หน้าแรก เว็บบอร์ด หาเพื่อน Chat หาเพื่อน Line หาเพื่อน Skype โปรโมชั่น Pic Post ตรวจหวย ควิซ Page คำนวณ คำคม วิดีโอ สเปซ เกม Play ไดอารี่ อัลบั้ม แต่งรูป Glitter ดาวน์โหลดรูปจาก IG
 
ติดต่อเว็บไซต์ลงโฆษณาแจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสมเงื่อนไขการให้บริการ
 
Login เข้าสู่ระบบ สมัครสมาชิก
 
เว็บบอร์ด บอร์ดต่างๆค้นหาสร้างบอร์ด ตั้งกระทู้ใหม่

8 เทคนิค ดูพระสมเด็จที่ไม่ให้พลาด!

บอร์ด สาระ เกร็ดน่ารู้ โพสท์โดย bank100

     ถ้าหากจะเอ่ยถึงพระสมเด็จ วัดระฆัง เชื่อได้เลยว่าไม่มีเซียนพระคนไหนที่จะไม่รู้จัก เพราะมีความเชื่อที่ว่าผู้ที่ครอบครองจะมี 'พุทธคุณ เมตตามหานิยม แคล้วคลาดภัยภิบัติ คงกระพัน โชคลาภ' จึงทำให้ตลอดหลายช่วงทศวรรษที่ผ่านมา ประชาชนมากมายต่างที่อยากจะถือครอบครอง ทว่าจากความจากพลังศรัทธาที่เหลือล้น ทำให้มีผู้ที่ไม่หวังผลิตพระปลอมแล้วนำมาหลอกเช่าต่อผู้ที่ไม่รู้มากมาย วันนี้ทางทีมงานจึงมี 8 เทคนิคการดูพระสมเด็จแบบง่ายๆมาให้ศึกษากันครับ

1.สังเกตพระที่มีผิวแห้ง หรือเป็นขุยยุ่ย เมื่อมองไกลๆ วรรณะเหลืองปนน้ำตาล (ของน้ำมันตังอิ๊ว)
โดยการกวาดสายตาดูตามแผงพระทั่วไปได้อย่างรวดเร็ว ทั้งพิมพ์ทรง ทั้งสี ขนาด รูปร่าง ความหนา-บางโดยรวม ที่จะสามารถสังเกตพระสมเด็จแท้ๆ แยกออกจากพระโรงงานได้โดยง่าย แต่ก็จะมีพระโรงงานทำสี แช่สารเคมี พลาสติกอัด โปะหรือพอกสารเคมีสารพัดชนิดเพื่อเลียนแบบน้ำมันตังอิ๊วปะปนมาบ้างพอสมควร การฝึกสายตาบ่อยๆ จะสามารถแยกสีของพระสมเด็จออกจากสีพระโรงงานทอดน้ำมันได้มากขึ้นเรื่อยๆ อย่างน้อยที่สุดจะแยกพระโรงงานออกได้ไม่น้อยกว่า 90% ของพระที่มีในตลาด

2.สังเกตพระที่มีเนื้อปูดสีขาวมัน หลากอายุ ถึงขาวปนเหลืองอ่อน ตามผิวองค์พระ และตามซุ้ม และตามพื้นองค์พระ
มีลักษณะเป็นเนื้อหินอ่อน หรือเนื้อเกินจากผิวเดิม ปูด หรือพอกหนา คล้ายการเคลือบกระเบื้อง แต่ผิวจะดูเป็นลูกคลื่นแบบฉ่ำๆ หลากอายุมวลสารที่ปูดจะดูมีอายุน้อย แบ่งเป็นวงอายุ เป็นชั้นๆ มีสีขาวถึงขาวปนเหลืองอ่อนที่ปลายยอด และเข้มขึ้นเมื่อลงหาฐาน

3.สังเกตพระที่ผิวมีสีนวลแบบผงแป้งฉาบบางๆ ไม่มีร่องรอยการโปะ
ที่อาจเป็นผิวคล้ายของเดิม หรือเป็นหลุมโพรงปลายเข็ม ของรูน้ำตา ปากกว้างมน กระจัดกระจายทั่วไป ผิวในหลุมทั้งหมด จะมีลักษณะเหมือนผงแป้งโรยถึงขั้นนี้จะแยกพระโรงงานออกไปได้ไม่น้อยกว่า 99% ทำให้โอกาสพลาดน้อยลง เหลือเพียงไม่เกิน 10%

4.ขอส่องดูเนื้อพระ
เมื่อมองไกลจะต้องดูแห้ง หนึกนุ่ม เมื่อมองใกล้จะต้องดูฉ่ำ ชุ่มเป็นจุดๆ แบบวงฟองเต้าหู้ มีมวลสารหลากชนิดตามหลักในตำราพื้นฐานทั่วไป จะต้องมีจุดฉ่ำให้เห็นชัดเจน จำนวนยิ่งมากยิ่งดี ที่ถือว่าเป็นพระแท้ดูง่าย เมื่อมองผ่านเลนส์ จุดฉ่ำทุกจุดต้องเป็นวงแบบไล่ระดับความแห้ง
มองหาจุดฉ่ำทั้งด้านหน้า ด้านข้าง และด้านหลัง มองหารูน้ำตา ที่มีทางไหลของคราบน้ำตา (แบบรูแย้ หรือรูจิ้งหรีด ที่มีทางไหลจากปากรู มีคราบฟองเต้าหู้เป็นวงๆละเอียด) และเนื้อปูดเป็นวงแบบหัวสิว หรือหัวหนอง ที่หัวใส ฐานด้านๆ ดูการยุบยุ่ยของมาลสารที่อ่อนตัวในหลุุมตามผิวขององค์พระ ถ้ามีครบอย่างที่ว่า ก็น่าจะวางใจได้กว่าครึ่ง

5.ดูพิมพ์พระ
ดูความคมชัดของพิมพ์ มีความงามของศิลปะแบบฝีมือช่างสิบหมู่ ไม่แอ่น ไม่บิด ไม่งอ

6.ดูการแตกของผิวขอบองค์พระแบบ “ริ้วเล็กๆ” ขอบมน ไม่มีความคม
จากการมีคราบน้ำมันตังอิ๊ว ฟองเต้าหู้ หรือเนื้อปูดมางอกโปะอยู่โดยธรรมชาติทั้งหน้าและหลังเป็นเนื้อแบบเดียวกัน ด้านข้างอาจมีรอยแยกให้เห็น แต่มักมีฟองเต้าหู้คลุม ดูเป็นลูกคลื่น

7.ดูตำหนิที่สำคัญของแต่ละพิมพ์
ในเบื้องต้นนี้ ยังไม่ค่อยจำเป็นนัก เพราะเมื่อดูเนื้อผ่านได้แล้ว โอกาสพลาดสูงสุดไม่เกิน 50% ฝึกดูไปเรื่อยๆ ประกอบทั้งศิลปะ พิมพ์ และตำหนิที่อาจมี จึงน่าเหลือโอกาสพลาดจะน้อยลงตามลำดับ จนน่าจะเหลือน้อยกว่า ๕๐% เมื่อดูครบดังที่กล่าวมา และทบทวนจนแน่ใจแล้ว จึงเริ่มถามและต่อรองราคา

8.อย่ากังวลกับการพลาดไป “ตีเก๊พระสมเด็จแท้ๆ”
อย่าเสียเวลา “ลุ้น” โอกาสหน้ายังมีอีกมาก แต่จงกังวลกับการ “พลาดไปหยิบพระโรงงาน” ที่พลาดแล้ว “ถอยยาก”

ข้อควรระวัง
อย่าไปสนใจคำพูดใดๆของ “เซียนวิชามาร” ทั้งโดยคำพูดและโดยตำรา ที่เขาทำมาเพื่อการทำมาหากินของเขา อย่างมากก็เพียงนำมาเป็นข้อมูลประกอบการพิจารณา อย่านำมาเป็นความรู้เป็นอันขาด เพราะวัตถุประสงค์ของเขานั้น เขาสนใจเชิงผลประโยชน์ของเขา มากกว่าที่จะพยายามหรือตั้งใจให้คนอื่นจะมีความรู้เท่าเขา จึงอย่าเชื่อนิทานใดๆ ไม่ว่าคนเล่านิทานคนนั้นจะเป็นใคร ทุกอย่างที่อยากรู้ ให้อ่านและดูจากเนื้อพระเพียงอย่างเดียว
ขอขอบคุณบทความจากท่าน ดร. แสวง รวยสูงเนิน


จากเสี่ยพันล้าน ผู้บุกเบิกชุดครัวไฟเบอร์กลาสแห่งแรกในเอเชีย สู่พ่อค้าราดหน้าตลาดน้ำคลองลัดมะยม

แฟนคลับฮือฮาทั้งโซเชียล!! เผยโฉมลูกชาย "ครูอ้วน" ครั้งแรก
⚠ แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม 


โพสท์โดย: bank100
เป็นกำลังใจให้เจ้าของกระทู้โดยการ VOTE และ SHARE
 
8 เทคนิค ดูพระสมเด็จที่ไม่ให้พลาด!
Hot Topic ที่น่าสนใจอื่นๆ

ชายวัย 52 ปีป่วยมะเร็ง ระยะ 4 หายไป 2 ปี กลับมาตรวจใหม่ เนื้อร้ายหายเกลี้ยง จนแพทย์แปลกใจ

ชาวเน็ตงง!! ธีร์ อดีตดาราป่วยวัณโรค อยู่บ้านหลังโต อ้างได้เงินแค่ 5 หมื่น

หนุ่ม คงกระพัน โพสต์เทปสุดท้าย ถูกหยุดเป็นพิธีกร เผยเหตุไม่เคยบอกใคร

เปิดค่าชดเชยทั้งหมด ที่แพรวาต้องจ่าย พร้อมดอกเบี้ย ที่เห็นแล้วต้องตกใจ

หมากตัญญูรู้คุณ!! 2 ตูบสละชีวิต เข้าสู้งูเห่าปองร้าย ปกป้องนายน้อย 1 ขวบ

เจ้าของน้ำตาไหล เปิดคลิปวงจรปิด เผยวินาที 2 ตูบ ขวางงูเห่า ปกป้องนายน้อย 1 ขวบที่หลับอยู่(คลิป)

หลุดปากหรือตั้งใจแฉ!! หลังมดดำเผยชื่อ "แฟนเก่าเกรท" ในวงการอีกคน ที่แทบไม่มีใครเคยรู้!??

ภัยแล้งระบาดหนัก!! ทำวัดและเมืองบาดาน ที่จมอยู่ใต้เขื่อนนาน 20 ปี โผล่ขึ้นให้ชมเป็นขวัญตา

8 สิ่งที่จะทำให้ระดับน้ำตาลในเลือดเพิ่มสูงขึ้น

กนก ซัด!! เมเจอร์ บิดเบือนกฎหมาย เผยเข้าใจ "อ้น สราวุธ" เจอคนอย่าง"ช่อ" ในโรงหนัง

รอดมาได้ เพราะเชื่อมั่นในตัวหมอ!! คนไข้ขาขาดทั้ง 2 ข้าง ยืนยันรอหมอคนนี้เพื่อรักษา และหมอก็ไม่ทำให้ผิดหวัง

ความพิการไม่ใช่ปัญหา!! หนุ่มขอทาน ผู้ที่ไม่เคยยอมแพ้ต่อโชคชะตา สู่เจ้าของแบรนด์ "แซนด์วิชต้นบัว"
กระทู้อื่นๆในบอร์ด สาระ เกร็ดน่ารู้
เฉลยแล้ว!! เอาหางกุ้งไว้ทำไม ??? เหลือไว้ เหลือไว ทำไม??“นอนดึก” ทำให้ลูกแคระ ไม่โตตามวัย!!คุณแม่รู้มั้ย… ลูกนอนคว่ำดีอย่างไร?แผ่นแปะคุมกำเนิดคืออะไร??
ตั้งกระทู้ใหม่