หน้าแรก ตรวจหวย เว็บบอร์ด ควิซ Pic Post แชร์ลิ้ง หาเพื่อน Chat หาเพื่อน Line หาเพื่อน Team Page อัลบั้ม คำคม Glitter เกมถอดรหัสภาพ คำนวณ การเงิน ราคาทองคำ กินอะไรดี
ข้อตกลงการใช้บริการนโยบายความเป็นส่วนตัวนโยบายเนื้อหานโยบายการสร้างรายได้About Usติดต่อเว็บไซต์แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม
เว็บบอร์ด บอร์ดต่างๆค้นหาตั้งกระทู้

สไตล์การทำงานที่ต่างกันระหว่างภาครัฐและเอกชน


เขียนโดย

Written by: Sasicha Isarasriroj – Start Thailand

การเลือกงานให้ตรงกับความสามารถเป็นหนทางที่จะทำให้เราอยู่กับงานนั้นได้นานกว่าคนที่คิดว่าทำงานอะไรก็ได้ เพราะฉะนั้นการค้นหาตัวเองให้พบ ว่าเราอยากทำงานอะไร จะสามารถอยู่กับงานนั้นได้ดีแค่ไหน และเป็นไปตามที่คาดหวัง อย่างเช่นรายได้ มากเท่าไร เหล่านี้เป็นสิ่งที่คุณควรตอบคำถามตัวเองให้ชัดเจน

งานเอกชนกับงานรัฐบาลมีความแตกต่างกันหากคุณได้ทำการศึกษาข้อมูลมา ไม่ว่าจะเป็นเรื่องความมั่นคง โบนัส ท่องเที่ยวประจำปี เงินบำนาญ และสวัสดิการ ที่รัฐบาลจะมีความมั่นคงให้มากกว่าภาคเอกชน โดยมีความต่างกันในเรื่องอื่นๆ อยู่ดังนี้

ความมั่นคง

งานราชการจะมีความมั่นคงกว่างานเอกชน แม้งานราชการจะเริ่มจากตำแหน่งที่น้อยๆ ก่อนแต่โอกาสในการได้เลื่อนตำแหน่งก็มีอยู่สูงมากกว่าภาคเอกชน แต่การทำงานกับบริษัทเอกชนเมื่อเลื่อนขั้นสูงเท่าไร เงินเดือนสูงมากเท่าไร ก็มีโอกาสเสี่ยงตกงานได้เพิ่มขึ้น เพราะบริษัทเอกชนจะมีการประหยัดค่าใช้จ่ายในการจ้างคน ซึ่งยินดีจะรับเด็กจบใหม่ที่ไม่ต้องจ่ายเงินเดือนให้มากกว่าคนเก่า ส่วนใหญ่บริษัทเอกชนจะมีการจ้างงานเช่นนี้อยู่เสมอ ต่างจากงานราชการที่สามารถเลื่อนขั้นสูงขึ้นและสามารถทำงานในตำแหน่งนี้ไปจนถึงเกษียณอายุราชการ

โบนัส

โบนัสในส่วนภาคเอกชนจะมีโอกาสได้มากกว่าภาครัฐ ทั้งนี้ขึ้นอยู่ที่ผลประกอบการของบริษัท รวมถึงประสบการณ์และอายุงานในการทำงานเป็นหลัก โดยส่วนใหญ่แล้วงานเอกชนจะโบนัสให้ต่อปีมากกว่าราชการ ซึ่งหากงานราชการติดช่วงปัญหาทางการเมืองการได้รับโบนัสก็อาจชะลอออกไป ต่างจากเอกชนที่ไม่มีการชะลอโบนัส แต่จะจ่ายให้ต่อปี

การท่องเที่ยว

บริษัทเอกชนจะจัดให้มีการท่องเที่ยวประจำปี ส่วนหน่วยงานราชการไม่มีการจัดท่องเที่ยวให้แต่จะเป็นในเรื่องของงานสัมนา การไปดูงานตามที่ต่างๆ ทั้งในประเทศและต่างประเทศ ซึ่งสามารถท่องเที่ยวไปในตัวได้เช่นกัน เพียงแต่สสถานที่อาจไม่สวยหรูเหมือนการท่องเที่ยวของภาคเอกชนเท่าไรนัก

เวลาทำงาน

เวลาทำงานระหว่างภาครัฐกับภาคเอกชนค่อนข้างคล้ายกัน โดยจะมีเวลาในการทำงานต่อวันอยู่ที่ 8-9 ชั่วโมง ซึ่งหน่วยงานเอกชนอาจจะเข้าสายได้เมื่อเทียบกับรัฐบาลที่เริ่มทำงานตั้งแต่ 8 โมงครึ่ง ส่วนเอกชนส่วนใหญ่เริ่มงานตอน 9 โมง และ 10 โมง แต่เมื่อเทียบกับระยะเวลาการทำงานแล้ว ภาคเอกชนอาจจะเลิกล่าช้ากว่าหากมีการติดงาน ที่ต้องแก้ไข หรืองานเพิ่มพูนมาในช่วงตอนเย็น ซึ่งอาจจะต้องมีการทำโอที และยังพ่วงทำงานวันเสาร์ไปด้วยอีก ซึ่งต่างจากรัฐบาลที่เลิกงานเป็นเวลา และทำงานแค่เพียง 5 วันต่อสัปดาห์

เงินบำนาญ

เมื่อถึงวัยเกษียณแล้วไม่ต้องทำงาน โดยสำหรับงานภาครัฐจะมีเงินเดือนกินทุกเดือน โดยเงินบำนาญจะมีแค่ในระบบราชการเท่านั้น ส่วนภาคเอกชนอาจจะต้องเก็บเงินเอาเอง อย่างกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ ที่มีอยู่ในบริษัทเอกชน หากมองถึงในอนาคตข้างหน้าเป็นส่วนใหญ่ การทำงานราชการดูจะมีความมั่นคงมากกว่างานเอกชน แม้ว่างานราชการจะเติบโตช้ากว่าก็ตาม

สวัสดิการ

สวัสดิการของงานราชการจะดีกว่างานเอกชน โดยจะมีทั้งค่ารักษาในเวลาเจ็บป่วยทั้งตนเองและคนในครอบครัว อีกทั้งยังมีค่าเล่าเรียนบุตรที่สามารถเบิกได้ รวมถึงสามารถกู้เงินในอัตราดอกเบี้ยที่ต่ำกว่าเงินกู้ทั่วไปอยู่มาก ส่วนเอกชนโดยส่วนมากจะมีก็แต่เพียงประกันสังคม หรือหากต้องการสวัสดิการที่ดีกว่าก็ต้องหาเลือกทำเอาเอง

          ไม่ว่าจะเป็นงานราชการหรืองานเอกชนก็ควรเลือกให้ตรงกับความชอบหรือความถนัดของตนเอง เพราะต้องอย่าลืมว่า เราต้องใข้ชีวิตอยู่ในออฟฟิศมากกว่าที่บ้าน การเลือกงานที่รู้สึกสบายใจจะทำให้เราอยากไปทำงานทุกวันและลดอุปสรรคที่อาจเกิดขึ้น

สำหรับการหางานใหม่คุณสามารถพบได้ผ่านทางเว็บไซต์สตาร์ท เว็บที่มีตำแหน่งงานว่างกว่า 4,000 ตำแหน่งให้คุณเลือกงานที่ใช่ ในรายได้ที่ชอบ ตามความเหมาะสมแก่ตัวคุณได้แล้ววันนี้

เนื้อหาโดย: isarasriroj
ขอบคุณรูปภาพ: http://www.bookofjob.org
⚠ แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม 
isarasriroj's profile
มีผู้เข้าชมแล้ว 477 ครั้ง
เขียนโดย isarasriroj
เป็นกำลังใจให้เจ้าของกระทู้โดยการ VOTE และ SHARE
Hot Topic ที่น่าสนใจอื่นๆ
ประเทศที่ “ไม่มีรถไฟเลย” แม้แต่สายเดียว8 อาหารไทยรสจัด ที่“คนรุ่นใหม่บางกลุ่มเริ่มกินน้อยลง”5 จังหวัดที่นักลงทุนต่างชาติจับตาในปี 2569 โอกาสใหม่ของงาน และอสังหาฯ ไทยถ้ำที่คนพื้นที่ก็ไม่อยากไป5 สายเรียนที่มีโอกาสตกงานต่ำในไทย (อิงตลาดแรงงานจริง)ดอกไม้หายากที่พบได้แค่ในไทย เพียงประเทศเดียวเท่านั้นในโลก9 โรงเรียนที่เด็กสมัครล้นที่สุด รับน้อยแต่คนแย่งเพียบประเทศที่“อากาศร้อนที่สุดในโลก”อุณหภูมิสูงกว่า 50°C5 อันดับสัตว์ที่มีสมองฉลาดที่สุดในโลกอำเภอที่คนจีนนิยมที่สุด มีคนจีนมาเที่ยวมากที่สุดในประเทศไทยสวนสาธารณะที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในประเทศไทย5 อันดับอาหารไทยเริ่มหายไป แต่คนไทยยังคิดถึงที่สุด
Hot Topic ที่มีผู้ตอบล่าสุด
ดอกไม้หายากที่พบได้แค่ในไทย เพียงประเทศเดียวเท่านั้นในโลกฝันร้าย IVF! คลินิกสลับตัวอ่อน คู่รักผิวขาวช็อกคลอดลูกผิวสี พร้อมวิธีป้องกันความผิดพลาดประเทศที่“อากาศร้อนที่สุดในโลก”อุณหภูมิสูงกว่า 50°Cนาทีระทึก! เมื่อคันเร่งกลายเป็นกับดัก อุบัติเหตุช็อกกลางเมืองคัมโบริอู
กระทู้อื่นๆในบอร์ด ข่าว บทความ รวมสาระต่างๆ
เชื้อราสารแฝงอาหารแห้ง ตัวก่อมะเร็งตับบทเรียนดราม่าธุรกิจเสริมความงาม7 เทพแห่งโชคลาภจากญี่ปุ่น ความหมายที่มากกว่าเงินทองล่าแม่มดแห่งซาเลม
ตั้งกระทู้ใหม่