#ถูกที่ถูกเวลา"จากคนขายปลาล้มละลาย สู่มหาเศรษฐีเจ้าของไดโซะ (Daiso)"
"จากคนขายปลาล้มละลาย สู่มหาเศรษฐีเจ้าของไดโซะ (Daiso)"
คุณยาโนะ ฮิโรทาเคะ (Hirotake Yano) ประธานบริษัท 'ไดโซะ ซังเงียว' ร้านค้าที่ขายสินค้าราคา 60 บาททุกชิ้น หรือร้าน 100 เยนในประเทศญี่ปุ่น
กล่าวว่า
"ผมล้มเหลวมาหลายครั้ง มันทำให้ผมคิดว่า ไม่ว่าผมจะพยายามทำอะไรก็ตาม มันก็คงจะไม่สำเร็จ ยิ่งในช่วงยุคเงินเฟ้อ ผมคิดหลายครั้งว่าจะเลิกทำมันซะ มันดูไร้สาระที่จะขายของในราคาเดียว แต่ผมก็เดินหน้าต่อไปเพราะคิดว่าคงไม่มีอะไรที่ผมทำได้อีกแล้ว”
.
ก่อนจะมาเป็น Daiso ที่มีชื่อเสียงเช่นทุกวันนี้
คุณยาโนะเคยล้มละลายจากการทำบริษัทเพาะเลี้ยงปลาสายพันธุ์ฮามาชิหรือปลาหางเหลืองมาก่อน ซึ่งเป็นบริษัทที่รับช่วงต่อมาจากพ่อตาในช่วงที่คุณยาโนะมีอายุ 26 ปี การล้มละลายครั้งนี้สร้างหนี้สินเป็นจำนวนกว่า 7 ล้านเยน (ซึ่งตีเป็นเงินไทยประมาณ 2 ล้านกว่าบาท) คุณยาโนะและภรรยาตัดสินใจพาลูกหนีจากฮิโรชิม่าและหนี้สินที่มี มุ่งหน้าเข้าสู่โตเกียว
สมัครงานตามบริษัทเอกชนต่างๆ เช่น พนักงานโบว์ลิ่ง พนักงานขายสารานุกรม ที่ซึ่งก็ทำได้ประมาณ 3 เดือนแล้วก็เลิกเพราะเขาคิดว่าเขาไม่เหมาะกับสายงานนี้ แล้วก็ย้ายไปทำงานในบริษัทรีไซเคิลขยะ ซึ่งก็ถือว่าได้รับค่าตอบแทนดี เขาสามารถทยอยจ่ายหนี้ที่ติดค้างไว้อยู่ได้บ้าง แต่สุดท้ายก็ต้องกลับไปที่ฮิโรชิม่าเมื่อพ่อตานั้นขอมา ทำให้เขาต้องหางานใหม่ แต่เขาก็โยกจากงานนั้นไปงานนี้ เปลี่ยนงานไปเรื่อย นับรวมๆก็มากกว่า 9 งาน จนวันหนึ่งได้มาพบกับผู้ที่ขายสินค้าบนรถจักรยาน เขารู้สึกสนใจในงานด้านนี้จึงขอเข้าร่วมเพื่อศึกษาเรียนรู้
ในปีค.ศ.1972 เมื่อคุณยาโนะมีอายุ 29 ปี เขาเปิดร้านที่ชื่อว่า "Yano Shoten" หรือร้านยาโนะ ขายสินค้าเบ็ดเตล็ดทั่วไป ยกสินค้าจากท้ายรถบรรทุกที่ภรรยาเป็นคนขับออกมาตั้งโต๊ะขายอยู่แถวๆหน้าซูเปอร์มาร์เก็ตแห่งหนึ่ง เขาซื้อสินค้าจำนวนมากในราคาถูกจากบริษัทและโรงงานต่างๆที่พยายามจะระบายสินค้าที่คนไม่ค่อยนิยมหรือด้วยปัจจัยอื่นๆที่ทำให้ได้สินค้ามาในราคาถูก ซึ่งก็เอาสินค้าพวกนี้ไปขายต่อโดยมีกำไรเล็กน้อย
เขาแทบจะจัดการทุกอย่างด้วยตัวเขาเอง ทั้งการเลือกสินค้า การตั้งราคาสินค้า การจัดวางสินค้า การเลือกสถานที่ตั้งร้าน หลังจากทำไปได้สักพักเขาก็เกิดความคิดที่จะปรับให้สินค้านั้นมีราคาเท่ากันทั้งหมด เพื่อให้ง่ายต่อการบริหารจัดการ โดยเฉพาะเรื่องการทำป้ายราคาสินค้าที่ทำให้ปวดหัว สุดท้ายจึงกลายมาเป็นร้าน 100 เยน ร้านที่ขายสินค้าทุกอย่างในราคา 100 เยนเท่ากันทั้งหมด
ในปีค.ศ.1977 เขาได้เปลี่ยนชื่อบริษัทเป็น Daiso และได้ทำการจดทะเบียนอย่างถูกกฎหมาย และชื่อของร้าน 100 เยนก็เริ่มมีชื่อเสียงมากขึ้น
แต่ผลตอบรับในช่วงแรกก็ไม่ได้ดีมากนัก ด้วยความที่สินค้านั้นมีราคาถูก ทำให้ลูกค้าหลายคนเชื่อว่าสินค้าเหล่านี้นั้นไม่มีคุณภาพ เมื่อคุณยาโนะได้ทราบเช่นนั้นก็ไม่ลังเลที่จะปรับปรุงและพัฒนาคุณภาพของสินค้าให้สูงขึ้น เพื่อสร้างความเชื่อมั่นและความประทับใจในเรื่องของคุณภาพสินค้าของร้าน 100 เยน โดยเพิ่มต้นทุนของสินค้าให้สูงขึ้นไปอีกถึงแม้จะได้กำไรน้อยลงก็ตาม เรื่องคุณภาพนั้นสำคัญที่สุด เป้าหมายของเขาก็คือจะไม่ขายของที่มีคุณภาพต่ำ สินค้าจะต้องดูดีและมีคุณภาพ
ในช่วงปีค.ศ.1990 บริษัทไดโซะได้มีการเปิดสาขาตามห้างสรรพสินค้า (ลักษณะเหมือนปัจจุบันที่เราจะพบร้านไดโซะ) ซึ่งในช่วงเวลานี้ก็คือช่วงที่เกิดวิกฤตฟองสบู่แตก ทำให้หลายบริษัทต้องปิดตัวลง แต่ไม่ใช่กับร้านไดโซะ ร้านไดโซะได้รับการตอบรับที่ดีมากจนรายได้เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว บวกกับสื่อต่างๆที่ให้ความสนใจกับร้านแห่งนี้ ทำให้ร้านมีชื่อเสียงโด่งดังและกลายเป็นที่จดจำต่อคนทั้งประเทศเพียงในเวลาสั้นๆเท่านั้น
ต่อมาบริษัทไดโซะได้มีการเพิ่มสาขา และเพิ่มสินค้าให้เยอะมากขึ้นไปอีก ซึ่งสินค้านั้นมาจากทั่วทุกมุมโลก ไม่ว่าจะเป็นเซรามิกจากอิตาลี แก้วจากอังกฤษ ฝรั่งเศส และเกาหลี ขวดโหลจากออสเตรีย ตะกร้าไม้ไผ่จากเวียดนาม และสินค้าอีกมากมายจากจีน ผ้าขนหนู ชา กาน้ำชา เครื่องสำอาง น้ำหอม อุปกรณ์อาบน้ำ ซองปากกา ดอกไม้ปลอม ขนตาปลอม นาฬิกา ที่เขี่ยบุหรี่ ถาดเก็บของ อุปกรณ์เครื่องครัว ถังขยะ และ อุปกรณ์ตกแต่งบ้าน และอื่นๆอีกมากมาย
ธุรกิจร้านไดโซะยังได้ถูกขยายไปยังต่างประเทศอีกด้วย แต่คุณยาโนะมีแผนที่จะค่อยๆขยายธุรกิจไปที่ตลาดต่างประเทศอย่างช้าๆแทนที่จะขยายธุรกิจอย่างรวดเร็ว เพราะเขาเชื่อว่าร้านไดโซะนั้นคือศตรูของเขา เขาต้องบริหารด้วยความหวาดกลัว เขากลัวความโลภจะเข้าครอบงำ เพราะนั่นคือสิ่งที่เกิดขึ้นบ่อยครั้งในการทำธุรกิจ เขาจึงต้องคอยระวังและรักษาหลักการที่เรียบง่ายของเขาอย่างเคร่งครัด นั่นก็คือการอ่อนน้อมถ่อมตน ทำงานหนัก และขยันหมั่นเพียร
คุณยาโนะ ฮิโรทาเคะกล่าวว่า
"ธุรกิจก็เหมือนกับการปีนภูเขาลูกหนึ่ง บทเรียนของการปีนเขาที่จะได้เจอก็คือความยากลำบาก และการที่จะต้องดิ้นรน และเมื่อคุณได้ขึ้นไปถึงยอดสูงสุด คุณจะรู้สึกขอบคุณภูเขาลูกนั้น"
เขียนโดย ลูกสาวอบต
สถานีรถไฟกลางป่าแห่งนี้ เคยมีรถไฟผ่านทุกวัน แต่วันนี้กลับเงียบลง เพราะอะไร
แนวทางเลขเด็ด "ทักษาพารวย" งวด 16 ตุลาคม 2569 รวมเลขเด็ด 2 ตัว 3 ตัว
ตุรกีบล็อกเว็บไซต์ดัง อ้าง “โฆษณาชวนเชื่อ LGBTQ+” เกิดอะไรขึ้นกับเสรีภาพบนโลกออนไลน์ ?
“Día de los Muertos” วันแห่งความตายสไตล์เม็กซิกันที่เปลี่ยนงานศพให้เป็นสีสัน
ทำไมเด็กบางโรงเรียนในไทย ไม่ต้องแบกหนังสือทุกเล่มกลับบ้าน
ทำไมเราถึงเรียกคนกวนๆ ว่า “กวนตีน”? เปิดที่มาคำโบราณสุดคลาสสิกที่ใช้กันติดปากแต่หลายคนไม่เคยรู้!
เปิดอันดับกองทัพที่แข็งแกร่งที่สุดในเอเชีย ปี 2569
จังหวัดที่มี "สนามบิน 2 แห่ง" ในจังหวัดเดียว
รู้จัก จังหวัดขนาดเล็ก คนน้อย ดังมาก นักท่องเที่ยวเยอะตลอดทั้งปี แห่งเมืองสามหมอก
รู้ไหมพู่ถุงเท้าลูกเสือ มีประโยชน์อะไร
ถนนสั้นที่สุดในโลก ยาวแค่ 2.05 เมตร แต่มีชื่อจริงและมีที่อยู่
เปิดข้อสงสัย ล้อรถยนต์ไม่มียางใน แล้วเก็บลมไว้ได้อย่างไร?
ตุรกีบล็อกเว็บไซต์ดัง อ้าง “โฆษณาชวนเชื่อ LGBTQ+” เกิดอะไรขึ้นกับเสรีภาพบนโลกออนไลน์ ?
แนวทางเลขเด็ด "ทักษาพารวย" งวด 16 ตุลาคม 2569 รวมเลขเด็ด 2 ตัว 3 ตัว
วัดโทไดจิ หนึ่งในวัดเก่าแก่ยอดนิยมของญี่ปุ่น
“Día de los Muertos” วันแห่งความตายสไตล์เม็กซิกันที่เปลี่ยนงานศพให้เป็นสีสัน
ทำไมเด็กบางโรงเรียนในไทย ไม่ต้องแบกหนังสือทุกเล่มกลับบ้าน
เปิดข้อสงสัย ล้อรถยนต์ไม่มียางใน แล้วเก็บลมไว้ได้อย่างไร?
หมู่บ้านไทยมีงบ 2–4 แสนบาท แต่เงินก้อนนี้เอาไปทำอะไรได้บ้าง
“Día de los Muertos” วันแห่งความตายสไตล์เม็กซิกันที่เปลี่ยนงานศพให้เป็นสีสัน
ทำไมเด็กบางโรงเรียนในไทย ไม่ต้องแบกหนังสือทุกเล่มกลับบ้าน
เมื่อจู่ๆ แผ่นดินก็กลืนเมือง! เจาะลึก “หลุมยุบยักษ์” (Sinkholes) ปรากฏการณ์ธรรมชาติสุดสยองที่เกิดขึ้นได้โดยไม่ทันตั้งตัว










