หน้าแรก ตรวจหวย เว็บบอร์ด ควิซ Pic Post แชร์ลิ้ง หาเพื่อน Chat หาเพื่อน Line หาเพื่อน Team Page อัลบั้ม คำคม Glitter เกมถอดรหัสภาพ คำนวณ การเงิน ราคาทองคำ กินอะไรดี
ติดต่อเว็บไซต์ลงโฆษณาลงข่าวประชาสัมพันธ์แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสมเงื่อนไขการให้บริการ
เว็บบอร์ด บอร์ดต่างๆค้นหาตั้งกระทู้

มาดูกระเป๋าหน้าท้องจิงโจ้กันชัดๆและสัตว์ชนิดอื่นที่มีกระเป๋าหน้าท้อง

โพสท์โดย f r a g i l e

จิงโจ้ (Kangaroo) ถือเป็นสัญลักษณ์และสัตว์พื้นเมืองของประเทศออสเตรเลีย เป็นสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมที่มีกระเป๋าหน้าท้องที่ใหญ่ที่สุดในโลก

เพศเมียจะมีกระเป๋าหน้าท้องไว้สำหรับเลี้ยงลูกๆ ของมัน ซึ่งภายในกระเป๋าหน้าท้องของเจ้าจิงโจ้นั้น จะมีผิวหนังเป็นจุดขาวๆ ดำเต็มไปหมด และมีเต้านม 4 เต้าสำหรับให้นมลูกๆ ของมัน

ถ้าไม่มีลูกอยู่ ดูเผิน ๆ ภายนอกมีขนาดเล็กเท่าสะดือ แต่ข้างในเป็นหลุมขนาดใหญ่อย่างที่เห็น มีเต้านมอยู่ 4 เต้าไว้ให้ลูกน้อยดูด เจ้าของโพสต์เคยคิดเหมือนกันว่ามันจะเจ็บไหม ท้องมันโดนแหวกเหรอ แต่จริง ๆ แล้วไม่ใช่ เป็นอวัยวะคนละส่วนกับท้อง และธรรมชาติก็สร้างมาให้มันแล้ว มันไม่เจ็บหรอก 

ตามธรรมชาติแล้ว ลูกจิงโจ้จะเติบโตในมดลูกช่วงสั้น ๆ มีสะดือและสายรก แล้วจะคลานย้ายมาอยู่ในถุงหน้าท้องของแม่ตามสัญชาตญาณ เข้าไปซุกตัวอยู่ในนั้นจนกว่าร่างกายจะเติบโต ซึ่งจะใช้เวลาประมาณ 5 เดือน ลูกจิงโจ้ก็จะสามารถออกจากกระเป๋าหน้าท้องของแม่ได้เป็นบางครั้ง และเมื่อเติบโตและแข็งแรงมากพอ ลูกจิงโจ้ก็จะสามารถออกมาใช้ชีวิตข้างนอกได้ แต่ถ้ามีอันตรายมันก็จะกลับเข้าไปอยู่ในกระเป๋าหน้าท้องของแม่ทันที

สัตว์ชนิดอื่น ๆ ที่มีกระเป๋าหน้าท้อง เพื่อให้ลูกกินนมแล้วอยู่ในนั้นจนกว่าจะโตพอสู่ภายนอก พบมากในทวีปออสเตรเลีย ถ้าใครมีโอกาสได้มาออสเตรเลีย เจ้าของกระทู้แนะนำให้ไป sanctuary สวนสัตว์เปิดของบ้านเขา ไม่มีกรง เราสามารถเข้าใกล้ ป้อนอาหารจิงโจ้ให้กับมือได้เลย ลูบหัวสัมผัสได้ยันไรขน แต่สัตว์พวกนี้ขี้ระแวงอยู่แล้ว ถ้าคนเยอะ ๆ มันก็จะเขิน ๆ ไม่ค่อยเข้าใกล้เท่าไหร่ แต่ถ้ายังไม่ได้ไป ก็มาดูรูปกันก่อนดีกว่าค่ะ เหมือนของจริงเป๊ะ

โคอะลา ไม่ใช่สัตว์จำพวกหมี แต่เป็น "พอสซัม" เป็นสัตว์มีกระเป๋าหน้าท้อง ขนมันไม่นุ่มเลยนะ เพราะขนมันเบียดกันแน่นมาก สาก ๆ แต่ไม่แข็ง

(มีลูกอยู่ในกระเป๋าหน้าท้อง)

 

ชูการ์ไกลเดอร์ หรือ จิงโจ้บิน เป็นพวกพอสซัมแบบโคอะลา รูปร่างคล้ายกระรอกบิน อาศัยบนต้นไม้ มีเล็บแหลม ขนมีลักษณะนุ่มมาก บริเวณข้างลำตัวของมันจะมีพังผืด ซึ่งสามารถกางได้จากขาหน้าไปถึงขาหลังเพื่อลู่ลมเวลาร่อน

 (บินได้)

วอมแบต หรือ หนูยักษ์ อ้วนป้อม ขนนุ่มละเอียด หางสั้น ขาหน้าที่มีเล็บแหลมคมและข้อขาที่แข็งแรง ใช้สำหรับขุดโพรงเพื่ออยู่อาศัย หากินตอนกลางคืน

แทสเมเนียนเดวิล สัตว์คุ้มครองของออสเตรเลีย เพราะมีเฉพาะในรัฐแทสแมเนียของออสเตรเลีย ขนาดใกล้เคียงสุนัข เป็นสัตว์กินเนื้อ(เห็นน่ารักแต่ดุนะ) มีลูกในกระเป๋าหน้าท้องได้คราวละ 6 ตัวเลย เมื่อมันเครียดจะปล่อยกลิ่นเหม็นออกมา (สัตว์ประเภทนี้ไม่ได้ปล่อยลานนะคะ ดุ เลี้ยงในกรงค่ะ)

 

โพสท์โดย: LTmonstergaga
แหล่งที่มา: วิกิพีเดีย https://jarm.com/news/60540 http://www.nuttyscientists.co.th/the-kangaroo/
⚠ แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม 
f r a g i l e's profile


โพสท์โดย: f r a g i l e
เป็นกำลังใจให้เจ้าของกระทู้โดยการ VOTE และ SHARE
15 VOTES (5/5 จาก 3 คน)
VOTED: เชียงชุน, Jsb, แบล็คพิ้งค์
Hot Topic ที่น่าสนใจอื่นๆ
นกเพียง 4 ชนิด ที่มีชื่อเป็นสัตว์ป่าสงวนของประเทศไทยโซฟาตัวนี้ สร้างความงุนงงให้กับนักวิทยาศาสตร์ มานานกว่า 60 ปีแล้ว!!ผู้ใช้งานกว่า 90% ไม่ทราบว่าร่องเล็กๆบนเขียงไม้ มีไว้เพื่ออะไร?รู้จัก QF-16 เครื่องบินรบผีสิงไร้นักบิน ดัดแปลงจาก F-16ข้าวผัดอเมริกัน: เมนูชื่ออินเตอร์แต่สัญชาติไทยแท้ กับที่มาสุดสร้างสรรค์ในยุคสงครามจังหวัดเดียวในประเทศไทย ที่ไม่มีอำเภอเมืองเหมือนจังหวัดอื่นทึ่งทั่วโลก : "The Boneyard" หรือสุสานเครื่องบินที่ใหญ่ที่สุดในโลกเรื่องจริงที่ชวนสับสน: เมื่อ "ไฟแช็ก" คือพี่ใหญ่ที่เกิดก่อน "ไม้ขีดไฟ" ถึง 3 ปีจาก "ขยะทะเล" สู่ "ราชาบนโต๊ะอาหาร": เมื่อล็อบสเตอร์เคยเป็นบทลงโทษสำหรับนักโทษในคุกประเทศที่มีแหล่งน้ำมันดิบ ปริมาณมากที่สุดเป็นอันดับหนึ่งของโลกสรรพคุณสุดทึ่ง: เมื่อ "ซอสมะเขือเทศ" เคยถูกวางขายในฐานะยาสารพัดนึกรสชาติจากความขัดแย้ง: "แฟนต้า" เครื่องดื่มที่ถือกำเนิดในยุคนาซีเยอรมันเพราะวิกฤตสงคราม
Hot Topic ที่มีผู้ตอบล่าสุด
สินค้าของป่านำเข้าของไทย ที่มีมูลค่ามากที่สุดเป็นอันดับหนึ่ง
กระทู้อื่นๆในบอร์ด สาระ เกร็ดน่ารู้
"​ไม้หนานมู่" (楠木 - Nánmù) ราชาแห่งไม้สีทอง มรดกอันล้ำค่าจากอดีต ราคาสูงมากๆ ไม้ที่ใช้กับคนระดับจักรพรรดิกับเชื้อพระวงศ์จีนในอดีตเท่านั้นทึ่งทั่วโลก : "หอคอยกินเนสส์" (The Guinness Tower) หอคอยที่ดูราวกับหลุดออกมาจากเทพนิยายชีวิต Digital Nomad – วันนี้บาหลี พรุ่งนี้ไม่รู้!จิตวิทยา:ทำไมข่าวร้ายถึงดึงดูดความสนใจคนมากกว่าข่าวดีถึงร้อยละ70
ตั้งกระทู้ใหม่