แก้ไขปัญหาเด็กแว้นในระยะยาวเปิดโอกาสให้กลับใจ
ชัยภูมิ ทุกภาคส่วนเร่งเดินหน้าร่วมกันแก้ไขปัญหาเด็กแว้นในระยะยาว เปิดโอกาสให้กลับใจไม่กลับไปกระทำผิดซ้ำอีก ร่วมโครงการ “ขับขี่ปลอดภัย ใส่ใจกฏจราจร”
ชัยภูมิ 27 พฤศจิกายน 2562 หลังจากที่ นายณรงค์ วุ่นซิ้ว ผู้ว่าราชการจังหวัดชัยภูมิ ได้มีนโยบายปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับการแข่งรถในทางการขับขี่รถในลักษณะสร้างความเดือดร้อนรำคาญ ไม่คำนึงถึงความปลอดภัยของผู้อื่น หรือกีดขวางการจราจร ซึ่งเป็นสาเหตุของการเกิดอาชญากรรม หรือความเดือดร้อนแก่ประชาชนทั่วไป ภายในจังหวัดชัยภูมิ อย่างเข้มงวดมาต่อเนื่องตั้งแต่ต้นปีที่ผ่านมาและอยากให้เกิดเป็นรูปธรรมมากขึ้น
ด้าน พล.ต.ต.สมพจน์ ขอมปรางค์ ผบก.ภ.จว.ชัยภูมิ ได้ดำเนินการสั่งการให้สถานีตำรวจทุกแห่งในพื้นที่จ.ชัยภูมิ รวม 29 แห่ง ในสังกัดเร่งรัดดำเนินการเพื่อป้องกันและปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับการแข่งรถในทางและความผิดอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง ตามมาตรการที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติกำหนด โดยเน้นการบูรณาการร่วมกับทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้องไม่ว่าจะเป็น ขนส่ง ฝ่ายปกครอง หรือสถานศึกษาต่างๆ เป็นการเร่งด่วนมาต่อเนื่องอีกด้านด้วยเช่นกัน
และมีการดำเนินการจับกุมผู้กระทำความผิดเกี่ยวกับการแข่งรถในทางฯ หรือจัดให้มีการแข่งรถในทางโดยไม่ได้รับอนุญาต สนับสนุนหรือส่งเสริมให้มีการแข่งรถในทาง และความผิดอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องได้เป็นจำนวนมาก และมีการนำตัวผู้กระทำความผิดมาดำเนินคดี แต่เป็นที่น่าสังเกตว่าผู้กระทำความผิดส่วนใหญ่เป็นเยาวชนอายุต่ำกว่า 18 ปี ถึงร้อยละ 80 โดยผู้กระทำความผิดที่เป็นผู้ที่มีอายุเกิน 18 ปี จะถูกส่งดำเนินคดีที่ศาลจังหวัดชัยภูมิ และศาลได้มีคำพิพากษาไปหมดทุกรายแล้ว ส่วนใหญ่ศาลจะสั่งจำคุก 1 เดือน ปรับ 2,000 บาท โทษจำคุกรอลงอาญา 2 ปี ส่วนรถจักรยานยนต์ที่ใช้ในการกระทำความผิดในการแข่งรถในทางศาลสั่งริบทั้งหมด
ซึ่งในส่วนกรณีผู้กระทำความผิดที่เป็นเยาวชนอายุไม่เกิน 18 ปี ต้องถูกส่งดำเนินคดีที่ศาลเยาวชนและครอบครัวจังหวัดชัยภูมิ ซึ่งตาม พ.ร.บ.จัดตั้งศาลเยาวชนและครอบครัวฯ กรณีเยาวชนอายุไม่เกิน 18 ปี กระทำความผิดเล็กน้อยที่ยังไม่ถือว่าเป็นภัยอันตรายต่อสังคมและเยาวชนนั้นอาจจะสามารถกลับตัวได้ศาลจะใช้วิธีการสำหรับเด็กแทนคำพิพากษาก็ได้ตามกรณีไปมาต่อเนื่องจนปัจจุบัน
ที่ล่าสุดวันนี้ (27 พ.ย. 62) เมื่อเวลา 09.00 น. ด้านนายวรุณ ชำนาญศรีเพ็ชร ผู้พิพากษาหัวหน้าศาลเยาวชนและครอบครัวจังหวัดชัยภูมิ พร้อมด้วยนายอัครา สุวัฒิกุล ป้องกันจังหวัดชัยภูมิ พ.ต.อ.สุวิจักขณ์ จันทร์เยี่ยม รอง ผบก.ภ.จว.ชัยภูมิ นายประสิทธิ์ กล้าทำ ขนส่งจังหวัดชัยภูมิ นายธนาวุฒิ โพธิ์แก้ว ผู้อำนวยการสถานพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชนจังหวัดชัยภูมิ จึงร่วมบูรณณาการทุกภาคส่วนร่วมกันให้เกิดการแก้ไขปัญหาเด็กแว้นในพื้นที่ให้ต่อเนื่องเกิดเป็นรูปธรรมให้มากขึ้น
จึงได้ร่วมกันทำพิธีเปิดการอบรม “ขับขี่ปลอดภัย ใส่ใจกฎจราจร” ณ ห้องประชุมสำนักงานศึกษาธิการจังหวัดชัยภูมิ ซึ่งจัดโดยศาลเยาวชนและครอบครัวจังหวัดชัยภูมิ ให้กับเยาวชนที่ถูกดำเนินคดีในความผิดเกี่ยวกับการแข่งรถในทางและความผิดอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง จำนวน 70 ราย ตามคำสั่งของศาลเยาวชนและครอบครัวจังหวัดชัยภูมิ ที่ให้ใช้วิธีการสำหรับเด็กแทนคำพิพากษา ซึ่งหากผู้กระทำความผิดสามารถปฏิบัติตามที่ศาลได้มีคำสั่งและสามารถกลับตัวกลับใจเป็นคนดีของสังคมได้ ไม่ไปกระทำความผิดซ้ำอีก ศาลก็จะไม่ต้องพิพากษาคดีอีกต่อไป
ทั้งนี้การจัดการอบรมดังกล่าวเป็นหนึ่งในคำสั่งของศาลเยาวชนและครอบครัวจังหวัดชัยภูมิ ที่สั่งให้ผู้กระทำความผิดทั้ง 70 ราย ต้องเข้ารับการอบรม เพื่อให้ทราบถึงกฎหมาย และหลักการในการขับขี่ที่ถูกต้อง เพื่อให้เกิดความปลอดภัยทั้งต่อตนเองและผู้ร่วมใช้ทาง และจะได้ไม่ไปกระทำความผิดซ้ำอีก โดยวิทยากรจากตำรวจภูธรจังหวัดชัยภูมิ สำนักงานขนส่งจังหวัดชัยภูมิ และจากศาลเยาวชนและครอบครัวจังหวัดชัยภูมิ นอกจากนี้หลังการอบรมตามโครงการดังกล่าวเยาวชนที่มีอายุ 15 ปี ขึ้นไป ยังสามารถนำใบรับรองการผ่านการอบรมไปขอทำใบอนุญาตขับขี่จากสำนักงานขนส่งจังหวัดชัยภูมิ โดยไม่ต้องอบรมซ้ำอีกได้ครั้งนี้ด้วย
และการดำเนินการในครั้งนี้ถือว่าเป็นการร่วมแรงร่วมใจของเจ้าหน้าที่จากทุกภาคส่วนในการร่วมกันที่จะช่วยกันเร่งแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนของประชาชนจากกระทำความผิดเกี่ยวกับการแข่งรถในทางและความผิดอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง ไม่ว่าจะเป็น ฝ่ายปกครอง ตำรวจ ขนส่ง สถานศึกษา สถานพินิจ หรือศาล ที่ดำเนินการเกี่ยวกับผู้กระทำความผิดทั้งหมดได้อย่างเป็นรูปธรรมครบถ้วนตามกระบวนความในการแก้ไขปัญหา และสามารถคืนเยาวชนที่เคยกระทำความผิดให้กับสู่สังคมและครอบครัวอย่างยั่งยืนในอนาคตต่อไป
แก้ไขปัญหาเด็กแว้นในระยะยาวเปิดโอกาสให้กลับใจ
ทุกภาคส่วนเร่งเดินหน้าร่วมกันแก้ไขปัญหาเด็กแว้นในระยะยาว เปิดโอกาสให้กลับใจไม่กลับไปกระทำผิดซ้ำอีก ร่วมโครงการ “ขับขี่ปลอดภัย ใส่ใจกฏจราจร”
ชัยภูมิ 27 พฤศจิกายน 2562 หลังจากที่ นายณรงค์ วุ่นซิ้ว ผู้ว่าราชการจังหวัดชัยภูมิ ได้มีนโยบายปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับการแข่งรถในทางการขับขี่รถในลักษณะสร้างความเดือดร้อนรำคาญ ไม่คำนึงถึงความปลอดภัยของผู้อื่น หรือกีดขวางการจราจร ซึ่งเป็นสาเหตุของการเกิดอาชญากรรม หรือความเดือดร้อนแก่ประชาชนทั่วไป ภายในจังหวัดชัยภูมิ อย่างเข้มงวดมาต่อเนื่องตั้งแต่ต้นปีที่ผ่านมาและอยากให้เกิดเป็นรูปธรรมมากขึ้น
ด้าน พล.ต.ต.สมพจน์ ขอมปรางค์ ผบก.ภ.จว.ชัยภูมิ ได้ดำเนินการสั่งการให้สถานีตำรวจทุกแห่งในพื้นที่จ.ชัยภูมิ รวม 29 แห่ง ในสังกัดเร่งรัดดำเนินการเพื่อป้องกันและปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับการแข่งรถในทางและความผิดอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง ตามมาตรการที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติกำหนด โดยเน้นการบูรณาการร่วมกับทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้องไม่ว่าจะเป็น ขนส่ง ฝ่ายปกครอง หรือสถานศึกษาต่างๆ เป็นการเร่งด่วนมาต่อเนื่องอีกด้านด้วยเช่นกัน
และมีการดำเนินการจับกุมผู้กระทำความผิดเกี่ยวกับการแข่งรถในทางฯ หรือจัดให้มีการแข่งรถในทางโดยไม่ได้รับอนุญาต สนับสนุนหรือส่งเสริมให้มีการแข่งรถในทาง และความผิดอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องได้เป็นจำนวนมาก และมีการนำตัวผู้กระทำความผิดมาดำเนินคดี แต่เป็นที่น่าสังเกตว่าผู้กระทำความผิดส่วนใหญ่เป็นเยาวชนอายุต่ำกว่า 18 ปี ถึงร้อยละ 80 โดยผู้กระทำความผิดที่เป็นผู้ที่มีอายุเกิน 18 ปี จะถูกส่งดำเนินคดีที่ศาลจังหวัดชัยภูมิ และศาลได้มีคำพิพากษาไปหมดทุกรายแล้ว ส่วนใหญ่ศาลจะสั่งจำคุก 1 เดือน ปรับ 2,000 บาท โทษจำคุกรอลงอาญา 2 ปี ส่วนรถจักรยานยนต์ที่ใช้ในการกระทำความผิดในการแข่งรถในทางศาลสั่งริบทั้งหมด
ซึ่งในส่วนกรณีผู้กระทำความผิดที่เป็นเยาวชนอายุไม่เกิน 18 ปี ต้องถูกส่งดำเนินคดีที่ศาลเยาวชนและครอบครัวจังหวัดชัยภูมิ ซึ่งตาม พ.ร.บ.จัดตั้งศาลเยาวชนและครอบครัวฯ กรณีเยาวชนอายุไม่เกิน 18 ปี กระทำความผิดเล็กน้อยที่ยังไม่ถือว่าเป็นภัยอันตรายต่อสังคมและเยาวชนนั้นอาจจะสามารถกลับตัวได้ศาลจะใช้วิธีการสำหรับเด็กแทนคำพิพากษาก็ได้ตามกรณีไปมาต่อเนื่องจนปัจจุบัน
ที่ล่าสุดวันนี้ (27 พ.ย. 62) เมื่อเวลา 09.00 น. ด้านนายวรุณ ชำนาญศรีเพ็ชร ผู้พิพากษาหัวหน้าศาลเยาวชนและครอบครัวจังหวัดชัยภูมิ พร้อมด้วยนายอัครา สุวัฒิกุล ป้องกันจังหวัดชัยภูมิ พ.ต.อ.สุวิจักขณ์ จันทร์เยี่ยม รอง ผบก.ภ.จว.ชัยภูมิ นายประสิทธิ์ กล้าทำ ขนส่งจังหวัดชัยภูมิ นายธนาวุฒิ โพธิ์แก้ว ผู้อำนวยการสถานพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชนจังหวัดชัยภูมิ จึงร่วมบูรณณาการทุกภาคส่วนร่วมกันให้เกิดการแก้ไขปัญหาเด็กแว้นในพื้นที่ให้ต่อเนื่องเกิดเป็นรูปธรรมให้มากขึ้น
จึงได้ร่วมกันทำพิธีเปิดการอบรม “ขับขี่ปลอดภัย ใส่ใจกฎจราจร” ณ ห้องประชุมสำนักงานศึกษาธิการจังหวัดชัยภูมิ ซึ่งจัดโดยศาลเยาวชนและครอบครัวจังหวัดชัยภูมิ ให้กับเยาวชนที่ถูกดำเนินคดีในความผิดเกี่ยวกับการแข่งรถในทางและความผิดอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง จำนวน 70 ราย ตามคำสั่งของศาลเยาวชนและครอบครัวจังหวัดชัยภูมิ ที่ให้ใช้วิธีการสำหรับเด็กแทนคำพิพากษา ซึ่งหากผู้กระทำความผิดสามารถปฏิบัติตามที่ศาลได้มีคำสั่งและสามารถกลับตัวกลับใจเป็นคนดีของสังคมได้ ไม่ไปกระทำความผิดซ้ำอีก ศาลก็จะไม่ต้องพิพากษาคดีอีกต่อไป
ทั้งนี้การจัดการอบรมดังกล่าวเป็นหนึ่งในคำสั่งของศาลเยาวชนและครอบครัวจังหวัดชัยภูมิ ที่สั่งให้ผู้กระทำความผิดทั้ง 70 ราย ต้องเข้ารับการอบรม เพื่อให้ทราบถึงกฎหมาย และหลักการในการขับขี่ที่ถูกต้อง เพื่อให้เกิดความปลอดภัยทั้งต่อตนเองและผู้ร่วมใช้ทาง และจะได้ไม่ไปกระทำความผิดซ้ำอีก โดยวิทยากรจากตำรวจภูธรจังหวัดชัยภูมิ สำนักงานขนส่งจังหวัดชัยภูมิ และจากศาลเยาวชนและครอบครัวจังหวัดชัยภูมิ นอกจากนี้หลังการอบรมตามโครงการดังกล่าวเยาวชนที่มีอายุ 15 ปี ขึ้นไป ยังสามารถนำใบรับรองการผ่านการอบรมไปขอทำใบอนุญาตขับขี่จากสำนักงานขนส่งจังหวัดชัยภูมิ โดยไม่ต้องอบรมซ้ำอีกได้ครั้งนี้ด้วย
และการดำเนินการในครั้งนี้ถือว่าเป็นการร่วมแรงร่วมใจของเจ้าหน้าที่จากทุกภาคส่วนในการร่วมกันที่จะช่วยกันเร่งแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนของประชาชนจากกระทำความผิดเกี่ยวกับการแข่งรถในทางและความผิดอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง ไม่ว่าจะเป็น ฝ่ายปกครอง ตำรวจ ขนส่ง สถานศึกษา สถานพินิจ หรือศาล ที่ดำเนินการเกี่ยวกับผู้กระทำความผิดทั้งหมดได้อย่างเป็นรูปธรรมครบถ้วนตามกระบวนความในการแก้ไขปัญหา และสามารถคืนเยาวชนที่เคยกระทำความผิดให้กับสู่สังคมและครอบครัวอย่างยั่งยืนในอนาคตต่อไป
อรรถดิษฐ์ จันตะเสน จ.ชัยภูมิ รายงาน
10 อันดับประเทศที่มีอิทธิพลมากที่สุดในเอเชีย
10 ภาษาที่เรียนยากที่สุดในโลก
5ประเทศที่นำอาวุธเข้ามาในประเทศมากที่สุดในเอเชีย
จังหวัดที่มี'ผังเมือง'สวยที่สุดของไทย
ธนาคารไหนมีสาขามากที่สุดในประเทศไทย
กัมพูชา–ลาวผนึกกำลังทหาร ยกระดับยุทธศาสตร์ความมั่นคง
จังหวัดไหน ครองแชมป์มีพื้นที่ ปลูกข้าวมากที่สุดในประเทศไทย
3 ผลไม้ที่ขึ้นชื่อว่าแพงที่สุดในโลก
เขมรคุยโว! มีคนแห่เที่ยว "ถนนคนเดิน" ใน "พนมเปญ" วันละแสน..รั้งอันดับ 2 ของโลกเมืองที่น่าเที่ยวยามค่ำคืน
5 จังหวัดที่มีป่าไม้มากที่สุดในไทย
แอร์ฯ เตือนชัด! อย่ามองข้าม “เสื้อยืด” บนเครื่องบิน — เหตุผลด้านความปลอดภัยที่คนส่วนใหญ่ไม่เคยคิดถึง
เจาะรหัสเลขหน้าปกสลาก: สัญจรสุราษฎร์ธานี และสลากการกุศล งวด 1/3/69
"นิกกี้" เผยหมดเปลือก หลัง "ก้อย-พิธา" เปิดตัวคบกัน ลั่น! ไม่อกหัก เพราะมีคนคุยแล้ว
เต่ายักษ์แห่งเกาะพินต้า ตัวสุดท้ายที่เคยหลงเหลืออยู่บนโลก
กัมพูชา–ลาวผนึกกำลังทหาร ยกระดับยุทธศาสตร์ความมั่นคง
"วัวกระทิงเกลียดสีแดง จริงหรือ?"เรื่องเล่าสีแดงฉานกับวัวกระทิงดุ
10 ภาษาที่เรียนยากที่สุดในโลก
ทองพุ่ง-ภัยตาม ตำรวจเดินเกมรุกก่อนโจร รอง ผบ.ตร. ผนึกนครบาล–สมาคมค้าทอง ยกระดับเกราะป้องกันร้านทองทั่วกรุงเทพฯ
ผู้สูงอายุไทยพลังจิตอาสา ร่วมเกื้อกูลแบ่งปัน สร้างสังคมเมตตา อยู่ร่วมกันอย่างสันติใต้ร่มพระบารมี
พรุ่งนี้แล้ว! 8 กุมภาฯ พลังอยู่ในมือคุณ ออกไปเขียนอนาคตให้ "ตรงใจ" ด้วยปลายนิ้ว
สวมนวม ถือชอล์ก! ส่องภารกิจปั้น "ดีเอ็นเอครูมวยไทย" สยายปีกเขย่าโลกที่ภูเก็ต










