หน้าแรก ตรวจหวย เว็บบอร์ด ควิซ Pic Post แชร์ลิ้ง หาเพื่อน Chat หาเพื่อน Line Page อัลบั้ม คำคม Glitter เกมถอดรหัสภาพ คำนวณ การเงิน ราคาทองคำ กินอะไรดี
ข้อตกลงการใช้บริการนโยบายความเป็นส่วนตัวนโยบายเนื้อหานโยบายการสร้างรายได้About Usติดต่อเว็บไซต์แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม
ตรวจหวย ผลการออกรางวัลสลากกินแบ่งรัฐบาล งวดวันที่ 16 กันยายน 2569
เว็บบอร์ด บอร์ดต่างๆค้นหาตั้งกระทู้

เปิดตำนาน!! กระบอกตั๋ว อุปกรณ์ที่ใช้เก็บเงิน คนเก็บสตางค์รถเมล์ กระเป๋ารถเมล์

เขียนโดย ลูกสาวอบต

 

ทำไมจึงเรียกคนเก็บสตางค์รถเมล์ว่า กระเป๋ารถเมล์ ทั้งที่อุปกรณ์ที่ใช้เก็บเงินนั้นเป็นกระบอกตั๋ว ไม่ใช่กระเป๋า เคยสงสัยกันไหมครับ ถ้าอยากรู้ลองอ่านดูครับ

 

แก๊ป...แก๊ป...ค่าโดยสารด้วยครับ แก๊ป...แก๊ป...มีตั๋วหรือยังครับ เสียงเหล่านี้คงได้ยินชินหูบนรถเมล์ ขสมก. ในชีวิตประจำวันของชาว กทม.ที่อาศัยรถเมล์เป็นพาหนะในการเดินทางไปประกอบสัมมาชีพ และผู้ที่ทำให้เกิดเสียงดังกล่าวนั้น ไม่ใช่ใครที่ไหนก็คือ พนักงานเก็บค่าโดยสารนั่นเอง

 

เมื่อมานั่งพิจารณาทบทวนดูว่า "กระบอกตั๋ว" ที่พนักงานถืออยู่ในมือควบคู่กันไปกับการเก็บค่าโดยสารมีประวัติความเป็นมาอย่างไร ก็อยากจะนำมาเล่าสู่กันฟัง เดิมทีเดียวการเก็บค่าโดยสารโดยใช้ตั๋วเริ่มมาจากเรือเมล์ก่อน เพราะเรือเมล์เกิดก่อนรถเมล์ ตั๋วที่ใช้กับเรือเมล์นั้นจะเป็นชนิด "ตั๋วพับ" แบบซ้อนกันเป็นพับๆ จึงนิยมเรียกว่า "ตั๋วพับ" มีลักษณะเป็นแถว แถวละ 5 ใบพันซ้อนกัน การใช้จะใช้มือฉีก (เล็บฉีก) สมัยก่อนพนักงานผู้เก็บค่าโดยสารจึงนิยมไว้เล็บกันยาวพอสมควร เพื่อสะดวกในการฉีกตั๋ว ลักษณะตั๋วมีสีต่างตามชนิดราคา เช่น 5 สต. 10 สต. 15 สต. เป็นต้น ตั๋วพับหนึ่งปึกหนึ่งจะมี 100 ใบ 500 ใบ วิธีใช้จะใช้ผ้าหนาๆ เย็นเป็นเข็มกลัดรัดตั๋วไว้เป็นพับๆ ยามประมาณ 5-6 นิ้ว กว้าง1นิ้วพอดีเท่ากับตั๋ว (ซึ่งลักษณะเป็นเล่มยาวๆแบบตั๋วคูปองนักเรียนแต่จะยาวกว่า) โดยจะใช้ฉีกตั๋วเป็นใบๆให้แก่ผู้โดยสาร

 

ต่อมาในราวปี พ.ศ.2461 บริษัทนายเลิศ ซึ่งเป็นบริษัทเดินรถเมล์ในกรุงเทพเป็นครั้งแรก ได้นำตั๋วพับของเรือเมล์มาใช้กับรถเมล์ขาวของบริษัทนายเลิศเป็นครั้งแรก ซึ่งโรงพิมพ์ตั๋วรถเมล์ดูเหมือนจะมีไม่มากในสมัยนั้น เช่น ที่โรงพิมพ์รวมช่าง อยู่แถวตลาดน้อย หรือที่ร้านศิริวิทย์ ย่านบางลำพู เป็นต้น

ต่อเมื่อเพื่อสะดวกในการเก็บค่าโดยสารได้รวดเร็วขึ้น บริษัทนายเลิศได้เปลี่ยนตั๋วพับมาเป็นตั๋วม้วนพร้อมกับนำกระบอกตั๋วมาใช้ควบคู่กันเป็นบริษัทแรก กระบอกตั๋วสมัยก่อนทำด้วยโลหะทองเหลือง ยาวประมาณ 1 ฟุต มีขนาดเดียว ทำเป็นช่องๆ 4-5ช่อง โดยมีตั๋วสำรองเก็บไว้ในแต่ละช่อง เพื่อเตรียมพร้อมตั๋วมีแต่ละขนาดราคา กระบอกตั๋วนี้จะใช้เก็บตั๋วอย่างเดียว ไม่ใช้เก็บเศษเหรียญหรือค่าโดยสารอย่างปัจจุบัน ซึ่ง พกส.จะมีกระเป๋าสะพายไว้เก็บเงินโดยเฉพาะ (เป็นลักษณะคล้ายกระเป๋าสุภาพสตรี แต่ใบจะเล็กกว่ามีสายสะพายยาวไว้คล้องช่วงคอและบ่า)

 

ในระยะหลังต่อมาพิจารณาเห็นว่า กระเป๋าสายสะพายเกะกะไม่สะดวกต่อการใช้ เพราะต้องเบียดเสียดกับผู้โดยสารจึงไม่คล่องตัวเท่าที่ควร จึงหันมานิยมใช้เศษเหรียญเก็บในช่องกระบอกตั๋วแทน โดยทำเป็นช่องใหญ่กว่าเก็บตั๋วธรรมดา กระบอกตั๋วจึงมีลักษณะความยาวแตกต่างกันตามแต่ละบริษัท เพราะบางบริษัทมีตั๋วราคาเดียว หรือ 2-3ราคา ตามความเหมาะสม แต่ที่นิยมใช้กันมีอยู่ 3 ชนิด คือชนิดสั้น ชนิดกลาง และชนิดยาว และต่อมาได้เปลี่ยนชนิดทำด้วยโลหะทองเหลืองมาเป็นทำด้วย โลหะสังกะสีตะกั่ว ซึ่งแหล่งจำหน่ายกระบอกตั๋วมีอยู่ตามย่านตลาดใหญ่ๆ เช่น แถวเฉลิมกรุง ย่านบางลำพู เป็นต้น

จากนั้นได้วิวัฒนาการดัดแปลงกระบอกตั๋วมาเป็นแบบ สแตนเลส ตามความนิยมแทน ทั้งนี้ เพื่อคงทนถาวรและสวยงาม ปัจจุบันหาซื้อได้ตามแหล่งตลาดใหญ่ๆ ในราคา 150-200 บาทตามแต่ลักษณะสั้นยาว

 

กระบอกตั๋ว นับว่ามีความสำคัญต่ออาชีพกระเป๋ารถเมล์อย่างยิ่ง จะเรียกว่า "กระบอกตั๋วคู่ชีพ พกส." ก็เห็นจะไม่ผิด เพราะก่อนจะขึ้นมาเป็นพนักงานเก็บค่าโดยสารนั้น ทุกคนจะต้องมี "กระบอกตั๋ว" ติดตัวเตรียมพร้อมเสมอ มีฉะนั้น จะไม่มีโอกาสได้ขึ้นปฏิบัติหน้าที่บนรถอย่างเด็ดขาด ดังนั้น เสียงแก๊ปๆ... ที่ได้ยินได้ฟังนั้น แม้อาจจะทำให้เป็นที่น่ารำคาญบ้างก็ตาม...แต่คุณค่าของมันนั้นนับว่าสำคัญไม่น้อย เพราะวันหนึ่งๆ สามารถหารายได้เข้าองค์การฯ วันละ 14-15 ล้านบาททีเดียว และทำให้องค์การฯยืนหยัดมาได้ถึง ปัจจุบัน

 

สรุปก็คือว่าการเรียกคนเก็บสตางค์รถเมล์ว่า กระเป๋ารถเมล์ ทั้งที่อุปกรณ์ที่ใช้เก็บเงินนั้นเป็นกระบอกตั๋ว ไม่ใช่กระเป๋า ก็เพราะว่า ในสมัยก่อนคนเก็บสตางค์จะมีกระเป๋าหนังใบใหญ่คล้องไหล่ไว้ใส่เงิน กระเป๋านี้แหละที่ทำให้เราเรียกพนักงานเก็บค่าโดยสารว่ากระเป๋ารถเมล์มาจนบัดนี้

⚠ แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม 
ลูกสาวอบต's profile
มีผู้เข้าชมแล้ว 2,100 ครั้ง
เขียนโดย ลูกสาวอบต
ลูกสาวอบต วิเคราะห์ รวมทั้งสรุปเรื่องราว เรื่องแปลกหายากและเรื่องทั่วไปให้เข้าใจง่าย
เป็นกำลังใจให้เจ้าของกระทู้โดยการ VOTE และ SHARE
15 VOTES (5/5 จาก 3 คน)
VOTED: zerotype, ยิ้มทุกวัน, Tonzboy
Hot Topic ที่น่าสนใจอื่นๆ
10 โรงเรียนชั้นนำในไทยที่มีจุดเด่นต่างกัน เปิดมุมมองก่อนเลือกโรงเรียนให้เหมาะกับเด็กไมโครซอฟต์ ยอมรับว่าเมนูคลิกขวาของ Windows 11 ห่วยกว่า Windows 10รู้หรือไม่? ปลาในประเทศไทยบางชนิดไม่ได้จับหรือซื้อขายกันได้อย่างที่คิด 🐟อำเภอที่ขอแยกตัวเป็นจังหวัด อำเภอล่าสุดของประเทศไทย5 อาณาจักรจักรพรรดิแห่งเอเชียโบราณ: มหาอำนาจที่เคยเปลี่ยนโลก!แนวทางเลขเด็ด "อ.น๊อตตี้" งวดวันที่ 1 ตุลาคม 69..มาอย่างไว! จัดไปเน้นๆ108 ท่าบนเตียง มีอะไรบ้าง Sex position ท่าเด็ดบนเตียง9 แบรนด์นมกล่องยุคแรก ๆ ที่หายไปจากชั้นวางสินค้า! จากของติดกระเป๋านักเรียน สู่ความทรงจำที่หาแทบไม่เจอเลขเด็ด "ปฏิทินท้าวเวสสุวรรณโณ" งวด 1 ต.ค. 69 รวมเลขเด่น 2 ตัว 3 ตัวเปิดภาพ 5 สถานที่ลับบนโลกใบนี้! ต่อให้มีเงินเป็นพันล้าน ก็ซื้อสิทธิ์เข้าไปเองไม่ได้8 แบรนด์หมากฝรั่งยุค 80-90 ที่เด็กยุคนั้นต้องเคยเคี้ยว! กลิ่นและรสที่หายไปจากร้านโชห่วยเด็กเทคนิคเรียนสายไหนมากที่สุด เปิดข้อมูลอาชีวะ สายช่างที่มีผู้เรียนมากอันดับ 1
Hot Topic ที่มีผู้ตอบล่าสุด
รหัสแบตเตอรี่ 55D23L อ่านอย่างไร 55-D-23-L แต่ละตัวหมายถึงอะไรสะดุ้งกันทั้งไทม์ไลน์! ชาวเน็ตแห่คอมเมนต์สนั่น หลัง “หมวย อริสรา” พิธีกรข่าวคนเก่ง เฉลยอายุจริงที่ทำเอาหลายคนคาดไม่ถึง เพราะหน้าเด็กสตาฟไว้เหมือนเพิ่งเลข 3แนวทางเลขเด็ด "อ.น๊อตตี้" งวดวันที่ 1 ตุลาคม 69..มาอย่างไว! จัดไปเน้นๆ5 อาณาจักรจักรพรรดิแห่งเอเชียโบราณ: มหาอำนาจที่เคยเปลี่ยนโลก!เปิด 5 สายการบินในไทย รายได้แอร์-สจ๊วตเดือนละเท่าไร? ค่ายไหนจ่ายสูงสุดอำเภอที่ขอแยกตัวเป็นจังหวัด อำเภอล่าสุดของประเทศไทย
กระทู้อื่นๆในบอร์ด สาระ เกร็ดน่ารู้
รู้หรือไม่? 5 พฤติกรรมบนโลกออนไลน์ที่เราทำอยู่ทุกวัน อาจกำลังผิดกฎหมาย PDPA โดยไม่รู้ตัวจิตวิทยาของการชอบจินตนาการสถานการณ์แย่ๆ ล่วงหน้า: สมองกำลังปกป้องเรา หรือกำลังทำร้ายเรากันแน่?รหัสแบตเตอรี่ 55D23L อ่านอย่างไร 55-D-23-L แต่ละตัวหมายถึงอะไรทำไมเวลาเห็นคนอื่นได้ดีกว่า เราถึงรู้สึกอิจฉา ทั้งที่เราไม่ได้อยากได้สิ่งนั้นจริงๆ เลยสักนิด?
ตั้งกระทู้ใหม่