หน้าแรก เว็บบอร์ด หาเพื่อน Chat หาเพื่อน Line หาเพื่อน Skype โปรโมชั่น Pic Post ตรวจหวย ควิซ Page คำนวณ คำคม วิดีโอ สเปซ เกม Play ไดอารี่ อัลบั้ม แต่งรูป Glitter
 
ติดต่อเว็บไซต์ลงโฆษณาแจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสมเงื่อนไขการให้บริการ
 
Login เข้าสู่ระบบ สมัครสมาชิก
 
เว็บบอร์ด บอร์ดต่างๆค้นหาสร้างบอร์ด ตั้งกระทู้ใหม่

ALIVE หนังที่สร้างจากเรื่องจริงเมื่อเพื่อนต้องกินศพเพื่อน

บอร์ด นิยาย เรื่องเล่า โพสท์โดย S oda

วันที่ 12 ตุลาคม 1972 เครื่องบินของสายการบินอุรุกวัย แฟร์ไชด์ FH-227D ได้ออกเดินทางจากท่าอากาศยานคาร์ราสโก้ในอุรุกวัย มุ่งไปยังซานติเอโก้ ประเทศชิลี คนจำนวน 45 คนบนเครื่องบินนี้ส่วนมากเป็นนักกีฬารักบี้ทีม"โอลด์คริสเตียนส์"ของมหาวิทยาลัยสเตลล่ามาริสซึ่งกำลังจะเดินทางไปเข้าร่วมการแข่งขันที่ประเทศชิลี อีกหลายคนเป็นผู้โดยสารทั่วไปที่กำลังเดินทางไปเยี่ยมญาติที่ชิลี ลูกเรือ 3 คนและนักบินอีกสองนาย

สภาพอากาศในวันออกเดินทางไม่ดีนัก แฟร์ไชด์จึงต้องหยุดพักคืนหนึ่งที่เมนโดซ่า ก่อนจะออกบินต่อในวันที่ 13 ตุลาคม
และในเวลาบ่ายสามโมงครึ่งของวันเดียวกัน ขณะที่แฟร์ไชด์กำลังบินอยู่เหนือเทือกเขาแอนเดส พวกเขาประสบกับสภาพอากาศแปรปรวนอย่างหนักจนเครื่องบินไม่สามารถพยุงตัวอยู่กลางอากาศได้ทำให้ต้องลงจอดฉุกเฉินที่ยอดเขาไร้ชื่อ*ซึ่งอยู่นอกเส้นทางการบินเดิม ลำตัวเครื่องกระแทกกับผิวดินอย่างแรงจนปีกทั้งสองข้างและท้ายเครื่องบินหัก ผู้โดยสารสองคนกระเด็นออกไปทางท้ายเครื่องและอีกหลายคนเสียชีวิตจากการกระแทกนี้แล้วผู้รอดชีวิตที่เหลือก็ถูกขังไว้ที่ความสูง 10,300 ฟุตในเทือกเขาแอนเดส หิมะในบริเวณที่เครื่องตกนั้นมีความหนาถึง 15 เมตร ไม่มีน้ำ ไม่มีอาหาร และไม่มีเครื่องมือรักษาพยาบาลหรือยาที่เพียงพอ ผู้ใหญ่ส่วนมากต่างเสียชีวิตไปแต่เนิ่นๆ คนที่เหลืออยู่ได้แต่นั่งเบียดกันในเครื่องบินที่เหลือแต่ลำตัว ประทังชีวิตด้วยช็อคโกแลตที่มีจำนวนจำกัดและน้ำที่ได้จากการละลายหิมะ เมื่อมีคนตาย พวกเขาก็ได้แต่ขนศพออกไปข้างนอกและฝังไว้ใต้กองหิมะ 2 อาทิตย์หลังจากเครื่องบินตก คนหนุ่มๆช่วยกันขุดศพขึ้นมา พวกเขาอธิษฐานเพื่อผู้ตายโดยมีคาเนสซ่าเป็นผู้นำและกลืนเนื้อที่เฉือนออกมาลงคอไป แต่ใช่ว่าทุกคนที่จะทำเช่นนั้น มีหลายคนที่ยังคงปฏิเสธที่จะกินเนื้อคนจนวินาทีสุดท้ายคนที่ไม่กินเนื้อพากันอ่อนแรงลงไปอย่างรวดเร็ว หากก็ไม่ยอมทานเนื้อลงไปไม่ว่าคนรอบข้างจะพากันเกลี้ยกล่อมอย่างไร พวกเขาพากันเสียชีวิตในไม่ช้า หลังจากการกินเนื้อคนครั้งแรกไปไม่กี่วัน การเฉือนเนื้อจากศพกลายมาเป็นเรื่องธรรมดาอย่างรวดเร็ว มีกระทั่งคนที่พยายามจะขโมยกล่องสำหรับเก็บเนื้อไป หลายคนนำเนื้อมาย่างบนแผ่นฟอยล์ หากคาเนสซ่าก็ไม่เห็นด้วยกับวิธีนี้โดยให้เหตุผลว่าเนื้อที่ผ่านไฟแล้วจะมีคุณค่าทางอาหารน้อยกว่าเนื้อดิบ ในตอนนี้ ผู้รอดชีวิตมีจำนวนเหลือ 27 คน

วันที่ 17 หลังจากเครื่องบินตก พวกเขาพบกับพายุหิมะขนาดใหญ่ ทำให้คน 8 คนเสียชีวิตไป อีก 19 คนที่เหลืออยู่เริ่มมีอาการไม่ดี และหากพายุลูกถัดไปมาถึง ทั้งหมดก็อาจจะเสียชีวิตลงเมื่อใดก็ได้ พวกเขาช่วยกันคิดหาทางจนได้ข้อสรุปว่าควรจะส่งคนที่เหลือเรี่ยวแรงมากที่สุดลงจากเขาไปขอความช่วยเหลือ หากยังไม่ทันจะได้ลงมือตามแผน ก็มีอีกคนเสียชีวิตไปในตอนนี้ ผู้รอดชีวิตมีจำนวนเหลือ18 คน

1 เดือนหลังจากเครื่องบินตก ในวันที่ 17 พฤศจิกายน คาเนสซ่า, แอนโตนิโอ วิซินติน (19) และเฟอร์นันโด้ ปาร์ราโด้ (22) ออกเดินจากซากเครื่องไปเพื่อขอความช่วยเหลือ ทั้งสามสวมรองเท้ารักบี้ ใส่เสื้อผ้าให้หนาที่สุดเท่าที่จะใส่ได้แล้วเอาเนื้อยัดใส่กระเป๋าไปเป็นเสบียง หาก 2 วันหลังจากนั้น พวกเขาก็พบว่าตัวเองได้แต่เดินวนเวียนอยู่ในภูเขานั่นเอง จึงกลับไปยังซากเครื่องบินด้วยความสิ้นหวัง ซึ่งในถึงยามนั้นก็มีผู้เสียชีวิตเพิ่มขึ้นอีกหนึ่งราย

1 เดือนกับอีก 3 อาทิตย์หลังจากเครื่องบินตก คาเนสซ่ากลายมาเป็นหัวหน้าของคนที่รอดชีวิตอยู่ เขาอธิบายกับทุกคนว่าสมองเป็นส่วนที่มีแร่ธาตุอยู่มากที่สุด และควรจะขุดศพขึ้นมาเพื่อเอาสมองมาเป็นอาหาร ปาร์ราโด้ให้การสนับสนุนความคิดนี้ เขาถึงกับกล่าวว่าเพื่อที่จะรอดชีวิตไปให้ได้ ต่อให้ต้องกินสมองของแม่และน้องที่ตายไปตอนที่เครื่องบินตก เขาก็จะทำในเวลานี้

มีผู้เสียชีวิตเพิ่มขึ้นอีกหนึ่งราย 2 เดือนหลังจากเครื่องบินตก วันที่ 12 ธันวาคมคาเนสซ่า วิซินตินและปาร์ราโด้ ออกเดินไปเพื่อขอความช่วยเหลืออีกครั้ง ทั้งสามพากันเดินข้ามเขาไปหลายลูก หากก็ยังไม่เห็นวี่แววคน อีกทั้งเสบียงอาหารก็เริ่มร่อยเหรอ วิซินตินจึงมอบเสบียงส่วนของตัวเองให้กับอีกสองคนแล้วกลับไปยังซากเครื่องบิน

16 ธันวาคม คาเนสซ่ากับปาร์ราโด้ข้ามเขาอีกลูก ขณะที่กำลังลงเขานั่นเอง พวกเขาก็เห็นพื้นที่ปศุสัตว์และวัวตัวหนึ่ง ทำให้พวกเขาทราบได้ว่าน่าจะมีบ้านคนอยู่ใกล้ๆ

21 ธันวาคม ขณะที่ทั้งคู่กำลังจะล้มลงด้วยความอ่อนแรงนั่นเอง พวกเขาก็เห็นชาวนาคนหนึ่งนั่งอยู่ที่อีกฝั่งของแม่น้ำ ทั้งสองตะโกนให้อีกฝ่ายขว้างกระดาษกับปากกามาให้แล้วเขียนอธิบายว่าตนเป็นผู้โดยสารของเครื่องบินที่ตกในภูเขา ชาวนาดังกล่าวซึ่งชื่อว่าเซอร์กิโอ คาตาลัน เมื่อทราบเรื่องแล้วก็โยนอาหารข้ามแม่น้ำมาให้ คาตาลันหายไปสามชั่วโมงก่อนจะกลับมาพร้อมกับม้าและพาทั้งคู่ไปยังหมู่บ้านในที่สุด ซึ่งนับเป็นเวลา 10 วันนับจากที่ทั้งสองเดินมาจากซากเครื่องบิน และ 72 วันนับจากเครื่องบินตกทีเดียว ไม่ว่าใครก็ยากจะเชื่อได้ว่าจะมีผู้รอดชีวิตอยู่บนภูเขาหิมะเป็นเวลานานถึงขนาดนั้น พวกเขาส่งเฮลิคอปเตอร์ไปยังซากเครื่องบินโดยมีปาร์ราโด้เป็นผู้นำทาง

และแล้ว ผู้รอดชีวิตจำนวน 16 รายก็ได้รับการช่วยเหลือและถูกนำตัวส่งโรงพยาบาลในซานดิเอโก้ในทันที

⚠ แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม 


โพสท์โดย: S oda
เป็นกำลังใจให้เจ้าของกระทู้โดยการ VOTE และ SHARE
15 VOTES (5/5 จาก 3 คน)
VOTED: YtpmEEmpty, เจ๊มด ณ โพสท์จัง, userthai
 
ALIVE หนังที่สร้างจากเรื่องจริงเมื่อเพื่อนต้องกินศพเพื่อน
Hot Topic ที่น่าสนใจอื่นๆ

สาวกินบุฟเฟ่ต์ไม่หมดห่อกลับบ้าน เคลื่อนไหวล่าสุด ออกโรงฉะเพจดัง ก่อนโดนสวนกลับหงายเงิบ

"อุ๊ หฤทัย" ห่วงลูกเมียธนาธร เตือนหัวหน้าพรรคฯ สิ่งที่ทำทั้งหมดไม่มีประโยชน์มีแต่หลงทาง

สาวจอดรถในห้าง กลับมาถึงรถรู้สึกแปลกๆ ก่อนก้มมองใต้ท้องรถ

GIFT V.59

จนท.สัตว์ป่าระอาใจ! ชาวบ้านพบเห่าสองหัวในหมู่บ้าน แต่ห้ามจับเพราะเชื่อว่าเป็นสัตว์ในตำนาน
กระทู้อื่นๆในบอร์ด นิยาย เรื่องเล่า
เรา:เวลาเปลี่ยน ทุกอย่างเปลี่ยน เพื่อน:เปลี่ยนไงอ่ะ เรา:นิสัยเปลี่ยน.. เพี่อน:ดีขึ้นหรอ?? เรา:หึ..แย่ลงกว่าเดิม^-^ตาลือตกบ้าน ไอ้โอมตาลือตกบ้าน [พากย์ไทย]เคาะผิดห้องรึเปล่าศุกร์ 13 วัฒนธรรมความซวยที่มาพร้อมตัวเลข ย้อนที่มาและวัฒนธรรมของโชคร้ายที่เวียนวนแพร่หลายมากับตัวเลข
ตั้งกระทู้ใหม่