“คาวเลือดที่ลำขาแข้ง” ประสบการณ์ในอีกแง่มุมหนึ่งของ บุหลัน รันตี
“ภาพห้วยขาแข้งในสมัยนั้นสวยเหลือเกิน อยากเห็นนกยูง อยากเห็นกระทิง”
คุณบุหลัน รันตี นักเขียน ได้พูดถึงภาพของห้วยขาแข้งที่ปรากฏในหนังสือเล่มหนึ่งที่เขาเคยอ่าน ภาพนั้นเป็นที่มาที่ไปของการเดินทางไปห้วยขาแข้งครั้งแรกของเขา บนเวที Talk “คาวเลือดที่ลำขาแข้ง” ในงานรำลึก 29 ปี สืบ นาคะเสถียร หอศิลป์กรุงเทพฯ เมื่อวันที่ 6 กันยายน 2562 ที่ผ่านมา ร่วมถ่ายทอดประสบการณ์ในอีกแง่มุมหนึ่งของความเลวร้ายต่อการล่าสัตว์ป่าในห้วยขาแข้งช่วงปี 2533

“ผมเดินทางไปถึงห้วยขาแข้งประมาณ 10 โมง ไม่แน่ใจว่าตรงนั้นเป็นที่ทำการเขตหรือหน่วยพิทักษ์ป่าเฉย ๆ แต่เขาบอกว่าหัวหน้าเขตที่นี่ชื่อสืบ นาคะเสถียร ตอนนั้นผมก็ไม่รู้จักว่าเขาเป็นใคร ก็เดินเข้าไปขออนุญาตจากเจ้าหน้าที่ว่าขอเข้าไปเดินป่า แต่ก็ถูกปฏิเสธไปเนื่องจากต้องได้รับอนุญาตจากหัวหน้าเขตก่อน”
คุณบุหลันเดินทางไปห้วยขาแข้งประมาณช่วงเดือนเมษายน ซึ่งเราก็ทราบกันดีว่าอากาศช่วงเดือนนั้นร้อนมากขนาดไหน การเดินทางครั้งนี้ไม่ได้เป็นไปตามที่เขาคาดหวังมากนัก หลังจากที่เขาถูกปฏิเสธการเข้าไปในเขตรักษาพันธุ์ฯ เขาจึงจำเป็นต้องออกมาตั้งแคมป์บริเวณนอกเขต ที่ ๆ เขาเลือกพักติดกับน้ำตกแห่งหนึ่ง ในขณะที่เขาเดินตรงไปที่น้ำตกก็พบว่าตัวเองเริ่มแสบตา มีหมอกควันลอยมาแต่ไม่รู้ว่าเกิดเหตุไฟไหม้ป่าจากจุดไหน จนรุ่งเช้าของอีกวันก็ยังมีหมอกควันเหล่านั้นลอยฟุ้งอยู่
“เดินไปแค่ร้อยเมตรนี่ก็ร้อนมาก แค่ 7 กิโลเมตรมันทรมานมาก ระหว่างทางก็ผ่านจุดที่เกิดไฟไหม้ก็ได้ยินเสียงเปรี้ยงปร้างจากการเผาไหม้ของต้นไผ่ เพราะบริเวณนั้นมีกอไผ่เยอะ มันก็ระเบิดเสียงดังตลอดเวลา
ป่าห้วยขาแข้งในช่วงนั้นมันดูไม่ได้เลย มันเป็นป่าที่โทรมมาก เดินไปมีแต่ไฟไหม้กับเสียงระเบิดจากกอไผ่ แล้วก็เริ่มสงสัยว่านี่ไม่ใช่เสียงไฟไหม้แล้วมั้ง เพราะมันน่าจะเป็นเสียงปืนมากกว่า เดินไปสักพักก็เห็นอะไรบางอย่างกอง ๆ อยู่ริมห้วย ก็เลยเดินเข้าไปดูปรากฏว่าเป็นซากกวางที่ตายแล้ว ถูกแล่เนื้อออก และขาก็ถูกตัดทิ้ง”
วันที่ 3 ของการเดินทางในครั้งนั้นเขาเล่าว่า “ไม่น่าเชื่อและไม่คาดคิดมาก่อนว่าจะมีเหตุการณ์อย่างนี้ ผมเจอคนสะพายปืนทั้งลูกซองและไรเฟิลแต่ไม่ทราบขนาด มีคนจุดไฟเป็นจุด ๆ ลักษณะคล้ายการจุดไฟเพื่อที่จะให้สัตว์มันออกมาแล้วก็ยิง และชำแหละสัตว์ป่าเหล่านั้น ผมไม่เชื่อว่านี่ป่าห้วยขาแข้งที่ผมดูในหนังสือสวยงาม มีภาพสัตว์ที่ยืนอยู่ริมห้วย มีเสือเล่นน้ำ มีฝูงนากไล่ไปไล่มา แต่ที่ผมมาเห็นเนี่ยมันไม่เหมือนในหนังสือเลย มันเป็นภาพป่าแห้งแล้งเหมือนกับทะเลทรายที่ไม่น่าดูเลย”
ลักษณะของคนที่เขาพบมีหลายกลุ่ม กลุ่มแรกเป็นกลุ่มที่พยายามจุดไฟเพื่อที่จะบังคับให้สัตว์ป่าที่แอบตามริมห้วย เมื่อเกิดไฟไหม้พวกสัตว์ป่าก็จะเตลิดออกมา กลุ่มที่เป็นนักล่าก็จะรอดักยิงอยู่แล้ว จึงไม่ใช่เรื่องยากสำหรับการล่าของพวกเขา สัตว์ป่าส่วนใหญ่ที่วิ่งออกมาจะเป็นกวาง ภายในครึ่งวันเขาเจอซากกวางที่นอนจมกองเลือดประมาณ 30 ซาก ซากกวางที่เจอถูกชำแหละเนื้อเกลี้ยง นั่นแสดงว่าในกระบวนการล่านี้ต้องมีฝ่ายชำแหละและจัดส่งร่วมด้วย เขาได้แต่ตั้งคำถามว่า “ทำไมการล่าในห้วยขาแข้งมันรุนแรงขนาดนี้”
“ปี 2533 ผมก็สงสัยว่าเจ้าหน้าที่ไปไหนหมด และเริ่มไม่มีความสุขกับการเดินทางครั้งนี้ จริง ๆ แล้วเหมือนคุณสืบต้องทำงานหนักมากเพื่อจะปราบปรามปัญหาพวกนี้ อีกวันหนึ่งผมก็ลงไปถึงห้วยขาแข้ง มันไม่ใช่ภาพที่เราเห็นเหมือนในหนังสือว่ามันจะต้องสวยงาม มันแห้งแล้งจนไม่มีอะไรเลย มันทรุดโทรมมาก มันไม่มีเสน่ห์เลย มันถูกไฟเผาซ้ำซ้อนจนไม่มีอะไรเหลือเลย”
ประสบการณ์เดินป่าในปี 2533 ก่อนที่คุณสืบจะเสียชีวิตของคุณบุหลันในยุคนั้นมันไม่มีอะไรเลย มันแห้งแล้ง มันร้อน สัตว์โดนล่ามากมายมหาศาล เสียงปืนที่ได้ยินมันแยกไม่ได้ว่าอันไหนเสียงปืนอันไหนเสียงไฟไหม้ป่า คนแบกปืนในนั้นแบกได้อย่างเสรีเหมือนหลงอยู่ในยุคคาวบอยครองเมือง
“ยุคนั้นเรายังเด็กอยู่ ไม่ค่อยประสีประสาเรื่องงานอนุรักษ์ มันเพิ่งจะมากระพือหลังจากที่คุณสืบเสียชีวิต หลังจากเสียงปืนสงบลงในวันนั้นการอนุรักษ์ก็เริ่มเกิดขึ้นมา สมัยก่อนไม่มีใครพูดถึงเรื่องงานอนุรักษ์ ชาวบ้านมีปืน ใครจะล่าอะไรก็เป็นเรื่องปกติ
ในเช้าที่เราเห็นข่าวการเสียชีวิตของคุณสืบ คือมันช้อค สภาพที่เราไปเห็นเรารับรู้ถึงการทำงานของคุณสืบ หลังจากที่เรากลับมาแล้วการล่ามันรุนแรงมากขึ้นเรื่อย ๆ คุณสืบทำงานหนักมากเพื่อจะปราบปรามทำลายแก๊งล่าสัตว์ในห้วยขาแข้ง แต่สภาพที่ผมเข้าไปเห็นแล้วมันไม่มีทางหรอกมันมีแต่ไรเฟิล
คุณสืบใช้วิธีฆ่าตัวตายเพื่อจะบอกให้คนได้รับรู้ว่าสัตว์ป่าต้องการคนดูแล เพราะฉะนั้นเขาจะปล่อยต่อไปอีกไม่ได้ รัฐต้องดูแล กำลังของเจ้าหน้าที่พิทักษ์ป่าอย่างเดียวเขาดูแลไม่ไหวหรอก ปืนก็ไม่พอ อาวุธก็ไม่พอ สมัยนั้นเจ้าหน้าที่พิทักษ์ป่าเขามีแต่ปืนลูกซอง พูดตรง ๆ เขาไม่ใช้กันหรอกแบบนี้ สภาพนั้นเอาเป้าใหญ่ ๆ มาวางไว้ 15 เมตร ผมท้าเลยปืนเจ้าหน้าที่ในยุคนั้นยิงแค่นี้ไม่มีทางถูกหรอก พวกล่าสัตว์มันไม่กลัวหรอก”
“เสียงของผมดังไม่พอ เสียงปืนจึงดังแทน”
29 ปีมาแล้ว เสียงปืนนัดสุดท้ายที่ดังจากคุณสืบ นาคะเสถียร ในค่ำวันที่ 1 กันยายน ปี 2533 ที่ดังขึ้นในป่าห้วยขาแข้ง ชีวิตหนึ่งที่จากไปนำมาสู่การปกป้องอีกหลายชีวิตในผืนป่าไทย
หนึ่งแสงเทียนที่ดับลง กลับเป็นประกายไฟในใจหลาย ๆ คน
เราไม่เคยลืมสืบ
บทความนี้เป็นส่วนหนึ่งจาก Talk “คาวเลือดที่ลำขาแข้ง” โดยคุณบุหลัน รันตี นักเขียน คลิ้กที่นี่เพื่อดูย้อนหลัง
เรียบเรียง นูรซาลบียะห์ เซ็ง เจ้าหน้าที่ฝ่ายสื่อสารองค์กร มูลนิธิสืบนาคะเสถียร
อ้างอิงจาก: มูลนิธิสืบนาคะเสถียร
ลือหึงฝรั่งเศสเจอเอกสารลับ ช่วยไทยทวงคืนเขาพระวิหาร
สิบเลขขายดี สลากตัวเลขสามหลัก N3 งวด 17/1/69
90% คนส่วนใหญ่ไม่รู้ว่า สามารถทำความสะอาดไมโครเวฟ ได้ด้วยมะนาวเพียงลูกเดียว
เมืองโบราณลึกลับในตำนาน ที่อยู่ในเขตพื้นที่ของประเทศกัมพูชา
ธนาคารสัญชาติไทย ที่ทำกำไรได้มากที่สุดเป็นอันดับหนึ่ง
อำเภอในประเทศไทย ที่มีประชากรมากกว่าอำเภอเมืองของจังหวัดตัวเอง
52Hz เสียงเรียกแห่งความเหงา
อาชีพสำคัญในประเทศไทย ที่กำลังขาดแคลนและเป็นที่ต้องการมากที่สุด
กรีนแลนด์ประกาศว่า "เราเลือกเดนมาร์ก ไม่ได้เลือกอเมริกา"
ห้างสรรพสินค้าในประเทศไทย ที่สวยงามและหรูหรามากที่สุด
พลังน้ำใจคนไทย! ร่วมบริจาคโลหิตช่วยเหลือผู้บาดเจ็บ เหตุเครนถล่มทับรถไฟสีคิ้ว
เผยคลิปวินาที มรณะ เครนหล่นทับรถไฟ
เอาตลกหรือเอาฮา เต้ มงคลกิตติ์ เตรียมทาบทาม อีลอน มัสก์ เป็น ประธานที่ปรึกษา นายกฯด้านเทคโนโลยีอวกาศไทย หากได้รับเลือกเป็นนายก
แขกตี้ของแทร่! ร้านขายยาไม่มีผ้าอนามัยขาย..แขกเลยตดใส่ ฝากเอาไว้ให้จำ
ปิดฉาก..ยุติออกอากาศ ช่อง JKN18 ของ แอน จักรพงษ์
จังหวัดเดียวในประเทศไทย ที่ทุกอำเภออยู่ติดฝั่งทะเลและชายแดน
รายงานสถานการณ์ป่าไม้ไทย ประจำปี 2562 – 2563
ทำความรู้จักกับ ‘นก’ ที่ปรากฎอยู่ในบทเพลงต่าง ๆ บนท้องถนนแห่งเสียงดนตรี
Endangered เกมส์กระดานว่าด้วยความไม่ง่ายของงานอนุรักษ์
สุดเศร้า!! กวางเสียชีวิต ในเขตอุทยานแห่งชาติขุนสถาน ผ่าชันสูตร พบพลาสติกในท้อง 7 กก.
