หน้าแรก ตรวจหวย โปรโมชั่น เว็บบอร์ด ควิซ การเงิน Pic Post
 
Page หาเพื่อน Chat หาเพื่อน Line หาเพื่อน Skype
 
อัลบั้ม แต่งรูป คำคม Glitter สเปซ ไดอารี่
 
เกมถอดรหัสภาพ เกม วิดีโอ
 
คำนวณ การเงิน ราคา BitCoin/Crypto
 
ติดต่อเว็บไซต์ลงโฆษณาลงข่าวประชาสัมพันธ์แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสมเงื่อนไขการให้บริการ
 
Login เข้าสู่ระบบ สมัครสมาชิก
 
ตรวจหวย วันที่ 1 ธันวาคม 2564 รางวัลที่1 077258
เว็บบอร์ด บอร์ดต่างๆค้นหาตั้งกระทู้

"อยู่ก่อนแต่ง" จะแน่ใจได้ยังไงว่าเราพร้อมย้ายมาอยู่ด้วยกัน

ก่อนที่จะเริ่มต้นใช้ชีวิตร่วมกัน มาลองอยู่เพื่อเรียนรู้กันก่อนดีไหม

 

      เมื่อยุคสมัยเปลี่ยนไปผู้หญิงผู้ชายที่ชอบพอกันมักจะเริ่มต้นการใช้ชีวิตอยู่ด้วยกันเพื่อเรียนรู้นิสัยใจคออย่างที่จะต้องใช้ชีวิตอยู่ในบ้านหลังเดียวกัน ได้เรียนรู้ข้อดีและข้อเสียของการก่อนที่จะตกลงปลงใจแต่งงานกันซึ่งก็นับว่าเป็นข้อดีของการอยู่ก่อนแต่งนะ เพราะบางครั้งถ้าแต่งงานกันไปแล้ว เพิ่งมารู้ว่าอยู่ร่วมกันไม่ได้ถือว่าเสียเวลากันสุดๆ เลย

 

 

แต่ด้วยขนบธรรมเนียมของไทยแล้ว การที่ผู้หญิงจะย้ายไปอยู่กับผู้ชายอาจจะโดนมองว่าไม่ใช่เรื่องที่ควรสักเท่าไหร่ แต่ถ้าหากว่าเราตัดสินใจอยากจะอยู่ก่อนแต่งกับแฟนให้เกิดปัญหาระหว่างเรากับเขาน้อยที่สุด คงต้องมาพิจารณากับเรื่องต่างๆ เหล่านี้กันดูก่อนค่ะ ว่าเราพร้อมแล้วจริงๆ ไหม?

 

1. ต้องการอะไรจากการอยู่ด้วยกัน

มาตอบคำถามข้อนี้ด้วยกันก่อนที่จะตัดสินใจย้ายมาอยู่ด้วยกันเถอะ ว่าที่อยู่ด้วยกันนี่ต้องการแค่เรียนรู้นิสัยของกันและกันว่าไปกันรอดไหม ถ้ารอดก็จะคิดถึงขั้นแต่งงานแต่งการกันลำดับต่อไป หรือแค่อยู่ด้วยกันเพราะฉันอยากใช้ชีวิตกับเธอ แต่ไม่สามารถให้คำตอบได้นะ ว่าอนาคตจะเป็นยังไงต่อไป แค่ใช้ชีวิตด้วยกันให้มีความสุขก็พอ เพราะความต้องการของแต่ละคู่ไม่เหมือนกัน แต่ก็ยังไงก็ควรที่จะมีเป้าหมายร่วมกันนะ

 

2. กำหนดเวลาไว้หน่อยก็ดีนะ

ถ้าคุณคาดหวังเรื่องการแต่งงานสร้างครอบครัวจริงๆ ให้กำหนดคร่าวๆ ไปเลย ว่าอยู่ด้วยกันกี่ปีแล้วจะแต่งงาน เพราะหลายๆ คู่ไม่เคยคุย ตกลงกันมาก่อน ทำให้อยู่กันไปเรื่อยๆ ไม่ได้ตกแต่งกันสักที หรืออย่างน้อยสุด 2-3 ปี ก็กลับมาดูความพร้อมอีกทีนะ อย่างน้อยก็ดีกว่าไม่กำหนดอะไรเลย ปล่อยไปเรื่อยๆ หรือการไม่กำหนดเวลาอาจทำให้คุณต้องมาพูดคุยเรื่องนี้กันบ่อยเกินความจำเป็นมากไป จนกลายเป็นการกดดันเขามากไปก็ด้วย

 

3. ทำใจหากว่าจะต้องย้ายออกสักวัน

ย้ายมาได้ก็ได้ออกได้นะ การย้ายออกจะทำได้ง่ายกว่ามากเนื่องจากว่าเรายังไม่ได้แต่งงานกัน เพราะโอกาสที่จะทะเลาะเบาะแว้งจนไม่อยากเจอ ไม่อยากเห็นหน้า อยากไปพักใจที่อื่นบ้างอาจจะมีเหมือนกัน คิดเผื่อเอาไว้แล้วหรือยังว่า ถ้ามีช่วงเวลานั้นจะไปอยู่ที่ไหน จะไปพักกับใครได้บ้าง หรือขั้นแย่ที่สุดหากเลิกกันขึ้นมาจริงๆ จะต้องไปอยู่ที่ไหนทำยังไงต่อ และที่พักอยู่ตอนนี้จะเป็นกรรมสิทธิ์ของเขาหรือของเรา (หากไม่ใช่ของใครสักคนมาตั้งแต่แรก) จะเก็บเอาไว้หรือขายทิ้ง เพื่อที่จะได้ไม่มีปัญหากันในภายหลังค่ะ

 

   

 

4. ตกลงเรื่องค่าใช้จ่ายกันให้ได้ก่อน

การอยู่ด้วยกันก็ย่อมมีค่าใช้จ่ายนอกจากเรื่องของตัวเองด้วยนะ อย่างน้อยก็ค่าเช่าหรือค่าผ่อนบ้าน (ถ้ามี) ค่าน้ำ ค่าไฟ ค่าอาหาร ค่าของใช้จุกจิกต่างๆ เพราะบางอย่างมันก็ใช้ร่วมกันได้ แต่หากต้องซื้อใครจะเป็นคนจ่ายล่ะ หรือว่าจะตกลงแบ่งค่าใช้จ่ายกันยังไง แบ่งกันจ่าย แชร์กันจ่าย เพราะเรื่องเงินๆ ทองๆ ถ้าไม่ตกลงกันให้ดี อยู่ๆ กันไปอาจจะมีปัญหาในอนาคตได้เช่นกัน

 

5. แบ่งหน้าที่งานในบ้าน

อยู่บ้านเดียวกัน แน่นอนว่ามีเรื่องต้องช่วยกันทำให้บ้านสะอาด มีความเป็นระเบียบด้วย ถ้าไม่ตกลงหน้าที่ให้ดีอาจเกิดปัญหาในภายหลังเอาได้ ว่าฉันทำอยู่คนเดียว เธอไม่ช่วยทำเลย ถ้าช่วยกันทำได้ก็จะดีที่สุด แต่ในชีวิตจริงจะทำกันได้หรือเปล่านะ เพราะแต่ละคนก็มักจะมีสิ่งที่ไม่ชอบและไม่อยากทำงานบ้านอยู่เหมือนกันทั้งนั้น หลายๆ คู่ต้องทะเลาะกันจากเรื่องนี้ก็มีมากอยู่นะ ไม่มีใครอยากจะอยู่ในสถานะคนรับใช้กันหรอก

 

6. ไม่จำเป็นต้องทำอะไรด้วยกันไปหมด

สิ่งหลักๆ ของคนอยู่ด้วยกันที่ควรทำพร้อมกัน คือ เข้านอน กับกินข้าว เพราะการกินข้าวพร้อมหน้ากันเป็นกิจกรรมของคนที่อยู่ด้วยกันที่มากกว่าเป็น Roommate นะ ส่วนการเข้านอนพร้อมกัน ก็จะไม่เป็นการรบกวนการนอนของกันและกันด้วย ถ้าคนหนึ่งนอนแต่อีกคนหนึ่งยังทำอะไรต่อมิอะไรที่รบกวนการนอนของอีกคนอยู่ มันก็ไม่โอเคเท่าไหร่แน่ๆ

 

ส่วนนอกนั้นก็ใช้ชีวิตตามปกติเหมือนเวลาเราอยู่คนเดียวก็ได้ ไม่ใช่ว่าฉันทำอะไรเธอต้องมาทำด้วย หรือว่าเธอทำอะไรฉันจะทำด้วยไปเสียหมด ไปไหนก็ไปด้วยแม้บางทีก็ไม่จำเป็นสักนิด แบบนี้จะสร้างความอึดอัดและจะไม่เหลือพื้นที่ส่วนตัวเลยเอาได้ อยู่ด้วยกันแบบเคารพพื้นที่ส่วนตัวของกันและกันนี่แหละ...ดีที่สุดแล้ว

 

   

 

สิ่งเหล่านี้คือสิ่งที่จะทำให้ผ่านการปรับตัวเพื่ออยู่ร่วมกันได้ เพราะการใช้ชีวิตกับคนที่ถูกเลี้ยงดูมาต่างกันไม่ใช่เรื่องง่ายเลยนะ ถ้าเขาถูกเลี้ยงดูมาแบบรักษาความสะอาด มีความรับผิดชอบ ให้เกียรติเราก็คงไม่น่าหนักและเหนื่อยใจเกินไป แต่ถ้าเขายังทำตัวเป็นเด็กที่ต้องมีคนคอยดูแลเสมอก็จะกลายเป็นภาระให้คุณได้ แต่มันก็คือข้อดีของการอยู่ก่อนแต่งนะ เพราะถ้าคุณตัดสินใจจะทดลองแล้ว ก็ใช้โอกาสนี้ให้คุ้มค่า เพื่อที่จะได้รู้ว่าเราจะเลือกถูกแล้ว หากว่าเขาจะมาเป็นส่วนหนึ่งในอนาคตของชีวิตเราค่ะ

 

   

 

✪ บทความ โดย : Akine_noxx

✿ เผยแพร่ครั้งแรกในเว็บ Spice/Pepper

❀ ฝากติดตาม กดไลค์ กดแชร์ คอมเม้นท์เป็นกำลังใจกันด้วยนะคะ

เนื้อหาโดย: Noxx
⚠ แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม 


โพสท์โดย: Noxx
เป็นกำลังใจให้เจ้าของกระทู้โดยการ VOTE และ SHARE
Hot Topic ที่น่าสนใจอื่นๆ
ด้วยความหวังดี! "หนุ่ม กรรชัย" ฝากเตือน "ดาราตัวประกอบเบนซ์เหลือง" อย่าให้คนด่า ลั่น "วงการบันเทิงอะเนอะ"สุดอลังการ! ชุดประจำชาติ ปังไม่ไหวยืนหนึ่งที่สุด "มิสแกรนด์" อินเตอร์เนชั่นแนล 2021“พระมหาไพรวัลย์” โพสต์เศร้า!! คืน “กุฏิ” ให้กับสำนักเรียน วัดสร้อยทองแล้วช็อตฮาสัตว์โลก : นี่เจ้าแมว !!! เห็นเราเป็นงูหน่อยดิ....กลัวกันนิดเนง....เกรงใจกันบ้าง...."หมอวรงค์" ทนไม่ไหว ออกโรง save "น้องลูกหนัง" ยกเป็นลูกสาววีรบุรุษพันธมิตรฯจุดlสียวสุด!รถไฟฟ้าสายสีเหลืองดุมาก!"บัวขาว"สุดทนเดือด!อาระวาดทั่วเวที ทำเอาฝรั่งกลัวหัวหด!กรี๊ดสลบ!! หนุ่มหล่อจับงูใหญ่มากก#งูจงอางอ่างบางพระรีบดูด่วน! เปิดเลขธูปแม่น้ำหนึ่ง 3 ตัวตรงๆ ใครไม่ซื้อพลาดมาก"กงยู" พระเอกสุดฮอต เปิดแอ็คเคาท์ "IG" ของตัวเองอย่างเป็นทางการแล้วปิดฉากสวนชูวิทย์
กระทู้อื่นๆในบอร์ด ความรัก, ประสบการณ์ชีวิต
6 สัญญาณเหล่านี้บอกคุณว่า คุณกำลังเปลี่ยนเเปลงไปในทางที่ดีขึ้นทำไมแม่ไม่ส่งหนูเรียนพระราชดำรัสของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศรมหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราชบรมนาถบพิตร (รัชกาลที่ ๙)ของสมมติ ยังไงๆ ก็ไม่ใช่ของจริง
ตั้งกระทู้ใหม่