สงครามครูเสด-สงครามระหว่างศาสนา
เขียนโดย Fukurou
วิหารบัยตุล มักดิศ (al-Aqsa)
สงครามครูเสด (The Crusades)
เกิดขึ้นในยุคกลางระหว่างชาวคริสต์ในยุโรปและชาวมุสลิมในเอเชียตะวันตก เมื่อชาวคริสต์ (พวกครูเสด) ยกกองทัพเพื่อเข้ายึดครองกรุงเยรูซาเล็ม
(ในสมัยนั้นมีวิหารแห่งเมืองเยรูซาเล็ม ชื่อว่าวิหารบัยตุล มักดิศ (al-Aqsa) ซึ่งเป็นที่นับถือของชาวคริสต์, ชาวยิวและชาวมุสลิม แต่ในขณะนั้นกรุงเยรูซาเล็มอยู่ภายใต้การปกครองของชาวมุสลิม ครั้งเมื่อจักรววรดิเซลจุค (เติร์ก) มีชัยชนะอย่างเด็ดขาดเหนือกองทัพไบแซนไทน์เมื่อ ค.ศ. 1071 และตัดการเข้าถึงเยรูซาเล็มของชาวคริสเตียน จักรพรรดิไบแซนไทน์ คือพระเจ้าอเล็กซิสที่ 1 (Alexius I) เกรงว่าเอเชียไมเนอร์ทั้งหมดจะถูกบุกรุก พระองค์จึงทรงเรียกร้องผู้นำคริสเตียนตะวันตกและสันตะปาปาให้มาช่วยเหลือด้วยการไปจาริกแสวงบุญ หรือไปทำสงครามศาสนา เพื่อปลดปล่อยเยรูซาเล็มจากการปกครองของมุสลิม
สันตะปาปาเออร์บันที่ 2 (Urban II) แห่งกรุงโรมได้นำกองทัพชาวคริสต์ 50,000 คน เดินทางไปยังกรุงเยรูซาเล็มในปี 1095 เพื่อยึดดินแดนศักดิ์สิทธิ์นี้คืนกลับมา อันได้แก่ นครเยรูซาเล็ม เมืองเบธเลเฮม นาซาเร็ธและกาลิลี จึงเป็นจุดเริ่มต้นของสงครามครูเสด พวกครูเสดไปถึงกรุงเยรูซาเล็มในวันที่ 7 มิถุนายน 1099 การรบพุ่งดุเดือดรุนแรงมาก กว่าจะยึดเมืองได้ ทั้งสองฝ่ายต้องสูญเสียผู้คนไปจํานวนมาก
ในปี 1199 กษัตริย์ริชาร์ด ใจสิงห์ (ไลออนท์ฮาร์ท) ได้ยกกองทัพจากประเทศอังกฤษไปสมทบกับกองทัพของฟีลิปและเฟอเดอริคที่ปาเลสไตน์ เข้าโจมตีเมืองซิซีเลียและเมืองอาเคอร์ พวกครูเสดโหดเหี้ยมมาก คราวนั้นมีชาวมุสลิมถูกประหารชีวิตไปประมาณสามพันคนด้วยการตัดคอ ในหนังสือประวัติศาสตร์บันทึกเรื่องราวสงครามครูเสดไว้ว่าทั้งสองฝ่ายผลัดกันแพ้, ผลัดกันชนะเรื่อยมา ต่างฝ่ายต่างสูญเสียเลือด, เสียเนื้อผู้คนไปเป็นจำนวนมากมาย)
สงครามครูเสดเกิดขึ้นระหว่าง ค.ศ. 1095-1292 (ศตวรรษ ที่ 11-13) มีการรบกันถึง 10 ครั้ง
ชาวคริสต์ที่ไปรบต้องติดสัญญลักษณ์เป็นไม้กางเขน ซึ่งเป็นสัญญลักษณ์ของชาวตริสเตียนนั่นเอง
“Crusade” (ครูเสด) มีรากศัพท์มาจากภาษาลาตินว่า “Crux” ซึ่งหมายถึงไม้กางเขน (cross)
สาเหตุของสงคราม
1.ด้านศาสนา ชาวเตอร์กห้ามชาวคริสเตียนเข้าไปในดินแดนปาเลสไตน์ คือกรุงเยรูซาเล็ม (พร้อมทั้งชาวเตอร์กได้รุกรานกรุงคอนสแตนติโนเปิล) ดังนั้นจักรพรรดิอเล็กซิส ที่ 1 (Alexius I) จึงได้ขอความช่วยเหลือจากสันตะปาปาที่กรุงโรม ซึ่งสันตะปาปาเออร์บันที่ 2(Urban II) จึงได้ไปจาริกแสวงบุญหรือไปทำสงครามศาสนาเพื่อปลดปล่อยเยรูซาเล็มจากการปกครองของมุสลิม
2.ด้านการค้า พ่อค้าชาวยุโรปเห็นว่าชายฝั่งทะเลเมดิเตอร์เรเนียนตะวันออกและทางใต้ เป็นทางผ่านของสินค้าจากเอเชียไปยุโรป จึงต้องการครอบครองท่าเรือบริเวณนี้เพื่อผูกขาดการรับส่งสินค้า
3.ระบบฟิวดัลของยุโรประบุให้บุตรชายคนโตเท่านั้นมีสิทธิ์รับมรดกที่ดิน บุตรคนรอง ๆจึงออกไปทำสงครามเพื่อครอบครองดินแดนแถบตะวันออก (ในความครอบครองเดิมของชาวมุสลิม)
อ้างอิงจาก:
https://youtu.be/ydVFqpbIIwA
https://youtu.be/v_8NtmecHMA
https://youtu.be/LPwHRrkH6Ig
10นามสกุลที่นำมาใช้จากชื่ออำเภอมากที่สุด
จังหวัดที่มีมหาวิทยาลัยราชภัฏมากที่สุด
เกาะที่แออัดที่สุดในโลก
จังหวัดที่เด็กสอบติดมหาวิทยาลัยมากที่สุด
จังหวัดที่ชื่อเหมือนผลไม้
5 ประเทศที่ใช้เงินบาทมากที่สุด
“ลูกท้อ” ผลไม้มงคลของจีน แต่ทำไมคนไทยถึงไม่นำไปไหว้พระ?
ทะเลทรายลุต นรกบนดิน ร้อนกว่า 70 องศาเซลเซียส
รวยแบบไม่รู้ตัว! 5 "ของใช้ในบ้าน" ที่มีทองแท้ซ่อนอยู่ เปลี่ยนขยะเป็นเงินล้าน พร้อมวิธีสังเกตง่ายๆ 💰🔍
รู้ก่อนซื้อ น้ำปลาทิพรสขวดเหลืองกับขวดชมพู ต่างกันอย่างไร เลือกแบบไหนให้เหมาะกับจานโปรด
อุทาหรณ์โซเชียล: เมื่อแม่ป่วยหนักแต่ลูกชายเมินเฉย บทเรียนราคาแพงของการเลี้ยงลูกด้วย “อารมณ์”
เมืองหลวงที่หนาวที่สุดในโลก
5 ประเทศที่ใช้เงินบาทมากที่สุด
ชาวทะเลทรายใช้น้ำจากไหน? 6 วิธีจัดการน้ำในพื้นที่แห้งแล้ง
ป่าที่พบเสือโคร่งอาศัยอยู่มากที่สุด อันดับที่หนึ่งในประเทศไทย







