ทำไมไม่มีใครรู้ว่าฮัวมู่หลานเป็นผู้หญิงเมื่ออยู่ในกองทัพ?
เขียนโดย มะม่วงแอปเปิ้ล
มีวีรสตรีมากมายในประวัติศาสตร์จีน ฮัวมู่หลานเป็นหนึ่งในวีรสตรีที่ทุกคนรู้จักดี วันนี้เรามาดูเรื่องราวที่น่าสนใจเกี่ยวกับเธอกัน
ในสมัยราชวงศ์เว่ยเหนือ ชนเผ่าเร่รอน โร๋ร๋าน เข้ามารุกรานและตั้งถิ่นฐานอยู่ในประเทศจีน ด้วยระบอบการปกครองของชนเผ่านั้นค่อยๆ พัฒนาและมีเสถียรภาพมากขึ้นเรื่อยๆ เพื่อปกป้องการรุกรานจากชนเผ่าดังกล่าวบริเวณชายแดน จักรพรรดิแห่งเว่ยเหนือจำเป็นต้องเกณฑ์ทหารจำนวนมากเข้ากองทัพ โดยมีข้อกำหนดว่าทุกครอบครัวจะต้องส่งผู้ชายเข้ากองทัพหนึ่งคน พ่อของฮัวมู่หลานเป็นทหาร แต่เพราะความชราภาพและป่วย จึงไม่สามารถไปสนามรบ โดยไม่มีทางเลือกใดๆ ฮัวมู่หลานจึงจำเป็นต้องไปแทนพ่อ ในระหว่างที่อยู่ในกองทัพกว่า 10 ปี เธอมีฝีมือในการรบดีกว่าผู้ชาย ทุกครั้งที่เธอออกรบก็สามารถทำผลงานได้อย่างยอดเยี่ยม เมื่อกลับบ้านเกิด เธอก็ยิ่งมีชื่อเสียง
เหตุการณ์ผ่านมาแล้วเป็นเวลาหลายพันปี เธอเป็นวีรสตรีที่เราชื่นชมในความสามารถมาโดยตลอด เรื่องราวของเธอถูกดัดแปลงนำไปสร้างเป็นภาพยนตร์และละครโทรทัศน์หลายต่อหลายเวอร์ชั่น ซึ่งทุกเวอร์ชั่นได้รับการต้อนรับจากผู้คนทั่วโลก ความจริงแล้วมีบันทึกเกี่ยวกับมู่หลานไม่กี่แห่งในประวัติศาสตร์ ดังนั้นเราพอที่จะวิเคราะห์ถึงสาเหตุที่ไม่มีใครรู้ว่าฮัวมู่หลานเป็นผู้หญิงเมื่ออยู่ในกองทัพได้เป็นข้อๆ ดังนี้
1. สาเหตุที่หนึ่ง นั่นคือขั้นตอนในการเกณฑ์ทหารมีความหละหลวม นอกจากนี้มู่หลานยังใส่เสื้อเกราะและอาวุธยุทโธปกรณ์ที่หนา ทำให้ดูเหมือนผู้ชายมากกว่าผู้หญิง
2. สาเหตุที่สอง เวลานั้นราชวงศ์เว่ยเหนือมีปัญหาทั้งภายในและภานนอกประเทศ ประชาชนกินไม่อิ่ม เป็นยุคข้าวยากหมากแพง และผู้คนส่วนใหญ่ก็มีรูปร่างผอม และด้วยเหตุนี้ฮัวมู่หลาน เมื่อใส่ชุดผู้ชาย ก็ไม่มีใครสงสัยว่าเป็นผู้หญิง
3. เหตุผลประการที่สามคือฮัวมู่หลานเกิดในราชวงศ์เว่ยเหนือ เป็นชาติพันธุ์เซียนเป่ย ผู้หญิงของชาติพันธุ์นี้จะมีรูปร่างค่อนข้างสูงใหญ่ เมื่อเทียบกับผู้ชายแล้วมีความแตกต่างกันเล็กน้อย ยากที่จะแยกแยะได้ และเธอยังเป็นผู้ฝึกศิลปะการต่อสู้อีกด้วย ตั้งแต่วัยเด็ก เธอฝึกศิลปะการต่อสู้กับพ่อของเธอ ดังนั้นรูปร่างของเธอจึงแข็งแรงกว่าผู้หญิงทั่วไปโดยธรรมชาติ
ตอนจบของฮัวมู่หลานมีสองเวอร์ชันที่แตกต่างกัน เวอร์ชันแรก ว่ากันว่าหลังจากฮัวมู่หลานกลับมาอย่างมีชัยหลังจากต่อสู้มาหลายปี จักรพรรดิแห่งราชวงศ์เว่ยเหนือพระราชทานรางวัลให้ พระองค์ทรงให้อภัยเธอที่หลอกลวงกองทัพ เพื่อตอบแทนความดีความชอบและจึงแต่งตั้งให้เธอเป็นขุนนางระดับสูง แต่อย่างไรก็ตามฮัวมู่หลานปฏิเสธการรับรางวัลนั้น เนื่องจากพ่อของเธออายุมากแล้ว จึงขอเดินทางกลับไปดูแลพ่อที่บ้านเกิด
เวอร์ชั่นที่สอง ฮัวมู่หลานฆ่าตัวตาย หลังจากเธอกลับมาจากสงคราม จักรพรรดิชื่นชมในชัยชนะของมู่หลานและให้เธอเข้าเฝ้าเป็นการส่วนพระองค์ และพระราชทานรางวัลให้ โดยให้ฮัวมู่หลานอยู่ในพระราชวังและต้องการให้เธอเป็นนางสนม ฮัวมู่หลานไม่ต้องการเช่นนั้นแต่ก็ไม่สามารถปฏิเสธจักรพรรดิได้โดยตรง และในคืนนั้น มีพระราชโองการมา แต่งตั้งให้ฮัวมู่หลานเป็นพระสนม ฮัวมู่หลานไม่สามารถปฏิเสธได้ แต่อ้างว่าตอนนี้เธอกำลังป่วยอยู่ขอให้รอไปก่อน เธอจึงรอดพ้นไปได้ครั้งหนึ่ง จักรพรรดิมีพระราชโองการมาอีกสามฉบับอย่างต่อเนื่อง ฮัวมู่หลานเห็นสถานการณ์เป็นแบบนี้ จึงฆ่าตัวตาย
ขณะนี้ยังไม่มีหลักฐานว่ามู่หลานมีอยู่จริง "มู่หลานฉือ" เป็นบทกวีที่กวีหลายคนเขียนขึ้นซึ่งมีหลายลักษณะในยุคต่างๆ แต่มันสะท้อนให้เห็นว่าผู้หญิงเข้าร่วมกองทัพในช่วงราชวงศ์เว่ยเหนืออย่างแน่นอน บางคนคาดเดาว่าฮัวมู่หลานอาจจะเป็นชนกลุ่มน้อยก็ได้ เป็นการคาดเดาที่สมเหตุสมผล แต่ในประวัติศาสตร์ไม่มีหลักฐานใดๆ ที่สามารถยืนยันได้ว่าต้นแบบของเธอคือใคร?
ที่มา: http://www.qulishi.com/article/202010/450900.html
เขียนโดย มะม่วงแอปเปิ้ล
10นามสกุลที่นำมาใช้จากชื่ออำเภอมากที่สุด
ประเทศที่นอนน้อยที่สุด
ชื่อจริงคนไทยซ้ำมากแค่ไหน สมชายยังนำอันดับ 1 เกือบ 5 แสนคน
7 ข้อผิดพลาดในการใช้แอร์ที่ทำให้ค่าไฟสูงกว่าที่ควร
ประเทศที่ "เงินเดือนวิศวกร" สูงที่สุดในโลก
ชุมชนคนไทยในเมืองนอก ที่มีขนาดใหญ่และมีคนไทยอยู่มากที่สุด
ประเทศยอดฮิตอันดับ 1 ที่คนไทยนิยมไปมากที่สุดในโลก
ทำไมคนเกาหลี-ญี่ปุ่น-จีน แทบไม่มีกลิ่นตัว คำตอบอยู่ที่ยีน ABCC11
ราคาทอง 30 เม.ย. 69 พุ่งแรง คนถือทองเช็กจังหวะก่อนขาย
4 วิธีถูพื้นบ้านหอมทั่วอย่างยาวนาน
สายเชีย วงศ์วิโรจน์ ชี้แจงเอง ไม่ใช่เจ้าของหาดทรายขาว
4 เมนูอาหารที่หายไปจากไทย
ประเทศที่แบนราบที่สุด พื้นที่อยู่ต่ำติดน้ำทะลมากที่สุดในโลก
10นามสกุลที่นำมาใช้จากชื่ออำเภอมากที่สุด







