“Día de los Muertos” วันแห่งความตายสไตล์เม็กซิกันที่เปลี่ยนงานศพให้เป็นสีสัน
ไม่ใช่เรื่องเศร้า แต่คือการปาร์ตี้กับดวงวิญญาณ! เจาะลึก “Día de los Muertos” วันแห่งความตายสไตล์เม็กซิกันที่เปลี่ยนงานศพให้เป็นสีสัน
เมื่อพูดถึงเรื่อง “ความตาย” คนส่วนใหญ่ในโลกมักจะนึกถึงความโศกเศร้า บรรยากาศเงียบเหงา น้ำตา และชุดดำอันหม่นหมอง แต่ถ้าคุณเดินทางไปที่ประเทศเม็กซิโกในช่วงวันที่ 1-2 พฤศจิกายนของทุกปี คุณจะได้เจอกับภาพที่ตรงกันข้ามอย่างสิ้นเชิง!
เพราะที่นี่ ความตายไม่ได้ถูกมองว่าเป็นจุดจบอันน่ากลัว แต่คือ “ช่วงเวลาแห่งการเฉลิมฉลองและการหวนคืนเจอกันอีกครั้ง” ในเทศกาลที่มีชื่อเสียงระดับโลกอย่าง Día de los Muertos หรือ วันแห่งความตาย (Day of the Dead) ซึ่งเคยถูกนำไปสร้างเป็นภาพยนตร์แอนิเมชันสุดประทับใจอย่างเรื่อง Coco ของ Disney นั่นเองครับ
รากเหง้าของเทศกาลนี้ มีประวัติศาสตร์ยาวนานกว่า 3,000 ปี ตั้งแต่ยุคของชาวแอซเทก (Aztecs) และอารยธรรมโบราณในอเมริกากลาง ชาวแอซเทกเชื่อว่า คนเราเมื่อตายไป วิญญาณไม่ได้หายไปไหน แต่จะเดินทางไปสู่อีกภพภูมิหนึ่ง และปีละครั้ง ประตูระหว่างโลกคนสลบและโลกดวงวิญญาณจะเปิดออก เพื่อให้บรรพบุรุษได้เดินทางกลับมาเยี่ยมเยียนครอบครัวที่ยังมีชีวิตอยู่
เมื่อชาวสเปนเข้ามาปกครองและนำศาสนาคริสต์เข้ามา วัฒนธรรมโบราณนี้จึงได้ผสมผสานเข้ากับ "วันสมโภชนักบุญทั้งหลาย" (All Saints' Day) จนกลายมาเป็นเทศกาลที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวแบบในปัจจุบัน
องค์ประกอบสุดตระการตาที่ทำให้เทศกาลนี้เต็มไปด้วยเสน่ห์ ได้แก่:
1. แท่นบูชาออฟเรนดา (Ofrenda) ทุกบ้านจะจัดตั้งแท่นบูชาหลากชั้น ตกแต่งด้วยผ้าสีสดใส รูปถ่ายของผู้ลี้ลับที่ล่วงลับไปแล้ว และสิ่งสำคัญที่สุดคือ “อาหารและของโปรด” ของผู้ตาย ไม่ว่าจะเป็นขนมปังวันแห่งความตาย (Pan de Muerto), เหล้าเทกีลา, ซิการ์ หรือแม้แต่ของเล่นสำหรับวิญญาณเด็ก เพื่อให้ดวงวิญญาณที่เดินทางมาไกลได้อิ่มเอมกับรสชาติที่พวกเขาเคยชื่นชอบ
2. ดอกดาวเรืองเม็กซิกัน (Cempasúchil) กลีบดอกดาวเรืองสีส้มสดใสจะถูกนำมาโรยเป็นทางเดินยาวตั้งแต่หน้าบ้านไปจนถึงแท่นบูชา ชาวเม็กซิกันเชื่อว่า สีสันที่ฉูดฉาดและกลิ่นหอมเฉพาะตัวของดอกดาวเรือง จะทำหน้าที่เหมือน "สปอตไลต์ธรรมชาตินำทาง" ให้ดวงวิญญาณเดินกลับบ้านได้ถูกต้องโดยไม่หลงทาง
3. หัวกะโหลกน้ำตาล (Calaveras) และหน้าหน้ากากกะโหลกแต่งแต่งงาม (La Catrina) ผู้คนจะออกมาเดินขบวนพาเหรดบนท้องถนนด้วยการแต่งหน้าแต่งกายเป็นกะโหลกแก้วสวยงาม หรือที่เรียกว่า "ตรากะโหลกคาทรินา" (La Catrina) ใส่ชุดราตรีฟู่ฟ่า เพื่อเตือนใจว่า “ไม่ว่าคุณจะยากดีมีจน รวยล้นฟ้าหรือคนธรรมดา สุดท้ายทุกคนก็ต้องกลายเป็นกะโหลกเหมือนกันหมด” ความตายจึงเป็นสิ่งที่ทุกคนเท่าเทียมกัน และไม่มีอะไรต้องหวาดกลัว
ปรัชญาที่งดงามที่สุดของวันแห่งความตาย คือคำกล่าวที่ว่า “คนเราจะตายจริงๆ ทั้งหมด 3 ครั้ง”
-
ครั้งแรก คือเมื่อหัวใจหยุดเต้น
-
ครั้งที่สอง คือเมื่อร่างถูกฝังลงสู่พื้นดิน
-
และครั้งที่สาม ซึ่งเป็นความตายที่แท้จริง... คือเมื่อ “ไม่มีใครบนโลกจำเราได้อีกต่อไป”
เทศกาล Día de los Muertos จึงเป็นกุศโลบายอันลึกซึ้งที่ทำให้คนรุ่นหลังได้ส่งต่อเรื่องราว รอยยิ้ม และความทรงจำของบรรพบุรุษจากรุ่นสู่รุ่น เพื่อไม่ให้คนที่พวกรักต้อง "ตายครั้งที่สาม" นั่นเองครับ!
สถานีรถไฟกลางป่าแห่งนี้ เคยมีรถไฟผ่านทุกวัน แต่วันนี้กลับเงียบลง เพราะอะไร
ทำไมเด็กบางโรงเรียนในไทย ไม่ต้องแบกหนังสือทุกเล่มกลับบ้าน
จังหวัดที่มี "สนามบิน 2 แห่ง" ในจังหวัดเดียว
ทำไมเราถึงเรียกคนกวนๆ ว่า “กวนตีน”? เปิดที่มาคำโบราณสุดคลาสสิกที่ใช้กันติดปากแต่หลายคนไม่เคยรู้!
เปิดอันดับกองทัพที่แข็งแกร่งที่สุดในเอเชีย ปี 2569
ถนนสั้นที่สุดในโลก ยาวแค่ 2.05 เมตร แต่มีชื่อจริงและมีที่อยู่
AI วิเคราะห์เลขท้าย 3 ตัวรางวัลที่ 1 งวดวันที่ 16 ตุลาคม 2569
เปิด 5 อบต. รายได้รวมสูงที่สุดในไทย ปี 2569 ตัวเลขทะลุพันล้าน!
ดอกงิ้ว: จากดอกไม้ริมทางผลัดใบ สู่หัวใจและจิตวิญญาณแห่งสำรับล้านนา
เปิดข้อสงสัย ล้อรถยนต์ไม่มียางใน แล้วเก็บลมไว้ได้อย่างไร?
รู้หรือไม่ ชื่อของคนไทย เมื่อก่อนตั้งได้ แต่เดี๋ยวนี้ห้าม
รู้จัก จังหวัดขนาดเล็ก คนน้อย ดังมาก นักท่องเที่ยวเยอะตลอดทั้งปี แห่งเมืองสามหมอก
วัดโทไดจิ หนึ่งในวัดเก่าแก่ยอดนิยมของญี่ปุ่น
ทำไมเด็กบางโรงเรียนในไทย ไม่ต้องแบกหนังสือทุกเล่มกลับบ้าน
เมื่อจู่ๆ แผ่นดินก็กลืนเมือง! เจาะลึก “หลุมยุบยักษ์” (Sinkholes) ปรากฏการณ์ธรรมชาติสุดสยองที่เกิดขึ้นได้โดยไม่ทันตั้งตัว
เปิดข้อสงสัย ล้อรถยนต์ไม่มียางใน แล้วเก็บลมไว้ได้อย่างไร?
7 สัญญาณว่าเขาอาจไม่ได้รักเราเหมือนเดิม
เปิด 5 บริษัทยักษ์ใหญ่สัญชาติไทยที่มีกำไรปีที่ผ่านมา มากที่สุดในไทย
ทำไมเด็กบางโรงเรียนในไทย ไม่ต้องแบกหนังสือทุกเล่มกลับบ้าน
เมื่อจู่ๆ แผ่นดินก็กลืนเมือง! เจาะลึก “หลุมยุบยักษ์” (Sinkholes) ปรากฏการณ์ธรรมชาติสุดสยองที่เกิดขึ้นได้โดยไม่ทันตั้งตัว
ทำไมเราถึงเรียกคนกวนๆ ว่า “กวนตีน”? เปิดที่มาคำโบราณสุดคลาสสิกที่ใช้กันติดปากแต่หลายคนไม่เคยรู้!
เปิดข้อสงสัย ล้อรถยนต์ไม่มียางใน แล้วเก็บลมไว้ได้อย่างไร?