สาเหตุที่คนอ้วนควรลดกินอาหารเค็ม
อ้วนไม่อ้วนก็ควรลดเค็มไว้ ก่อนโรคภัยไข้เจ็บจะถามหานะคะ
อาหารที่อร๊อยอร่อยซึ่งเรารับประทานกันอยู่ในแต่ละวันนั้น มักจะมีการปรุงแต่งรสชาติเยอะเป็นพิเศษ ซึ่งอาหารที่มีการปรุงแต่งรสเยอะๆ เหล่านี้นี่แหละ ที่มักจะมีปริมาณของเกลือหรือว่าโซเดียมสูง ซึ่งเราอาจจะบริโภคกันเกินอยู่ทุกวันแต่ว่าไม่เคยสังเกตกันเลย
ในปัจจุบันคนไทยบริโภคเกลือหรือโซเดียมเกินความจำเป็นคิดเฉลี่ยเป็น 2 เท่าจากปริมาณที่ร่างกายต้องการต่อวันคำแนะนำสำหรับปริมาณโซเดียมที่เหมาะสมอยู่ที่ไม่เกิน 2300 mg หรือประมาณ 1 ช้อนชา
แหล่งที่มาของโซเดียม
มักจะอยู่ในอาหารที่มีไว้สำหรับการปรุงอาหารเพิ่มรสชาติของอาหาร ไม่ว่าจะเป็นเกลือ น้ำปลา ซีอิ๊วขาว ผงชูรส ผงปรุงรส กะปิ น้ำมันหอย เครื่องพริกแกง น้ำปลาร้า และประเภทของอาหารที่มีโซเดียมสูงก็ได้แก่ อาหารกระป๋อง บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป ลูกชิ้น ไส้กรอก ขนมถุงกรุบกรอบ แคบหมู ไข่เค็ม อาหารตากแห้ง ผลไม้ดอง-แช่อิ่ม ขนมปังกรอบ เป็นต้น
ถ้าอยากจะผอมควรลดเค็ม เพราะ...
1. กระตุ้นฮอร์โมนหิว
อาหารเค็ม ส่งผลต่อฮอร์โมนเกรลิน โดยปกติจะถูกหลั่งออกมาจากเซลล์กระเพาะอาหาร เพื่อส่งสัญญาณบอกสมองว่ารู้สึกหิวแล้วสั่งให้ร่างกายรับประทานอาหาร ทั้งๆ ที่ยังไม่ถึงเวลาที่ควรกิน อีกทั้งผู้ที่ชอบรับประทานอาหารรสเค็มเป็นประจำ ก็จะมีพฤติกรรมของการกินหวานมากร่วมกันไปด้วย ดังจะเห็นได้ว่าหากว่าเรากินอาหารคาวที่มีรสเค็มรสจัดๆ เรามักจะรู้สึกอยากและกระหายน้ำหวาน น้ำอัดลมตามไปด้วย จึงเป็นสาเหตุทำให้ผู้ที่ชอบรับประทานอาหารรสเค็มมีความเสี่ยงต่อการมีน้ำหนักตัวเกิน และเป็นโรคอ้วนได้ง่ายค่ะ
2. เสี่ยงต่อความดันโลหิตสูง
โดยปกติแล้วระบบประสาทการรับรู้รสชาติของคนเรามักจะน้อยลงเมื่ออายุเพิ่มขึ้น ดังนั้นแล้วคนที่ชอบรับประทานอาหารรสเค็มรสจัดก็มักจะเพิ่มความเค็มมากขึ้นเรื่อยๆ ซึ่งส่งผลที่ไม่ดีต่อสุขภาพนั่นเอง ดังนั้นแล้วเราควรเช็คตัวเองอยู่เสมอว่า กินเค็มเกินกว่าปริมาณที่ร่างกายต้องการต่อวันหรือไม่อยู่อย่างสม่ำเสมอค่ะ
3. กินเค็มทำให้บวมน้ำ
แม้ว่าเกลือจะไม่มีไขมันและแคลอรี่ แต่ก็เป็นตัวการที่ทำให้ร่างกายมีอาการบวมน้ำได้ เพราะว่าเกลือจะไปทำให้สมดุลของน้ำในร่างกายเปลี่ยนไป ยิ่งได้รับเกลือเข้าไปในร่างกายมากเท่าไหร่ร่างกายก็จะยิ่งพยายามหาน้ำมาชมเชยมากขึ้นเท่านั้น สังเกตได้จากเวลาที่เรากินอาหารรสจัดหรือมีผงชูรสมาก เราจะรู้สึกกระหายน้ำสุดๆ ดื่มน้ำเท่าไหร่ก็ไม่หายหิวน้ำสักที ดังนั้นแล้วถึงแม้ว่าเราจะควบคุมการกินมากสักเท่าไหร่ ออกกำลังกายสักแค่ไหน แต่ว่าถ้ายังกินเค็มอยู่ก็จะทำให้น้ำหนักตัวเยอะอยู่ดี และยังบวมน้ำให้ดูอ้วนๆ อีกด้วยนะ
4. เสี่ยงต่อโรคแทรกซ้อนต่างๆ
การที่ร่างกายได้รับโซเดียมในปริมาณมากเกินไปติดต่อกันเป็นระยะเวลานาน จะนำพามาสู่การเป็นโรคอันตรายต่างๆ ได้อีกมากมาย ไม่ว่าจะเป็นโรคความดันโลหิตสูง โรคหลอดเลือดในสมองแตก โรคไต โรคหัวใจ รวมทั้งโรคกระดูกพรุนที่น่ากลัวกว่าอาการตัวบวมน้ำเยอะเลยล่ะ
ดังนั้นเพื่อการควบคุมน้ำหนักที่ได้ผลแล้ว ลองลดอาหารรสจัด-รสเค็มลงดูสิคะ แล้วจะค้นพบว่าตัวจะบวมน้อยลง ทำให้ดูผอมลง ไม่บวมแบบที่เคยเป็นมา อร่อยเพราะปรุงแต่งอาหารน้อยลงหน่อย จะช่วยให้สุขภาพดีได้อีกเยอะแล้วล่ะ
ยังติดกินอาหารรสเค็มอยู่หรือเปล่าคะ?
บทความ โดย : Akine_noxx
ฝากติดตาม กดให้ดาว กดแชร์ คอมเม้นท์เป็นกำลังใจกันด้วยนะคะ
"งูจงอาง" โผล่หน้ารถใช้เวลา 4 ชั่วโมง กว่าจะจับได้ คอหวยแห่ส่องเลขทะเบียนรถ
5 ประเทศในเอเชียที่มีการบริโภค ข้าวเหนียว มากที่สุด
10 ประเทศในทวีปเอเชีย ที่มีกองกำลังทหารแข็งแกร่งมากที่สุด
อำเภอพิเศษของประเทศไทย ที่ถูกประกาศจัดตั้งขึ้นพร้อมกัน
5 ยี่ห้อน้ำปลาร้าที่คนไทยนิยมมากที่สุด
เปิดวาร์ป 3 จุดที่ "แคบที่สุด" ในแผนที่ประเทศไทย! อยู่ตรงไหน มาดูกัน
จังหวัดล่าสุดของประเทศไทยที่ถูกยุบเลิก (ในทางประวัติศาสตร์)
แมวเพียงชนิดเดียวในประเทศไทย ที่ถูกขึ้นบัญชีให้เป็นสัตว์ป่าสงวน
เลขเด็ด "ทักษามหารานี" งวดวันที่ 16 กุมภาพันธ์ 69..ส่องเลย เลขไหนมาแรง!
เปิดแนวทางตัวเลข "อาจารย์เบียร์ คนตื่นธรรม" งวดวันที่ 16 กุมภาพันธ์ 2569
10 ไม้ประดับราคาแพงที่สุดในประเทศไทย
สื่อตปท.พูดถึงผลเลือกตั้งไทยอย่างไร?
วัดที่นักท่องเที่ยวต่างชาตินิยมมาที่สุดในประเทศไทย
สื่อตปท.พูดถึงผลเลือกตั้งไทยอย่างไร?
เชื่อหรือไม่ นี่คือเห็ดที่มีราคาแพงที่สุดในโลก เห็ดทรัฟเฟิล
บทเรียนราคาแพง "งูเห่าเลือกตั้ง 69" เมื่อการย้ายค่ายไม่ใช่คำตอบของชัยชนะ
ฮือฮา!ฮุน มาเนต ประดับยศ พลตำรวจตรี ให้ตำรวจวัยแค่ 27 ปี




