หน้าแรก ตรวจหวย เว็บบอร์ด ควิซ Pic Post แชร์ลิ้ง หาเพื่อน Chat หาเพื่อน Line หาเพื่อน Team Page อัลบั้ม คำคม Glitter เกมถอดรหัสภาพ คำนวณ การเงิน ราคาทองคำ กินอะไรดี
ติดต่อเว็บไซต์ลงโฆษณาลงข่าวประชาสัมพันธ์แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสมเงื่อนไขการให้บริการ
เว็บบอร์ด บอร์ดต่างๆค้นหาตั้งกระทู้

สยบคำวิจารณ์!! “ชิม ชอป ใช้” แจกเงินใส่มือประชาชน สุดเงินผันไปสู่มือของเจ้าสัว โดยมีประชาชนเป็นแค่ทางผ่าน

โพสท์โดย ลูกสาวอบต

 

ร้อนถึงเพจ #ไทยคู่ฟ้า  ต้องออกมาชี้แจงกรณี “ชิม ชอป ใช้” กระตุ้นเศรษฐกิจ ท่องเที่ยวไทย ปูทางสู่สังคมไร้เงินสด

หลังจากเดินหน้าโครงการ “ชิม ชอป ใช้” ได้ระยะหนึ่ง ก็มีเสียงวิพากษ์วิจารณ์จากคนกลุ่มหนึ่งว่า เป็นการแจกเงินใส่มือประชาชน และท้ายสุดเงินนั้นจะผันไปสู่มือของเจ้าสัว โดยมีประชาชนเป็นแค่ทางผ่านเท่านั้น

อย่าลืมว่าที่จริงแล้ว "ชิม ชอป ใช้” เป็นหนึ่งในมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ ปี 2562 ที่รัฐบาลมุ่งหวังให้เกิดการบริโภค จับจ่ายใช้สอย และท่องเที่ยว เพื่อสนับสนุนการขยายตัวทางเศรษฐกิจในช่วงที่เหลือของปี

เงื่อนไขสั้น ๆ คือ ลงทะเบียนรับสิทธิ์ เป็นเงินใช้จ่ายผ่านแอปพลิเคชันคนละ 1,000 บาท และยังสามารถรับเงินคืน (Cash Back) หากเติมเงินส่วนตัวเพื่อใช้จ่ายเพิ่มเติม เป็นจำนวน 15% ของยอดชำระเงินที่จ่ายจริง แต่ไม่เกิน 4,500 บาทต่อคน

ทีนี้มาดูว่าประโยชน์ที่เกิดขึ้นมีอะไรบ้าง ...

อันดับแรก คือ เกิดการจับจ่ายใช้สอยในภาคการท่องเที่ยว ให้คึกคัก โดยเฉพาะการท่องเที่ยวในภูมิภาคทั่วประเทศ ส่งผลให้ร้านค้า ร้านอาหาร ร้านกาแฟ สินค้าเกษตร สินค้าโอทอป โฮมสเตย์ รีสอร์ท โรงแรม ร้านของที่ระลึก หรือขนส่งสาธารณะ ได้รับอานิสงส์ไปเต็ม ๆ เกิดประโยชน์ต่อผู้ประกอบการหลากหลายกลุ่มอาชีพ ทำให้มีรายได้ และช่วยเสริมสภาพคล่องทางธุรกิจได้เป็นอย่างดี

จากข้อมูลของกระทรวงการคลัง พบว่า ผู้ที่ลงทะเบียนรับสิทธิ์ ได้ใช้จ่ายช่วง 5 วันแรก (27 ก.ย. - 1 ต.ค. 62) เพิ่มขึ้นเป็น 700,000 ราย คิดเป็นเงิน 628 ล้านบาท และมีการประเมินว่าหากมีการใช้จ่ายเงินเต็มกรอบเป้าหมาย จะมีเม็ดเงินเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจประมาณ 60,000 ล้านบาท แบ่งเป็นการใช้จ่ายเงินในกระเป๋า 1 จำนวน 10,000 ล้านบาท และกระเป๋า 2 ที่ประชาชนใช้จ่ายเพื่อได้รับ Cash Back 15% อีก 50,000 ล้านบาท

นอกจากนี้ ยังพบว่ายอดการใช้จ่าย 628 ล้านบาท นั้น กระจายไปยังห้างขนาดใหญ่ เพียง 22% เพราะส่วนใหญ่เป็นการใช้จ่ายผ่านร้านค้าชุมชน ร้านธงฟ้าประชารัฐ ร้านค้า OTOP ซึ่งเป็นผลมาจากการวางระบบที่อนุญาตให้ผู้ประกอบการ 1 ราย สามารถเปิดจุดชำระเงินได้ 20 จุด เพื่อให้คนไปใช้สิทธิ์กับร้านเล็ก ๆ จึงไม่ใช่การเอื้อประโยชน์แก่เจ้าสัวหรือผู้ประกอบการรายใหญ่

อันดับที่สอง คือ “เกิดการกระตุ้นเศรษฐกิจฐานราก” อย่างแท้จริง เพราะเป้าหมายของโครงการมุ่งไปที่ “ไทยเที่ยวไทย ใช้หรือกินของไทย” ซึ่งหลายจังหวัดเริ่มนำนโยบาย "ชิม ชอป ใช้" ไปต่อยอดสร้างกระแส “ท้องถิ่นนิยม” กิน เที่ยว และใช้ของคนไทยเพื่อคนไทย โดยเฉพาะในช่วงเทศกาลท่องเที่ยวช่วงปลายปี ที่เห็นชัดเจนขณะนี้ คือ ภาคเหนือ ที่กำลังเข้าสู่ "ไฮซีซั่น" เกิดกระแสตื่นตัวแอ่วเหนือจากโครงการรัฐบาล จนสถานที่ท่องเที่ยว หรือที่พักตั้งแต่ระดับ 3 ดาวไปจนถึง 5 ดาว มีประชาชนจับจองห้องพักอย่างล้นหลาม

อันดับที่ 3 คือ “เป็นการเตรียมความพร้อมสู่สังคมไร้เงินสด" ซึ่งเป็นรูปแบบการเงินสมัยใหม่ที่จะเกิดขึ้นในอนาคตอันใกล้ โครงการนี้จึงช่วยให้ประชาชนคุ้นเคยกับการใช้ “เงินดิจิทัล” เรียนรู้การใช้จ่ายผ่านแอปพลิเคชัน หรือระบบสแกนใบหน้าที่ใช้กันทั่วโลก เพื่อความปลอดภัยและป้องกันการสวมสิทธิ์ ซึ่งมีคนให้ความสนใจลงทะเบียนออนไลน์อย่างท่วมท้นตลอด 24 ชั่วโมง

โครงการนี้รัฐบาลยืนยันว่า “เปิดกว้าง” ให้ประชาชนทุกกลุ่มเข้ามาลงทะเบียนได้ แต่เบื้องต้นเน้นกลุ่มเป้าหมาย “ผู้มีรายได้ระดับกลาง” ซึ่งมีกำลังซื้อ ที่สามารถใช้จ่ายผ่านทั้งแอปพลิเคชันและเงินสด เป็นการกระตุ้นเศรษฐกิจเชิงจิตวิทยาให้ผู้ที่มีกำลังซื้อออกมาจับจ่ายใช้สอยกันเพิ่มขึ้น

ส่วนกลุ่มเกษตรกร หรือ ผู้มีรายได้น้อย รัฐบาลได้ให้ความช่วยเหลือไปแล้วก่อนหน้านี้ โดยเฉพาะผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ

อันดับที่ 4 คือ “เกิดกระแสตื่นตัวเรื่องการค้าขายออนไลน์” เพราะเมื่อพิจารณาจากร้านค้าที่เข้าร่วมโครงการ ชิม ชอป ใช้ ที่มีมากกว่า 150,000 ร้าน ต่างจัดโปรโมชันทั้งทาง "ออนไลน์" และ "ออฟไลน์" ให้เป็นที่รู้จักเพื่อจูงใจให้ประชาชนไป "เช็กอิน" หรือ "ปักหมุด" เพื่อใช้จ่ายเงินซื้อของและท่องเที่ยว โดยเฉพาะตลาดออนไลน์ระดับชุมชน หรือวิสาหกิจชุมชน ตื่นตัวเกินคาด

อันดับที่ 5 คือ “ช่วยดันเศรษฐกิจมหภาค” ให้ขยายตัวในช่วงโค้งสุดท้ายของปี โดยกระทรวงการคลังประเมินว่า โครงการนี้จะมีส่วนช่วยกระตุ้นจีดีพี ให้เพิ่มขึ้น 0.2 - 0.3% หรือคิดเป็นเม็ดเงินหมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจ 60,000 ล้านบาท

ดังนั้นโดยสรุปประโยชน์ของโครงการ "ชิม ชอป ใช้" มีความชัดเจนเป็นรูปธรรม ส่งเสริมเศรษฐกิจยุคดิจิทัล ไม่ได้เอื้อประโยชน์แก่ผู้ประกอบการรายใหญ่ เพราะเม็ดเงินส่วนใหญ่ลงสู่ระบบเศรษฐกิจฐานราก และก่อให้เกิดผลดีต่อเศรษฐกิจของประเทศโดยรวมอีกด้วย

โพสท์โดย: Mariamma
อ้างอิงจาก: https://www.facebook.com/ThaigovSpokesman/photos/a.210271022772045/738454336620375/?type=3&theater
⚠ แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม 
ลูกสาวอบต's profile


โพสท์โดย: ลูกสาวอบต
เป็นกำลังใจให้เจ้าของกระทู้โดยการ VOTE และ SHARE
10 VOTES (5/5 จาก 2 คน)
VOTED: มยุริญ ผดผื่นคัน, zerotype
Hot Topic ที่น่าสนใจอื่นๆ
"นกตาทิพย์": เปิดแนวทางข้อมูลบนเน้น ๆ งวดวันที่ 1 มีนาคม 2569ท่าทางที่มักจะทำตอนเผลอ บอกได้ว่าคุณเป็นคนแบบไหนสนามบินของไทยที่มีผู้ใช้บริการน้อยที่สุดพลิกแฟ้มประวัติศาสตร์! ทูตทหารไทยในปารีสพบสนธิสัญญาสยาม–ฝรั่งเศส หลักฐานใหม่สะเทือนปมชายแดนจังหวัดที่มีพื้นที่ติดตั้งโซลาร์เซลล์มากที่สุดในประเทศไทย โซเชียลลาวกระหึ่ม! เรียกร้อง “แบนเขมร” หวั่นใช้เป็นทางผ่านลักลอบทำงานในไทยมหาวิทยาลัยในประเทศไทย ที่คนกัมพูชานิยมมาเรียนต่อมากที่สุดกัมพูชารื้อแผนที่ปี 1907 เปิดเกมทวงสิทธิ์บนรอยแผลยุคอาณานิคม“กว๊าน” เพียงแห่งเดียวในประเทศไทยอยู่ที่ไหน?จังหวัดที่มี อุทยานมากที่สุดในไทย"ข้าวต้มกุ๊ย" จากอาหารกุลีสู่เมนูโปรดเจ้าสัว ตำนานแห่งการเอาชีวิตรอด"เสาร์ 5" ฤกษ์พิธีสุดขลัง กับข้อสงสัยปี 2569 ใช่ของจริงหรือไม่?
Hot Topic ที่มีผู้ตอบล่าสุด
แนะนำ! เว็บไซต์ ai สามารถวาดรูป [l8+](สร้างฟรี) ผู้ใหญ่เท่านั้นเดินหน้าปฏิรูปประกันสังคม เตรียมจ้างสถาบันภายนอกศึกษาระบบครั้งใหญ่ภาพเขียนฝาผนังโบราณที่มีชื่อเสียงโด่งดังมากของประเทศอิตาลีบรรยากาศที่ค่ายฝึกนักศึกษาวิชาทหาร เขาชนไก่ จังหวัด กาญจนบุรี คึกคักเป็นพิเศษ"ข้าวต้มกุ๊ย" จากอาหารกุลีสู่เมนูโปรดเจ้าสัว ตำนานแห่งการเอาชีวิตรอดสัมภาษณ์คนมาเป็นพัน ไม่เคยขอดูใบปริญญา! 'ซีเค' ชี้ชัด สมัครงานยุคนี้ "เกรด" ไม่ใช่คำตอบ?
กระทู้อื่นๆในบอร์ด ข่าวโซเชียล
รู้ที่มาถึงกับฮาลั้น!! ฮือฮากลายเป็นไวรัล “โหบี๋” คำนี้มากจากไหนกันดราม่าหนัก!! การเลือกตั้ง สส. ไทย ปี69 ความโปร่งใสมีอยู่จริง??สุดอึ้ง!! ลุงๆ ชาวญี่ปุ่น เปลี่ยนร่างเป็นหญิงสาวสวย งดงามจนจำไม่ได้จริงๆ'โซระ เอเรน' ยอมรับว่า เป็นคลิปของตนเองจริงที่หลุด
ตั้งกระทู้ใหม่