กรม สบส.เตือนประชาชน “คีเลชั่นบำบัด” ใช้ในการขจัดพิษโลหะหนัก ไม่ช่วยเสริมความงามหรือรักษาโรคเบาหวาน ความดัน !!
กรมสนับสนุนบริการสุขภาพ เตือนประชาชนพิจารณาให้รอบด้านก่อนรับบริการ “คีเลชั่นบำบัด” ชี้ใช้ในการขจัดพิษจากโลหะหนักในร่างกายเท่านั้น ส่วนสรรพคุณในการเสริมความงามหรือรักษาโรคไม่ติดต่อเรื้อรังยังไม่เป็นที่ยอมรับเพราะยังขาดหลักฐานทางวิทยาศาสตร์ที่ยืนยันได้แน่ชัด โดยปราศจากข้อโต้เถียงทางการแพทย์ หากสถานพยาบาลเอกชนแห่งใดอวดอ้างว่าสามารถทำให้ผิวพรรณเปล่งปลั่ง หรือรักษาอาการโรคเบาหวาน ความดัน ฯลฯ ถือว่าโฆษณาเกินจริง มีความผิดตามกฎหมายสถานพยาบาลเจอโทษทั้งจำและปรับ
ทันตแพทย์อาคม ประดิษฐสุวรรณ รองอธิบดีกรมสนับสนุนบริการสุขภาพ (กรม สบส.) กระทรวงสาธารณสุข กล่าวว่า ปัจจุบันต้องยอมรับว่า เทรนด์ในเรื่องของสุขภาพและความงามนั้นไม่เคยจางหายไปจากสังคมไทย หลายคนต่างมองหาวิธีการใหม่ๆที่จะทำให้สุขภาพ ร่างกายแข็งแรง ผิวพรรณดูเปล่งปลั่งเป็นหนุ่ม/สาวอยู่ตลอดเวลา ส่งผลให้มีสถานพยาบาลที่ให้บริการเสริมความงามเกิดขึ้นใหม่ในทุกๆปี ประกอบกับการแข่งขันทางธุรกิจด้านสุขภาพ และความงามที่เพิ่มขึ้น สถานพยาบาลจึงมักจะต้องเฟ้นหาเทคนิคหรือศาสตร์ทางการแพทย์ในรูปแบบใหม่ๆมาดึงดูด หรือเชิญชวนให้ประชาชนเข้ารับบริการกับตน ซึ่งนับได้ว่าเป็นสิ่งที่ดีในด้านการพัฒนาวงการแพทย์และสถานพยาบาล แต่ประเด็นที่น่ากังวล คือ การที่สถานพยาบาลบางแห่งอาจอาศัยความไม่รู้ของประชาชนมาบิดเบือนข้อมูล ก่อให้เกิดความเข้าใจที่คลาดเคลื่อนต่อบริการทางการแพทย์ ตัวอย่างเช่น การนำ “คีเลชั่นบำบัด” (Chelation Therapy) มาให้บริการโดยอวดอ้างว่าสามารถลดริ้วรอย ช่วยให้ผิวพรรณเปล่งปลั่ง ทั้งยังใช้รักษาโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง เช่น โรคเบาหวาน โรคความดันโลหิตสูง โรคอัมพฤกษ์ อัมพาต ฯลฯ ให้หายขาดได้
ทันตแพทย์อาคม กล่าวต่อว่า ตามวัตถุประสงค์และประโยชน์ของการทำคีเลชั่นบำบัดที่ได้รับการยอมรับโดยไม่มีข้อโต้แย้งทางการแพทย์ คือ การขับสารพิษโลหะหนัก เช่น สารตะกั่ว สารปรอท สารหนู ซึ่งอาจจะก่อให้เกิดการอักเสบในบริเวณที่สะสม หรือบำบัดภาวะผิดปกติทางสุขภาพที่สัมพันธ์กับการสะสมและตกค้างของสารโลหะหนักแบบเรื้อรังในกลุ่มผู้ที่มีความเสี่ยง เช่น ผู้ที่อาศัยหรือประกอบอาชีพในแหล่งที่มีสารโลหะหนัก อาทิ โรงงานแบตเตอรี่ โรงเชื่อมโลหะ ฯลฯ หรือเป็นผู้ที่มีประวัติถูกยิงและมีกระสุนฝังในร่างกาย โดยการนำสารเคมี เช่น โปรตีนสังเคราะห์ EDTA ฉีดเข้ากระแสเลือดเพื่อเข้าไปจับตัวกับอนุภาคของโลหะหนัก เพื่อขับโลหะหนักออกจากร่างกาย ซึ่งอาจจะมีโทษมากกว่าประโยชน์หากใช้กับบุคคลที่ร่างกายมีโลหะหนักแต่ไม่ได้ถึงระดับขนาดที่เป็นพิษหรือป่วยด้วยโรคพิษโลหะหนัก อีกทั้งยังไม่มีหลักฐานทางวิทยาศาสตร์ที่ยืนยันได้แน่ชัดโดยปราศจากข้อโต้ถียงทางการแพทย์ว่า สามารถลดริ้วรอย ช่วยให้ผิวพรรณเปล่งปลั่ง หรือสามารถรักษาโรคไม่ติดต่อเรื้อรังต่างๆ ซึ่งปัจจุบันตามมาตรฐานทางการแพทย์สงวนการทำคีเลชั่นบำบัดไว้สำหรับผู้ป่วยที่ป่วยด้วยโรคพิษโลหะหนักเท่านั้น และต้องอยู่ภายใต้การดูแลของแพทย์อย่างใกล้ชิด
ดังนั้น ประชาชนจะต้องพิจารณาให้รอบด้านก่อนตัดสินใจรับบริการ อย่าด่วนตัดสินใจเพียงเพราะคำโฆษณา ซึ่งการที่โรงพยาบาลเอกชนหรือคลินิกชักชวนประชาชนให้รับบริการคีเลชั่นบำบัด โดยอวดอ้างว่าสามารถช่วยให้ผิวพรรณเปล่งปลั่งหรือรักษาอาการโรคเรื้อรัง โดยไม่มีหลักฐานทางวิทยาศาสตร์ยืนยันจะถือว่าเข้าข่ายการโฆษณาเป็นเท็จโอ้อวดเกินจริงหรือน่าจะก่อให้เกิดความเข้าใจผิดในสาระสำคัญเกี่ยวกับการประกอบกิจการของสถานพยาบาล มีความผิดตามพระราชบัญญัติสถานพยาบาล พ.ศ.2541 และที่แก้ไขเพิ่มเติม ฉบับที่ 4 พ.ศ.2559 ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 1 ปี หรือปรับไม่เกิน 20,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ และให้ปรับอีกวันละไม่เกิน 10,000 บาทจนกว่าจะระงับการโฆษณา และหากประชาชนพบเห็นการกระทำข้างต้นสามารถแจ้งที่ศูนย์รับเรื่องร้องเรียน กรม สบส.ทางหมายเลขโทรศัพท์ 02 193 7057 หรือสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดในพื้นที่เพื่อดำเนินการตามกฎหมายโดยทันที
10 ประเทศในทวีปเอเชีย ที่มีกองกำลังทหารแข็งแกร่งมากที่สุด
อำเภอพิเศษของประเทศไทย ที่ถูกประกาศจัดตั้งขึ้นพร้อมกัน
5 ประเทศในเอเชียที่มีการบริโภค ข้าวเหนียว มากที่สุด
10 ไม้ประดับราคาแพงที่สุดในประเทศไทย
มหาวิทยาลัยในประเทศไทย ที่มีชาวต่างชาติมาเรียนมากที่สุด
5 ยี่ห้อน้ำปลาร้าที่คนไทยนิยมมากที่สุด
เปิดความลับ Culture Shock: ทำไมฝรั่งถึง (ยัง) ไม่ใช้ "สายฉีดชำระ" เหมือนบ้านเรา?
เปิดแนวทางตัวเลข "อาจารย์เบียร์ คนตื่นธรรม" งวดวันที่ 16 กุมภาพันธ์ 2569
ไขปริศนา URL: ทำไมยุคนี้ "www" ถึงหายไป และเรายังจำเป็นต้องพิมพ์อยู่ไหม?
😯 ชวนเข้ามาดูตัวอย่างที่ชัดเจนที่พิสูจน์ว่าธรรมชาติอันยิ่งใหญ่ยังมีความลับบางอย่างซ่อนอยู่ 😃
ด่วน! เมืองน่านสั่งหยุดนับคะแนน หน่วยเลือกตั้งที่ 3 เขต 1 หลังพบบัตรมีปัญหาจนวินิจฉัยไม่ได้ ลุ้น กกต. ชี้ขาดจัดเลือกตั้งใหม่
เปิดโลกอาชีพพิสดาร! 5 อาชีพสุดแปลกที่มีอยู่จริง (แถมรายได้ดีจนน่าตกใจ!)
เพลงไทยที่ยอดวิวสูงที่สุดบน YouTube
3 ข้อห้ามที่เกษตรกรต้องรู้ ในการใช้ผงชูรสเร่งดอกพืช
5 เทคนิคลับ ฉบับคนอยากเป็นวิศวกรมือโปร
วิ่งให้ไกลกว่าเดิมกลางเมืองหลวง
เปิดโลกอาชีพพิสดาร! 5 อาชีพสุดแปลกที่มีอยู่จริง (แถมรายได้ดีจนน่าตกใจ!)
ดีลใหญ่สายยุติธรรม! "นักกฎหมาย-ขุนพลธรรมาภิบาล" จับมือปั้นบุคลากรพันธุ์ดุ เสริมเกราะวิชาการต้านทุจริต
สบส. ชี้วัยทำงานป้องกันฝุ่น PM 2.5 ต่ำ เร่งสร้างทักษะ–แรงจูงใจปรับพฤติกรรม ผ่านเครือข่าย GEN-H
ยกระดับวินัยจราจร: ตร. สั่ง "เตือนก่อนปรับ" ผ่านระบบ PTM ดีเดย์ถึงมีนาคมนี้
"ปอป้อ-โอโม่" พร้อมลุย! ทัพขนไก่ไทยลงสนามจริง มุ่งเป้าคว้าชัยไทยแลนด์ มาสเตอร์ส 2026