ถอยรถสักคนมีค่าใช้จ่ายแฝงที่ตามมาอะไรบ้าง
อยากมีรถไว้ใช้สักคันหนึ่ง จะต้องจ่ายเงินมากขนาดนี้เลยนะหรือ?
การที่จะออกรถสักคันหนึ่งนั้น ไม่ได้มีเพียงแค่วางค่าดาวน์รถ จ่ายค่าผ่อนรถ และค่าน้ำมันที่จะต้องจ่ายเพียงเท่านั้นนะ ยังมีค่าใช้จ่ายอื่นๆ ตามมาอีกมากมายเลย สำหรับการที่จะมีรถเอาไว้ใช้สักคันดังนั้นก่อนที่คุณจะตัดสินใจมีรถเอาไว้ใช้ ควรมาทำความเข้าใจสักหน่อย ว่าหลังจากที่มีรถหนึ่งคันนั้นแล้วจะมีค่าใช้จ่ายอะไรอีกบ้าง
1. ค่าบำรุงรักษา
รถทุกคันย่อมต้องมีการดูแลรักษาเครื่องยนต์กันอยู่แล้ว หากใช้งานมาหนึ่งปี หรือหนึ่งหมื่นกิโลเมตรก็ต้องมาเช็คสักกันสักครั้ง ยิ่งใช้นานสภาพก็จะยิ่งเสื่อมโทรมสึกหรอลงไป ในรถที่เป็นรุ่นพิเศษรุ่นเฉพาะ ก็จะมีการดูแลที่เป็นพิเศษซึ่งต้องมีใช้ค่าใช้จ่ายมากยิ่งขึ้นไปอีกด้วย อย่างน้อยๆ ก็ต้องมีค่าใช้จ่ายอยู่ที่ปีละ 5,000-10,000 บาท แล้วนะ
2. ค่ายางรถยนต์
รถยนต์จะวิ่งได้ดีแค่ไหนก็อยู่ที่สภาพของยางรถยนต์นั่นเอง เราจะปล่อยปะละเลยเรื่องคุณภาพของยางรถยนต์ไม่ได้เลยเชียว ตามปกติแล้วจะต้องเปลี่ยนยางทุกๆ 2 ปี หรือว่า 50,000 กิโลเมตร แต่บางครั้งการใช้งานหนักหรือสภาพท้องถนน ก็อาจจะทำให้สภาพยางที่เราใช้นั้นเสื่อมลงเร็วกว่านั้น ซึ่งเราก็ไม่ควรที่จะประมาทฝืนใช้ต่อหากว่ายางเริ่มมีปัญหา เพราะอาจจะทำให้เกิดอุบัติเหตุสร้างความเสียหายต่อชีวิตและรถทั้งคันได้ ซึ่งราคาของยางจะถูกหรือแพง ก็ขึ้นอยู่กับรุ่นและยี่ห้อ แต่โดยเฉลี่ยแล้วก็ตกชุดนึงไม่ต่ำกว่า 10,000-20,000 บาท แล้วนะ
3. ค่าพรบ.รถ
เป็นค่าประกันภัยรถยนต์ ที่เป็นการบังคับทำตามพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถ ปี พ.ศ. 2535 มีค่าใช้จ่ายอยู่ที่ 600-1,200 บาทต่อปี ซึ่งราคาจ่ายมากหรือน้อยก็แล้วแต่ประเภทของรถยนต์ ซึ่งบางที่ก็อาจจะต้องซื้อแยกจากประกันภัยรถยนต์ต่างหากด้วยนะ แต่ในเมื่อเขาบังคับมาจะไม่จ่ายก็ไม่ได้อย่างแน่นอนล่ะ เพราะโดนค่าปรับนี่จ่ายหนักกว่ากันเยอะเลย
4. ค่าต่อทะเบียนรถ
เรียกให้เข้าใจได้ง่ายๆ ว่าเป็นการเสียค่าภาษีรถยนต์ประจำปี ยิ่งถ้าเรามีรถยนต์ขนาดใหญ่ เครื่องยนต์ขนาดใหญ่ก็ยิ่งต้องเสียภาษีในส่วนนี้แพงขึ้นไปด้วย และรถยนต์ที่มีอายุเกิน 7 ปี จะต้องนำรถไปตรวจสภาพก่อนเสียภาษีด้วย ค่าใช้จ่ายในส่วนนี้ตกอยู่ที่ประมาณ 2,000-3,000 บาทต่อปีค่ะ
5. ค่าประกันรถ
เป็นค่าใช้จ่ายส่วนที่ทำให้เรารู้สึกว่ามีประโยชน์น้อยที่สุด ต้องเสียทั้งๆ ที่ไม่ได้ใช้ แต่ว่าไม่เสียเลยก็คงไม่ได้ เพราะถ้าหากเกิดอุบัติเหตุมาเราอาจจะต้องมีค่าเสียหายต้องจ่ายหนักมากยิ่งกว่าการเสียประกันเอาไว้ก่อนแบบนี้ มีให้เลือกเป็นประกันชั้น 1-3 ราคาก็แล้วแต่ข้อเสนอของแต่ละบริษัทประกันภัยที่กำหนดจะให้เบี้ยประกันว่ามีค่าใช้จ่ายอยู่ระดับไหน และค่าประกันรถก็จะแพงกว่าค่าประกันบ้านด้วยเนื่องจากมีการใช้ขับขี่ไปไหนต่อไหนที่จะทำให้เกิดความเสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุได้มากกว่า ยิ่งเป็นรถที่แพงก็ยิ่งมีค่าเบี้ยประกันสูงขึ้นตามไปอีก ค่าเบี้ยประกันรถชั้น 1 จะตกอยู่ที่ประมาณ 13,000-20,000 บาทต่อปีค่ะ
6. ค่าที่จอดรถ
ไม่ว่าจะเป็นการจอดรถในที่ทำงาน หรือในส่วนของที่พัก แม้กระทั่งยามที่ไปท่องเที่ยวก็ยังมีการเรียกเก็บค่าจอดรถในบางแห่งอีกด้วย โดยเฉพาะในเมืองที่มีความแออัดคับแคบของการใช้พื้นที่ต่างๆ ไม่ใช่ว่าทุกที่จะสามารถจอดฟรีได้หมด ยิ่งเป็นย่านธุรกิจการค้าแล้วโอกาสจอดฟรียิ่งน้อยมากเลยทีเดียว ค่าใช้จ่ายก็แล้วแต่ตามสถานที่แต่ละแห่งจะกำหนดไว้ ถ้าเราจำเป็นจะต้องจอดอยู่เป็นประจำ หรือเป็นระยะเวลานานๆ บางทีการจ่ายแบบเหมารายเดือนก็อาจจะทำให้ถูกลงไปสักนิด แต่โดยเฉลี่ยก็ต้องเสียกันไป 2,000-5,000 บาทกันต่อเดือนเลยทีเดียวนะ
7. ค่าทางด่วน
สำหรับคนที่ทำงานไกลบ้าน ต้องการหลีกเลี่ยงเส้นที่รถติดลดระยะทางและระยะเวลาในการเดินทาง การขึ้นทางด่วนก็เป็นค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมที่ หรือการเดินทางไปต่างจังหวัดอาจจะจำเป็นต้องเสีย เพื่อร่นระยะเวลาในการเดินทางให้น้อยลงด้วย บางคนก็มีความจำเป็นต้องใช้ทางด่วนทุกวัน ทำให้ค่าเฉลี่ยในการใช้จ่ายส่วนนี้อาจจะสูงถึง 2,500-3,000 บาท ต่อเดือนเลยทีเดียวนะ
8. ค่าล้างรถ
คนเราในฐานะคนที่มีรถใช้แล้ว ทุกคนย่อมมีความรักและห่วงแหนทรัพย์สินที่เป็นรถยนต์ของตัวเองมาก การที่จะปล่อยให้รถมีความสกปรกดูไม่ได้ดู ก็คงเป็นเรื่องที่ไม่ควรเป็นอย่างยิ่ง หรือถ้าภายในรถอาจจะลบไปสักหน่อย แต่อย่างน้อยภายนอกรถก็ควรที่จะต้องดูดีไม่มีฝุ่นเกาะ และแม้ว่าเราจะเช็ดล้างทำความสะอาดรถยนต์ด้วยตัวเองได้ แต่ด้วยชีวิตที่เร่งรีบและวุ่นวายในทุกวันนี้ จะมีสักกี่คนที่ล้างรถเองกันล่ะ ยอมเสียเงินจ้างเอามันสะดวกกว่าจริงๆ จะจ้างเป็นครั้งคราว หรือเสียเป็นรายเดือนก็แล้วแต่เจ้าของรถแต่ละคนล่ะนะ ยิ่งเป็นคนเนี้ยบเท่าไหร่ ยิ่งยอมเสียเงินมากเท่านั้นจริงๆ นะ บอกเลย...
9. ค่าใช้จ่ายอื่นๆ
นอกจากของประดับตกแต่งเพื่อความเท่หรือความสวยงามแล้ว เดี๋ยวนี้สิ่งที่ขาดไม่ได้เลย ก็คือกล้องติดหน้ารถยนต์ ควรต้องมีติดรถเอาไว้ เพราะว่าอุบัติเหตุอาจจะเกิดขึ้นเมื่อไหร่ก็ได้ ดังนั้นแล้วการที่เรามีกล้องติดรถเอาไว้ก่อนก็จะสามารถทำให้เช็คได้ว่า เหตุการณ์ในแต่ละครั้งใครเป็นคนผิดคนถูกด้วย ถ้าอยากได้กล้องที่มีคุณภาพดีแล้วก็ต้องลงทุนในราคาที่สูงไม่ใช่น้อยเลยทีเดียว หรือถ้าบางคนกลัวการขับรถหลงทางบ่อยๆ ก็อาจจะมีการติดตั้ง GPS เอาไว้ในรถเพิ่มเติมอีกด้วย เป็นต้น
ดังนั้นแล้วสิ่งเหล่านี้จึงมองข้ามไม่ได้เลยทีเดียว ถ้าหากว่าเราอยากจะมีรถยนต์ไว้ใช้สักคัน คุณเองก็จะต้องมีเงินส่วนนี้เตรียมไว้ให้พร้อม สำหรับค่าใช้จ่ายอื่นๆ ที่จะตามมาหลังจากที่มีรถยนต์ด้วย ไม่อย่างนั้นการมีรถคันหนึ่งแทนที่มีแล้วจะช่วยให้สะดวกสบาย อาจจะกลายเป็นภาระที่หนักมากสำหรับคุณหลังจากที่มีรถแล้วก็ได้นะ
คิดว่าค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวกับรถนั้น คุ้มค่ากับการมีรถสักคันของคุณหรือไม่?
✪ บทความ โดย : Akine_noxx
✿ เผยแพร่ครั้งแรกในเว็บ Spice/Pepper
❀ ฝากติดตาม กดไลค์ กดแชร์ คอมเม้นท์เป็นกำลังใจกันด้วยนะคะ
เขียนโดย Noxx
จังหวัดในประเทศไทย ที่ไม่มีห้างสรรพสินค้าขนาดใหญ่ตั้งอยู่เลย
ค่าดองสาวลาวปัจจุบัน เรียกกันเท่าไหร่ ต้องเตรียมอะไรบ้าง
ต้อง Restart มือถือทุกวันไหม? คำตอบที่ผู้ใช้สมาร์ทโฟนควรรู้
รู้จัก Toby เจ้าเหมียว 28 นิ้วเท้า ที่ขึ้นแท่นแมวสุดพิเศษของกินเนสส์
ทำไมในตู้เย็นเย็น แต่ข้างหลังตู้กลับร้อน
นักศึกษาฝึกงานทิ้ง Rolex ลงถังขยะ ศาลชี้ใครต้องรับผิดชอบ
สถิติหวยออกวันพุธย้อนหลัง แนวโน้มเลขซ้ำและรูปแบบที่คนชอบใช้วิเคราะห์
ปิดฉาก "เจาะลึกทั่วไทย" บนจอช่อง 9 อสมท หลังอยู่มา 7 ปี
ปิงปองเกิดขึ้นได้อย่างไร จากเกมเล่นในบ้านสู่กีฬาโอลิมปิก
หวยลาว 30 มิถุนายน 2569รวมเลขเด่นในกระแสโซเชียล
หอดูดาวอวกาศ Swift กำลังเสียระดับ นาซาส่งยานหุ่นยนต์ช่วยก่อนสายเกินไป
เทย์เลอร์ สวิฟต์–ทราวิส เคลซี ถูกจับตาข่าวแต่งงานลับที่นิวยอร์ก
5 มือถือกล้องเทพปี 2026 ถ่ายรูปสวย ใกล้เคียงกล้องใหญ่แค่ไหน
นักศึกษาฝึกงานทิ้ง Rolex ลงถังขยะ ศาลชี้ใครต้องรับผิดชอบ
หอดูดาวอวกาศ Swift กำลังเสียระดับ นาซาส่งยานหุ่นยนต์ช่วยก่อนสายเกินไป
รู้จัก Toby เจ้าเหมียว 28 นิ้วเท้า ที่ขึ้นแท่นแมวสุดพิเศษของกินเนสส์
ปิดฉาก "เจาะลึกทั่วไทย" บนจอช่อง 9 อสมท หลังอยู่มา 7 ปี
ทำไมในตู้เย็นเย็น แต่ข้างหลังตู้กลับร้อน




