0.5 องศาเซลเซียส สิ่งมีชีวิตประมาณ 50% จะสูญพันธุ์ไปจากท้องถิ่นที่อาศัย
หรือในสถานการณ์ที่เลวร้ายที่สุด หากอุณภูมิเพิ่มเกินกว่า 2.9 องศาเซลเซียส สิ่งมีชีวิตราว 95% จะต้องพบกับจุดจบ
3 จังหวัดที่ถูกพูดถึงว่ามีคนถูกรางวัลที่ 1 บ่อยที่สุด
ขนตาร่วงทุกวันผิดปกติไหม? เรื่องเล็ก ๆ ใกล้ตาที่ควรรู้
หมูปิ้งโบราณ vs หมูปิ้งนมสด ต่างกันอย่างไร แบบไหนถูกใจคุณ
AI วิเคราะห์เลขท้าย 3 ตัวรางวัลที่ 1 งวดวันที่ 16 กรกฎาคม 2569
สิ่งที่ห้ามทำ หากเจอพะยูนเกยตื้น ช่วยผิดวิธีอาจเสี่ยงอันตราย
7 ไอเทมที่คนรวยจริง "ไม่คิดจะซื้อ" แต่อวดรวยชอบมี
10 รถจักรยานยนต์ยอดนิยมยุค 90 ที่คนไทยยังจำได้
เจาะลึกเลขอิทธิพลกระจกแปดทิศสะท้อนโชคและศาสตร์แก้เคล็ดเงาราหูอมทรัพย์ งวดวันที่ 16 กรกฎาคม 2569
5 ตำนานผีไทยที่เล่าขานไม่รู้จบ เรื่องหลอนที่โยงกับประวัติศาสตร์จริง
เชือกสีแดงบนไหล่ตำรวจ คืออะไร และมีไว้ใช้ทำหน้าที่อะไร?
ทำไมญี่ปุ่นต้องปิดประเทศกว่า 200 ปี และอะไรทำให้ต้องเปิดอีกครั้ง
จังหวัดอันดับหนึ่งของไทย ที่โดดเด่นเรื่องนางงามมากที่สุด
😐 ชวนเข้ามาดูวัตถุปริศนาที่คนขอความช่วยเหลือจากชาวเน็ตเพื่อให้รู้วัตถุลึกลับเหล่านี้คืออะไร 😯
