ตู่โดนแฉ! โครงการ #คนละครึ่ง ลอกจากนโยบายของอังกฤษมา ไม่ได้คิดเองสักหน่อย

นี่ นายกฯ ต้องทำงาน แบบนี้!!
“บิ๊กตู่” คุยเลย! ผมนี่แหล่ะ คนคิด “โครงการ คนละครึ่ง” สุดฮิต
— Deep Blue Sea (@WassanaNanuam) December 16, 2020
ให้ไอเดีย ให้ระดับปฏิบัติไปคิดต่อยอด รายละเอียด
ยึดหลัก รัฐบาล ต้องจ่ายสมทบ
นี่ นายกฯ ต้องทำงาน แบบนี้!https://t.co/PSM9FTe2pD pic.twitter.com/mWEcLr1tzu
โครงการคนละครึ่ง..ไม่ใช่รัฐบาลประยุทธ์คิดขึ้นมา..แต่ลอกมาจากโครงการ "Eat Out to Help Out" หรือ "EOHO" ของรัฐบาลอังกฤษ.. pic.twitter.com/Nhs4bilTIg
— แมวเกเร (@Unrulycat2511) December 16, 2020
รายละเอียดของโครงการ
"คนละครึ่ง" ของอังกฤษ กระตุ้นคนกินดื่มนอกบ้าน
อังกฤษริเริ่มมาตรการ "Eat Out to Help Out" หรือ "EOHO"แบ่งเบาค่าใช้จ่ายประชาชนในการรับประทานอาหารนอกบ้านตั้งแต่วันที่ 3 -31 ส.ค. 63 เพื่อช่วยเหลือผู้ประกอบการร้านอาหารรายย่อย
วันนี้ (23 พ.ย. 63) กระทรวงการคลังของอังกฤษ เปิดเผยข้อมูลที่ระบุว่า จำนวนการใช้บริการร้านอาหารของผู้บริโภคในสัปดาห์แรกของโครงการ อยู่ที่ 10.5 ล้านครั้ง โดยมีร้านอาหาร ผับ คาเฟ่ โรงอาหาร ศูนย์อาหาร และร้านอาหารแบบสมาชิก จำนวน 83,068 แห่ง ลงทะเบียนเข้าร่วมโครงการ
ขณะที่หลังจากให้ส่วนลดแล้วรัฐบาลจะจ่ายเงินคืนให้กับร้านอาหารภายในเวลา 5 วันทำการ และพบว่าช่วงสัปดาห์แรกมีร้านอาหาร รับเงินคืนจากรัฐบาลแล้วเป็นจำนวน 10.54 ล้านครั้งซึ่งรัฐบาลได้เตรียมงบประมาณสำหรับโครงการนี้ไว้ที่ 500 ล้านปอนด์ หรือประมาณ 20,000 ล้านบาท
ด้านบริษัท "Open Table" ผู้ให้บริการจองร้านอาหาร เปิดเผยว่าในวันที่ 3 ส.ค. ซึ่งเป็นวันแรกของโครงการ มีจำนวนผู้ใช้บริการจองร้านอาหารเพิ่มขึ้น10% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันในปี 2562 ขณะเดียวกันบริษัทวิเคราะห์เศรษฐกิจ "Spring Board" เปิดเผยข้อมูลว่า โครงการนี้ช่วยกระตุ้นให้ผู้บริโภคออกมารับประทานอาหารนอกบ้านมากขึ้น และยังทำให้มีผู้บริโภคแวะเดินจับจ่ายในแหล่งช็อปปิ้งเพิ่มขึ้นระหว่างวันที่ 3-5 ส.ค. โดยเพิ่มขึ้น18.9% ในช่วงเวลาหลังมื้อค่ำ 18.00 น. และเพิ่มขึ้น 9.6% ในช่วงหลังมื้อเที่ยง ระหว่างเวลา 12.00-14.00 น.
ด้านนายกรัฐมนตรีบอริส จอห์นสัน ยอมรับว่าโครงการนี้ นอกจากกระตุ้นการกินดื่มใช้จ่ายร้านค้ารายย่อยแล้ว ยังช่วยลดจำนวนคนตกงานในอุตสาหกรรมบริการ อย่างไรก็ตามอาจจะมีผลกระทบต่อตัวเลขผู้ติดเชื้อโรคโควิด-19
ทั้งนี้ งานวิจัยของมหาวิทยาลัยวอร์วิค ชี้ว่าโครงการ "Eat Out to Help Out" ของกระทรวงการคลัง มีส่วนโดยตรงทำให้โควิด-19 กลับมาแพร่ระบาดรอบใหม่ และการแพร่ระบาดเริ่มลดลงเมื่อสิ้นสุดโครงการ โดยพบว่าเกิดคลัสเตอร์เพิ่ม 6 กรณี ทำให้มีผู้ติดเชื้อเพิ่ม 8-17% ระหว่างช่วงปลายเดือนส.ค. ถึงต้นเดือนก.ย.ที่ผ่านมา
สื่ออังกฤษรายงานว่า หลังจากมีกระแสตอบรับดี นายริชี ซูนัค รัฐมนตรีคลังบอกว่าโครงการ Eat Out to Help Out กำลังจะกลับมาใหม่ แต่ไม่ใช่ช่วงฤดูหนาวปีนี้ โดยทางกระทรวงการคลังอาจมีการพิจารณาว่าจะเป็นปีหน้า ภายหลังจบมาตรการล็อกดาวน์ และอาจจะมีวัคซีนใช้กันแล้ว ทำให้ความวิตกกังวลเกี่ยวกับการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 บรรเทาเบาบางลงและเริ่มกลับเข้าสู่ภาวะปกติ
ขอบคุณข้อมูล : TNNTHAILAND
เขียนโดย Noxx
จับตาทะเลแดง อิหร่านขอฮูตีเตรียมปิดช่องแคบบับเอลมันเดบ หากสหรัฐฯ เปิดฉากโจมตี
10 รถจักรยานยนต์ยุค 80 รุ่นดัง ที่หลายคนยังจดจำ
เหรียญ 10 มูลค่า 1 ล้านบาท
รัฐบาลทรัมป์ออกกฎใหม่ จำกัดเวลาพำนักวีซ่านักศึกษาและสื่อต่างชาติ
4 รถแห่ที่มีค่าจ้างที่แพงที่สุด
วิธีขอพรเทวดาประจำตัว 3 ขั้นตอน ตามแนวทางที่สืบทอดจากหลวงปู่ดู่
งูบินพาราไดซ์ นักร่อนแห่งพงไพรที่โบยบินได้โดยไม่ต้องมีปีก
ตุ๊กตาคุณแม่ตั้งครรภ์ ถอดหน้าท้องและนำทารกออกมาได้
ทำไม "ทรายจากทะเลทราย" ถึงเอามาสร้างตึกสร้างบ้านไม่ได้
มารู้จัก “ตะขบยักษ์” ผลไม้พื้นบ้านลูกโต รสหวาน ปลูกง่าย
ทําไมตัวอักษร L ถึงขึ้นต้นในคําว่า LGBTQ
10 นักร้องลูกทุ่งไทยที่มีค่าจ้างงานแสดงสูงที่สุด
งูบินพาราไดซ์ นักร่อนแห่งพงไพรที่โบยบินได้โดยไม่ต้องมีปีก
Why Pet Shampoo Is Different From Human Shampoo
10 เลขเด็ดเลขดัง "แม่ทำเนียนลอตเตอรี่" งวดวันที่ 1 สิงหาคม 69..คอหวยอย่าพลาด!!
ทําไมตัวอักษร L ถึงขึ้นต้นในคําว่า LGBTQ
จับตาทะเลแดง อิหร่านขอฮูตีเตรียมปิดช่องแคบบับเอลมันเดบ หากสหรัฐฯ เปิดฉากโจมตี
ผู้ชายก็เป็นมะเร็งเต้านมได้ รู้ยัง? เมื่อโรคที่หลายคนคิดว่าเป็นของผู้หญิง อาจเกิดขึ้นกับผู้ชายได้เช่นกัน

