6 อาการหนักฉุกเฉิน รับการรักษาในโรงพยาบาลฟรี 72 ชั่วโมง...
6 อาการหนักฉุกเฉิน รับการรักษาในโรงพยาบาลฟรี 72 ชั่วโมง...
การรักษาฟรีตามนโยบาย เจ็บป่วยฉุกเฉิน รักษาทุกที่ ดีทุกสิทธิ์ เสนอครม.ของบสนับสนุน 1,000 ล้านบาท ย้ำมีเกณฑ์การคัดแยกชัดเจน พร้อมจัดทีมแพทย์ประจำเพื่อให้คำปรึกษา และแก้ปัญหาการคัดแยกให้มีความรวดเร็วมากยิ่งขึ้น เกี่ยวกับโครงสร้างค่ารักษาพยาบาลในระบบบริการการแพทย์ฉุกเฉิน และความคืบหน้าตามนโยบาย เจ็บป่วยฉุกเฉิน รักษาทุกที่ ดีทุกสิทธิ์ ว่าที่ประชุม ได้เตรียมนำเสนอในที่ประชุมคณะรัฐมนตรีถึงแนวทางในการจัดการโดยจะให้สถาบันการแพทย์ฉุกเฉินแห่งชาติ สพฉ. เป็นผู้รับผิดชอบหลัก ซึ่งเบื้องต้นได้เสนอของบประมาณในสนับสนุนโครงการนี้ 1,000 ล้านบาท และ กพฉ. ได้ตั้งคณะอนุกรรมการภายใต้คณะกรรมการการแพทย์ฉุกเฉิน โดยมีรองปลัดกระทรวงสาธารณสุข เป็นประธาน มาเพื่อรับผิดชอบดูแลเรื่องนี้โดยเฉพาะ เพื่อบูรณาการการทำงานกับภาคส่วนต่างๆ ให้เป็นเอกภาพ รวมถึงการเจรจาต่อรองค่ารักษาพยาบาลกับทั้ง 3 กองทุน และภาคเอกชนด้วย เพื่อให้ผู้ป่วยฉุกเฉินวิกฤติเข้ารับรักษาฟรีใน 72 ชั่วโมงแรก ตามนโยบาย เจ็บป่วยฉุกเฉิน รักษาทุกที่ ดีทุกสิทธิ์...
และในกรณีที่หลายโรงพยาบาลมีข้อขัดแย้งเรื่องการรับรักษาประชาชนเนื่องจากเห็นว่าไม่ใช่ผู้ป่วยฉุกเฉินที่มีภาวะวิกฤตินั้น สพฉ. ได้กำหนดหลักเกณฑ์การประเมินเพื่อคัดแยกระดับความฉุกเฉินและมาตรฐานการปฏิบัติการฉุกเฉินไว้ในประกาศคณะกรรมการการแพทย์ฉุกเฉินแล้ว โดยที่ผู้ป่วยฉุกเฉินวิกฤต คือ บุคคลซึ่งได้รับบาดเจ็บหรือมีอาการป่วยกะทันหัน ซึ่งมีภาวะคุกคามต่อชีวิต และหากไม่ได้รับปฏิบัติการแพทย์ทันทีเพื่อแก้ไขระบบการหายใจ ระบบไหลเวียนเลือด หรือระบบประสาทแล้ว ผู้ป่วยจะมีโอกาสเสียชีวิตได้สูง หรือทำให้การบาดเจ็บหรืออาการป่วยของผู้ป่วยฉุกเฉินนั้นรุนแรงขึ้นหรือเกิดภาวะแทรกซ้อนขึ้นได้อย่างฉับไว และเมื่อมาถึงสถานพยาบาลแล้วผู้ป่วยฉุกเฉินวิกฤติจะต้องได้รับการตรวจรักษาภายในเวลา 0-4 นาที...
อาการที่สามารถเข้ารับสิทธิรักษาฟรีได้จะต้องมีอาการดังนี้
1.หัวใจหยุดเต้น ไม่หายใจ ไม่ตอบสนองต่อการเรียกหรือกระตุ้น ไม่มีชีพจร จำเป็นต้องได้รับการกู้ชีพทันที
2.การรับรู้ สติเปลี่ยนไป บอกเวลา สถานที่ คนที่คุ้นเคยผิดอย่างเฉียบพลัน
3.ระบบหายใจมีอาการดังนี้ ไม่สามารถหายใจได้ปกติ หายใจเร็ว แรง และลึก หายใจมีเสียงดังผิดปกติ พูดได้แค่สั้นๆ หรือร้องไม่ออก ออกเสียงไม่ได้ สำลักอุดทางเดินหายใจกับมีอาการเขียวคล้ำ
4.ระบบไหลเวียนเลือดวิกฤติอย่างน้อย 2 ข้อ คือ หมดสติชั่ววูบ ตัวเย็นและซีด เหงื่อแตกจนท่วมตัว หรือวูบเมื่อลุกยืนขึ้น
5.อวัยวะฉีกขาด เสียเลือดมาก เสี่ยงต่อการพิการ
6.อาการอื่นๆ ที่มีภาวะเสี่ยงต่อชีวิตสูง เช่น เจ็บหน้าอกรุนแรง แขนขาอ่อนแรงทันทีทันใด หรือกำลังชักขณะแรกรับที่จุดคัดแยก
ซึ่งหากเกิดกรณีความขัดแย้งหรือมีข้อสงสัย โรงพยาบาลเอกชนสามารถสอบถามเข้ามาได้โดยตรงที่สพฉ. ซึ่งได้จัดทีมแพทย์ให้ประจำการเพื่อให้คำปรึกษาและแก้ปัญหาการคัดแยกให้มีความรวดเร็วมากยิ่งขึ้น แต่ทั้งนี้จะต้องเร่งประชาสัมพันธ์กับประชาชนด้วยว่าอาการใดบ้างคืออาการฉุกเฉินวิกฤติ เนื่องจากที่ผ่านมาได้มีปัญหาความเข้าใจผิด ในเรื่องของการรับการรักษา...
อีกาจำใบหน้ามนุษย์ได้ และความทรงจำอาจอยู่ได้นานหลายปี
จากปลากัดบ้านๆ สู่ตลาดโลก ปลาตัวเล็กที่สร้างรายได้ให้ไทย หลายร้อยล้าน
เลขเล็ก ๆ ที่เราไม่เคยสนใจ อาจไม่ได้เป็นแค่เลขธรรมดา
ตัวเลขบนสายชาร์จ USB บอกอะไร? 3A, 5A, 60W, 240W ต่างกันตรงไหน
จังหวัดที่มีร้านเซเว่นอีเลฟเว่น จำนวนมากกว่า 500 สาขา
9 อาชีพที่กำลังกลายเป็น “อาชีพหายาก” ในไทย
ทำไมกลิ่นถึงพาเราย้อนความทรงจำได้ ?
ส่องเลข 'วิ่งตาม' เลขท้ายงวดก่อน ก่อน 16 ส.ค. 69 — หาความสัมพันธ์ผสมการคำนวณและสัญญาณ
ทำไมต้องใส่เกลือต้มไข่? เคล็ดลับที่หลายคนทำตามแต่ไม่รู้เหตุผล
6 อาหารชื่อเทศ แต่มีในไทยเท่านั้น..ถอดรหัสต้นกำเนิดเมนูติดปากที่ต่างชาติยังงง
10 โรงเรียนที่ขึ้นชื่อว่าสอบเข้ายากที่สุด
เปิดโลกมื้อแรกแห่งวัน! ส่องเมนูอาหารเช้าสุดตระการตาจากทั่วทุกมุมโลก
จังหวัดที่มีคนญี่ปุ่นอาศัยอยู่มากที่สุดในประเทศไทย
อีกาจำใบหน้ามนุษย์ได้ และความทรงจำอาจอยู่ได้นานหลายปี
รู้จัก "สาวไทย" ที่สื่อนอกให้ฉายา "นักบินที่สวยที่สุดในประวัติศาสตร์"
ทำไมต้องใส่เกลือต้มไข่? เคล็ดลับที่หลายคนทำตามแต่ไม่รู้เหตุผล
ตัวเลขบนสายชาร์จ USB บอกอะไร? 3A, 5A, 60W, 240W ต่างกันตรงไหน
6 อาหารชื่อเทศ แต่มีในไทยเท่านั้น..ถอดรหัสต้นกำเนิดเมนูติดปากที่ต่างชาติยังงง




