หน้าแรก ตรวจหวย เว็บบอร์ด ควิซ Pic Post แชร์ลิ้ง หาเพื่อน Chat หาเพื่อน Line หาเพื่อน Team Page อัลบั้ม คำคม Glitter เกมถอดรหัสภาพ คำนวณ การเงิน ราคาทองคำ กินอะไรดี
ข้อตกลงการใช้บริการนโยบายความเป็นส่วนตัวนโยบายเนื้อหานโยบายการสร้างรายได้About Usติดต่อเว็บไซต์แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม
เว็บบอร์ด บอร์ดต่างๆค้นหาตั้งกระทู้

แกงขี้เหล็กปลาย่าง


เขียนโดย กล้วยไม้ชายเล

       อาหารที่ได้จากพืชสมุนไพรพื้นบ้านท้องถิ่น โดยภูมิปัญญาชาวบ้านที่นำพืชรสชาติขม ไม่แพ้บอระเพ็ด ซึ่งนอกจากจะนำมาเป็นยาสมุนไพรรักษาโรคต่างๆแล้ว ยังนำมาปรุงเป็นอาหารพื้นบ้านรสชาติอร่อยได้อีกด้วย ซึ่งพืชที่ผู้เขียนกำลังกล่าวถึง คือ "ขี้เหล็ก" นั่นเอง

       "ขี้เหล็ก" จัดเป็นต้นไม้ยืนต้น ปลูกง่าย ขึ้นได้ทั่วทุกพื้นที่ของประเทศไทย พบมากแถบชนบท มีสรรพคุณทางยาแทบทุกส่วนก็ว่าได้ รสชาติขม ใบมีลักษณะยาวรี ดอกที่ยังอ่อนมีลักษณะเป็นตุ่มกลมๆ แต่พอแก่จะบาน ออกรวมเป็นช่อสีเหลืองอร่าม เมื่อดอกบานจนกลีบดอกร่วงโรยก็จะกลายเป็นฝัก ซึ่งฝักจะมีลักษณะยาวสีเขียวสด เมื่อแก่จะกลายเป็นสีดำ ด้านในฝักจะมีเมล็ดคล้ายเม็ดกระถินแต่มีขนาดเล็กกว่า และจะมีกลิ่นเหม็นเขียว

       วันนี้ผู้เขียนจะนำขี้เหล็กที่มีรสชาติขม กลิ่นเหม็นเขียวนี้แหละค่ะมาปรุงอาหาร ซึ่งเชื่อว่าคนส่วนใหญ่เมื่อได้ยินคำว่าขี้เหล็ก ก็นึกถึงรสขมและกลิ่นของมันจนส่ายหน้าปฏิเสธกันเลยทีเดียว แต่......อย่าเพิ่งส่ายหน้าให้กับสมุนไพรขี้เหล็กนี้ก่อนนะคะ บอกก่อนตรงนี้เลยว่าผู้เขียนเองก็เป็นอีกหนึ่งคน ที่ไม่ชอบความขมและเหม็นเขียว แต่ผู้เขียน มีทริคดีๆ ในการขจัดความขมและเหม็นเขียวของขี้เหล็กให้หมดไป มาแชร์กับท่านผู้อ่าน ให้หันมาลิ้มลองรสชาติของขี้เหล็กว่าเมื่อปรุงอาหารแล้วจะอร่อยเด็ดสักแค่ไหนผู้เขียนนำเสนอเมนู "แกงขี้เหล็กปลาย่าง"

วัตถุดิบ มีดังนี้

1. ใบขี้เหล็กต้ม/ดอกขี้เหล็กต้ม 2 ถ้วยตวง

2. มะพร้าวขูด 1 ลูก

3. พริกแกงกะทิ 

4. ปลาย่าง 1 ตัว

วิธีทำ มีดังนี้

1. นำใบขี้เหล็ก/ดอกขี้เหล็ก ไปต้ม รินน้ำทิ้งอย่างน้อย 5 น้ำ ตอนต้มให้ใส่เกลือลงไปสักหนึ่งกำมือ เพื่อขจัดความขม และเพื่อให้ขจัดความขมจนไม่มีรสชาติขม นอกจากใส่เกลือตอนต้มแล้ว อย่าลืมใส่ใบมะม่วงหิมพานต์ลงไป รับรองว่าขี้เหล็กของเราหายขมแน่นอน กลิ่นเหม็นเขียวก็หายไปด้วยนะ

2. นำมะพร้าวมาคั้นน้ำกะทิ ทริคดีๆคือ ให้คั้นกับน้ำอุ่นค่ะ กะทิจะให้ความมันออกมาได้ดีกว่าน้ำอุณหภูมิห้องน้า

3. นำปลาย่างมาเลาะก้างออก แล้วนำมาโขลกให้เนื้อพอแหลกนิดๆเท่านั้น เป็นอันใช้ได้

4. นำน้ำกะทิสดขึ้นตั้งไฟกลาง เคี่ยวจนแตกมัน ใส่พริกแกงกะทิลงไป รอจนเดือดตามด้วยปลาย่าง และใบ/ดอกขี้เหล็ก ที่ต้มไว้แล้ว

5. ชิมรสปรุงรส เมื่อได้รสชาติตามต้องการแล้ว ยกลงจากเตา พร้อมเสิร์ฟอีกเมนูแล้วค่า

       "แกงขี้เหล็กปลาย่าง" มีรสชาติหวาน มันจากน้ำกะทิสด ไม่มีรสขมอีกต่อไป เค็มนิดๆจากเกลือตัดหวาน มีเนื้อปลาย่างเป็นตัวชูโรงเพิ่มความหอมและความอร่อย เมนูแกงขี้เหล็กนี้มีประโยชน์ ช่วยลดไข้ เป็นยาระบายธรรมชาติ ไม่น่าเหลือเชื่อเลยว่าพืชรสชาติสุดขม จะสามารถนำมารังสรรค์เป็นเมนูแสนอร่อยได้ขนาดนี้ หากินยากด้วยนะ ต้องลองสักครั้งในชีวิตแล้วล่ะนะทุกคน

เนื้อหาโดย: กล้วยไม้ชายเล
⚠ แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม 
กล้วยไม้ชายเล's profile
มีผู้เข้าชมแล้ว 265 ครั้ง
เขียนโดย กล้วยไม้ชายเล
เป็นกำลังใจให้เจ้าของกระทู้โดยการ VOTE และ SHARE
5 VOTES (5/5 จาก 1 คน)
VOTED: เด้งดึ๋ง
Hot Topic ที่น่าสนใจอื่นๆ
15 ลักษณะของคนที่มี EQ ต่ำคนเป็นแสน แย่งชิงตำแหน่งงานเพียง 1,000 ตำแหน่งมีการค้นพบสัตว์หายาก ที่มีอายุ 100 ปี ซึ่งเหลืออยู่เพียงไม่กี่ตัวในโลกเท่านั้นสิทธิจริงของ "เจ้าบ้าน" vs "เจ้าของบ้าน" ต่างกันอย่างไร ใครใหญ่กว่ากันแน่?5 จังหวัดที่กำลังจะกลายเป็นเมืองหลวงแห่งที่ 2 จังหวัดไหนพุ่งแรงสุด5 โรงเรียน ที่น่าเรียนที่สุดในประเทศไทยเกาะที่ไม่มีรถยนต์2 ภาษา ที่มีคนใช้น้อยที่สุดในโลกทำไม 2 อำเภอในไทยถึงไม่มีร้านเซเว่นคณะที่เรียนจบแล้ว มีงานทำง่ายที่สุด“จังหวัดไหนในไทย น่าอยู่ที่สุดในปีนี้?”เผย 10 อันดับเครื่องใช้ไฟฟ้าที่กินไฟมากที่สุด..อันดับที่ 1 ไม่ใช่แอร์!
Hot Topic ที่มีผู้ตอบล่าสุด
ส่องเทรนด์เลขเเม่น้ำหนึ่ง..16/4/69ประเทศที่ร้อนที่สุดในโลก!!เลือกใช้โหมดแอร์ให้ถูกวิธี ความต่างระหว่างโหมด Cool และ Dry ที่ช่วยให้บ้านเย็นสบายและประหยัดไฟสงกรานต์ ไม่ได้มีแค่ในประเทศไทยชีวิตคนไม่มีแอร์ในหน้าร้อน…อยู่ยังไงให้รอด?”สัตว์สายพันธุ์หายากมาก ที่ครั้งหนึ่งเคยพบได้ในประเทศไทย
กระทู้อื่นๆในบอร์ด อาหาร
Hot Cake ความสุขเรียบง่ายที่ไม่เคยตกยุคมันคืออสูรกาย ก่อนจะกลายมาเป็นน้ำพริกแมงดาสุดแซ่บปลาไข่(ที่มีไข่เต็มท้อง)แท้จริงแล้วคือปลาอะไรหมูกรอบที่แสนอร่อย แต่เสี่ยงอะไรบ้าง
ตั้งกระทู้ใหม่