หน้าแรก ตรวจหวย เว็บบอร์ด ควิซ แชร์ลิ้ง Page อัลบั้ม คำคม Glitter เกมถอดรหัสภาพ คำนวณ การเงิน ราคาทองคำ กินอะไรดี
ข้อตกลงการใช้บริการนโยบายความเป็นส่วนตัวนโยบายเนื้อหานโยบายการสร้างรายได้About Usติดต่อเว็บไซต์แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม

ความจน! คนจนกับการเป็นนักเลงในสมัยรัชกาลที่ 5 ถึง รัชกาลที่6


เขียนโดย ลูกสาวอบต

 

<ความจน คนจนกับการเป็นนักเลงในสมัยรัชกาลที่ 5-6>

.
การพัฒนาประเทศและการเจริญเติบโตของเมืองในสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวที่เป็นไปอย่างรวดเร็ว แม้ในทางหนึ่งจะส่งผลให้เมืองขยายตัว การค้าและเศรษฐกิจทวีความสำคัญ หรือการที่เทคโนโลยีจากตะวันตกเข้ามาสัมพันธ์กับชีวิตของผู้คนมากขึ้น แต่ในอีกด้านหนึ่ง เมืองที่ขยายออกไปและคนที่เข้ามาอยู่ในเมืองหลวงมากขึ้น ส่งผลให้กรุงเทพฯขณะนั้นเต็มไปด้วยย่านเสื่อมโทรมและชุมชนแออัดที่คนจนมาอยู่อาศัยรวมกันจำนวนมาก

.
มีบันทึกถึงชุมชนแออัดขณะนั้นว่า เป็นหมู่บ้านที่สร้างด้วยไม้และใบไม้แห้ง เต็มไปด้วยขยะมูลฝอยที่กองทับถมจนสูง บ้านเรือนและห้องแถวถูกปลูกเอาไว้อย่างแออัด เบียดเสียด สภาพความเป็นอยู่ก็ไม่ถูกสุขอนามัยเท่าใดนัก ชุมชนแออัดหรือสลัมนั้นยังเป็นแหล่งที่อาจจะก่อให้เกิดเพลิงไหม้ได้โดยง่ายเนื่องจากปลูกสร้างจากวัสดุที่ติดไฟได้ง่ายและรัฐไม่ได้เข้ามาดูแลให้ทั่วถึง

.
ขณะที่เมืองขยายตัว สถานที่ที่เกี่ยวพันกับการพักผ่อนหย่อนใจโดยเฉพาะในทางผิดกฎหมายอย่างโรงสุรายาฝิ่น บ่อนเบี้ย และซ่องโสเภณีก็ได้เพิ่มจำนวนขึ้นมากเช่นกัน และสถานที่เหล่านี้เองที่เหล่าคนจนที่ไม่มีทางเลือกในชีวิตมากนัก ตัดสินใจที่จะเข้าไปใช้ชีวิตหรือทำงานเพื่อหาเลี้ยงชีพตนเองเนื่องจากไม่มีโอกาสที่จะไปทำงานอื่นๆ หรือในบางกรณีคือเด็กวัยรุ่นหนีออกจากบ้านเพราะทนความยากจนไม่ไหว ตัดสินใจที่จะออกมาใช้ชีวิตลำพังข้างถนน

.


ตัวอย่างเช่น นายอู๋ อายุ 19 ปี เดิมอยู่บ้านแถบริมคลองผดุงกรุงเกษม ก่อนจะถูกรัฐบาลไล่ที่เนื่องจากบ้านเรือนแถบนั้นปลูกสร้างด้วยไม้และมุงด้วยใบไม้ รัฐบาลกลัวว่าจะเป็นแหล่งเพลิงไหม้ได้ง่ายจึงสั่งให้ถอนย้ายบ้านเรือนออกไป นายอู๋จึงตัดสินใจไปอาศัยอยู่ตามโรงบ่อนเบี้ยและโรงสุรายาฝิ่นแทนและไปเข้ากับกลุ่มอันธพาลเตร็ดเตร่อยู่ตามโรงบ่อนเบี้ย หรือการที่พลตระเวนจับกุมเด็กวัยรุ่นเร่ร่อนได้ราว 11 คนก็ล้วนแล้วแต่เป็นเด็กที่หนีออกจากบ้านเพราะความยากจน ไปอาศัยนอนตามโรงบ่อนและยังชีพด้วยการเป็นลูกหาบทำงานใช้แรงในโรงบ่อนและคอยหาเก็บของมีค่าตามใต้ถุนร้านค้าต่างๆ

.
กลุ่มเด็กเร่ร่อนเหล่านี้ท้ายสุดก็จะรวมตัวกันเป็นกลุ่มก้อนหรือเข้าร่วมกับกลุ่มอันธพาลที่มีกำลังและพรรคพวกมากกว่า ในขณะนั้นเขตพระนครมีการแบ่งพื้นที่ของกลุ่มอันธพาลต่างๆจำนวนมาก เช่น กลุ่มของนายหมันคุมเขตบ่อนบางรัก กลุ่มของนายยุตคุมซ่องโสเภณีถนนจักรพรรดิพงษ์


กลุ่มของนายหยุดคุมเขตบ่อนหัวเมตและบ่อนเล่งบวยเอีย เป็นต้น โดยรัฐบาลและคนอื่นๆในสังคมมักจะเรียกคนเหล่านี้ว่า "หัวไม้" "คนพาล" "ภิขา" ฯลฯ อย่างไรก็ตามยังมีกลุ่มเด็กเร่ร่อนจำนวนมากที่ไม่ได้รวมกลุ่มกับคนอื่นๆ แต่ใช้ชีวิตตามลำพัง มีรายงานเกี่ยวกับคนจรจัดจำนวนมากที่เสียชีวิตในสภาพไร้ญาติขาดมิตร หลายรายเสียชีวิตด้วยอาการลงแดงจากการติดฝิ่น

.
ในบางครั้งกลุ่มอันธพาลก็ไม่ได้สร้างความเดือดร้อนให้กับสังคม ตรงกันข้าม กลุ่มนักเลงเหล่านี้กลับเป็นผู้พิทักษ์ดูแลความปลอดภัยให้กับบรรดาโรงบ่อนเบี้ยหรือซ่องโสเภณี ในยุคเริ่มแรกของการเป็นเมืองที่ทันสมัยของกรุงเทพฯ ตำรวจหรือพลตระเวนขณะนั้นยังมีจำนวนไม่เพียงพอที่จะดูแลรักษาความสงบเรียบร้อย ดังนั้นเหล่าร้านรวงต่างๆจึงเลือกที่จะจ่ายค่าคุ้มครองให้กับอันธพาลหรือนักเลงบางกลุ่มเพื่อให้มาดูแลธุรกิจของตน ทำให้บางครั้งเกิดเป็นปัญหา "การยกพวกตีกัน" ของเหล่าอันธพาลที่ขัดขาหรือขัดผลประโยชน์กันตามมา

.
กรุงเทพฯในสมัยแรกเริ่มจึงอาจจะไม่ได้มีเพียงด้านที่สวยงาม แต่การพัฒนาที่เป็นไปอย่างรวดเร็วยังส่งผลต่อคนระดับล่างสุดของสังคมในอีกแบบหนึ่งเช่นกัน

.
ที่มา

วรยุทธ พรประเสริฐ. "นักเลงพระนครกับการเดินทางสู่ภาคใต้: บริบท ชีวิตและการหลบหนีของนักเลงกรุงเทพฯ" ตีพิมพ์ในการประชุมวิชาการระดับชาติ เครือข่ายประวัติศาสตร์ มานุษยวิทยา และสังคมวิทยาภาคใต้ ครั้งที่ 3 ประจำปี 2560 "ฆาตกรรม อาชญากรรมและภาวะนอกกฎหมายในภาคใต้ของไทย" 25 สิงหาคม 2560 ณ มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ จังหวัดนครศรีธรรมราช หน้า 74-87

.
ภาพประกอบ

พลตระเวนและกรุงเทพฯ ในขณะนั้น

โพสท์โดย: NewsNew
อ้างอิงจาก: https://www.facebook.com/permalink.php?story_fbid=1878232512191084&id=1263989750282033&__tn__=K-R
ประวัติศาสตร์สามัญชนไทย
⚠ แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม 
ลูกสาวอบต's profile
มีผู้เข้าชมแล้ว 1,898 ครั้ง
เขียนโดย ลูกสาวอบต
ลูกสาวอบต วิเคราะห์ รวมทั้งสรุปเรื่องราว เรื่องแปลกหายากและเรื่องทั่วไปให้เข้าใจง่าย
เป็นกำลังใจให้เจ้าของกระทู้โดยการ VOTE และ SHARE
15 VOTES (5/5 จาก 3 คน)
VOTED: มยุริญ ผดผื่นคัน, oRAMPAGEo, lLuCiFeR
Hot Topic ที่น่าสนใจอื่นๆ
5 อันดับ อบต. รายได้สูงสุดในไทย อันดับ 1 ทะลุ 1.1 พันล้านบาทเปิดโผ 10 ประเทศวันหยุดราชการมากที่สุดในโลก! เนปาลนำโด่ง 35 วันต่อปีคอหวยแห่ส่อง! เลขปู่ธุดงค์ 16/11/69 เปิดเลขเด่น 428 พร้อมชุดเลขน่าลุ้นเปิดพิกัดทางหลวง 117 ถนนสายยาวผ่านพิจิตร กับปริศนาทางตรงเกือบ 100 กิโลเมตรเสือตกถัง อ.พล ขอนแก่น ชูเลขเด่นวงกลม พร้อมชุดสองตัวบน-ล่างและ 3 ตัวทอง งวด 16 พฤศจิกายน 2569ประเทศที่นิยมกินข้าวไทย และนำเข้าข้าวจากประเทศไทยมากที่สุด ไทยขายข้าวให้ชาติไหนมากเป็นอันดับหนึ่ง?แนวทางเลขเด็ด "โหราพารวย" งวด 16 พฤศจิกายน 2569 รวมเลขท้ายทั้ง 2 ตัว 3 ตัวเปิด 10 อำเภอที่ดินถูกที่สุดในไทย บางพื้นที่ราคาประเมินเริ่มเพียง 10,000 บาทต่อไร่แม่น้ำหนึ่ง เปิดแนวทางเลขธูปปู่ พร้อมชุดหัวใจและเลขสามตัว งวด 16 พ.ย. 69เปิดตัวเลข! เงินเดือนเท่าไหร่ถึงจะรอดและอยู่สบายในยุคนี้?5 มหาวิทยาลัยไทย ที่เรียนจบยากมากที่สุด ต้องผ่านกี่ด่านกว่าจะได้ปริญญา?ผู้หญิงนอกใจสามีเพราะอะไร ? เปิด 5 ปัจจัยที่อาจอยู่เบื้องหลังการนอกใจ
Hot Topic ที่มีผู้ตอบล่าสุด
แนวทางเลขเด็ด "โหราพารวย" งวด 16 พฤศจิกายน 2569 รวมเลขท้ายทั้ง 2 ตัว 3 ตัวเปิดโผ 10 ประเทศวันหยุดราชการมากที่สุดในโลก! เนปาลนำโด่ง 35 วันต่อปีคอหวยแห่ส่อง! เลขปู่ธุดงค์ 16/11/69 เปิดเลขเด่น 428 พร้อมชุดเลขน่าลุ้นแม่น้ำหนึ่ง เปิดแนวทางเลขธูปปู่ พร้อมชุดหัวใจและเลขสามตัว งวด 16 พ.ย. 69
กระทู้อื่นๆในบอร์ด สาระ เกร็ดน่ารู้
ดอกสารภี (Mammea siamensis) ไม้ดอกหอมแห่งภูมิปัญญาไทย กับเรื่องราวที่น่าสนใจทางพฤกษศาสตร์เปิดโผ 10 ประเทศวันหยุดราชการมากที่สุดในโลก! เนปาลนำโด่ง 35 วันต่อปีทำไมบางคนถึงอยู่เงียบ ๆ ไม่ได้อายุเท่าไรจึงเรียกว่าแก่
ตั้งกระทู้ใหม่