ชาวยอง
ชาวยองถือเป็นข้าพระมหาธาตุจอมยองที่เจ้าฟ้าแห่งลื้อเคยหยาดน้ำเวนทานเอาไว้กับแผ่นดิน ด้วยเหตุนี้ในอดีตนั้นคนยองจึงไม่ต้องจ่ายส่วยภาษีแก่ผู้ใด
...เมืองยองหรือมหิยังคะรัฐ(มหิยังคะแปลว่าภูเขา)เดิมเมืองยองเป็นส่วนหนึ่งของดินแดนสองปันนา(อาณาจักรลื้อ)...ชาวลื้อเมืองยองมีความเจริญรุ่งเรืองมาตั้งแต่บรรพบุรุษ ครั้นเมื่อหันมานับถือพุทธศาสนาชาวเมืองจึงได้สร้างพระธาตุจอมยองขึ้น..บริเวณพระธาตุถือเป็นพื้นที่ศักดิ์สิทธิ์ เจ้าฟ้าแห่งลื้อจึงทรงถวายไร่นาไว้เพื่อเป็นพุทธบูชาแด่พระธาตุแห่งนี้
...ต่อมาเมื่ออาณาจักรลื้ออ่อนแอลงจนแตกออกเป็น2ส่วนคือสิบสองปันนาและเชียงแขง ความวุ่นวายที่เกิดขึ้นทำให้จักรพรรดิจีนฉวยโอกาสยกกองทัพมาทางยูนนาน(ช่วงนี้ได้สร้างเมืองเชียงใหม่แล้ว)สถานการณ์บ้านเมืองในดินแดนแถบนี้จึงเต็มไปด้วยข้อพิพาทศึกสงครามการต่อสู้ตลอดมา...ล่วงมาถึงสมัยพญาสามฝั่งแกนขึ้นเป็นกษัตริย์เชียงใหม่ ฮ่อ(กองทัพยูนนาน)ยกทัพลงมาตีเชียงแสน แต่ก็ต้องล่าถอยเมื่อกองทัพเชียงใหม่เคลื่อนกำลังมาต่อสู้จนไล่ฮ่อไปจนถึงเมืองยอง เมื่อกองทัพเชียงใหม่ตั้งทัพที่นี่เจ้าฟ้าเมืองลื้อสิบสองปันนาจึงได้ยกเมืองยองให้เป็นเมืองขึ้นของเชียงใหม่
...ด้วยเหตุที่เมืองยองทั้งเมืองเป็นเมืองของพระธาตุจอมยอง เชียงใหม่จึงไม่สามารถเก็บส่วยภาษีจากคนเมืองยองได้ จึงเรียกเก็บเป็นอย่างอื่น คัมภีร์โบราณตัวอักษรล้านนากล่าวว่า ให้เมืองยองส่งช่างหอกฟ้อนดาบลงไปฟ้อนเป็นบรรณาการแด่กษัตริย์เชียงใหม่ทุกปี แต่แล้วในรัชสมัยพญาแก้ว(พระเมืองแก้ว)ขึ้นเป็นกษัตริย์เชียงใหม่ ช่างฟ้อนในเมืองยองเสียชีวิตลงหมด..ชาวยองจึงหาช่างฟ้อนไปให้แก่เชียงใหม่ไม่ได้ จึงต้องเอาตัวออกห่างจากเชียงใหม่หันไปพึ่งเจ้าเมืองยางแดง(กะเหรี่ยง)และเจ้าเมืองอังวะ จนกระทั่งแยกตัวออกจากเชียงใหม่ในที่สุด
..เวลาผ่านล่วงมาอีก 100ปีในสมัยพม่าปกครองเมืองยองกษัตริย์พม่าคือพระเจ้าสุทโธธัมมราชา ได้ส่งเจ้าแสนสุรินทร์ มาเป็นเจ้าฟ้าเมืองยอง เจ้าฟ้าองค์ใหม่ได้สอบถามเจ้าอาวาสว่าจะสามารถเก็บส่วยได้หรือไม่ เจ้าอาวาสบอกว่า จะเก็บส่วยจากคนยองไม่ได้เพราะคนยองเป็นข้ามหาธาตุจอมยอง แต่ท่านเจ้าอาวาสก็ไม่ห้ามปรามเมื่อเจ้าแสนสุรินทร์เก็บส่วยภาษี ต่อมาเมื่อจึงเจ้าอาวาสมรณภาพจึงกลายเป็นเปรตจากผลของการกระทำนี้ เจ้าฟ้าเมืองยองกลัวว่าตนเองเมื่อตายจะกลายเป็นเปรตเหมือนดั่งเจ้าอาวาส จึงเกิดเป็นประเพณีในการครองเมืองว่าห้ามเก็บส่วยจากคนยองเป็นเด็ดขาด(คนเมืองไม่ได้เรียกเปรต แต่เข้าใจว่าเป็น ผีกะในตำนานที่เจ้าอาวาสตายเป็นเปรต คนเมืองเรียกว่า ผีกะหลวง)
...ต่อมาเมืองยองขาดผู้สืบครองเมือง ทำให้เมืองสิบสองปันนาเชียงรุ่งเข้ามาอ้างสิทธิครอบครองเมืองยองอีกครั้งหนึ่ง แต่เมื่อไม่สามารถเก็บภาษีได้ จึงยกเมืองยองให้กับเมืองเชียงแขงปกครองกระทั่งถึงปลายปี พ.ศ.2280 มีโจรจาก เมืองเชียงแขง แอบมาขโมยควายของชาวบ้านเมืองยอง เมื่อมีการไต่สวนในศาล
เจ้าฟ้าเมืองเชียงแขงกลับตัดสินให้คนเชียงแขงชนะคดี ชาวเมืองยองต่างไม่พอใจจึงรวมตัวกันไปประท้วง สถานการณ์บานปลายถึงขั้นถือดาบต่อสู้กันและบางส่วนรวมตัวบุกเผาหอคำเจ้าฟ้าเชียงแขง เหตุการจราจลนี้ได้มีการขึ้นศาลกันอีกที่กรุงอังวะโดยกษัตริย์พม่าได้ตัดสินให้เชียงแขง ต้องจ่ายค่าเสียหายเป็นเหรียญเงินสูงถึงห้าหมื่นเหรียญ
ฝ่ายเชียงแขงไม่ยอม ทั้งสองเมืองจึงจับอาวุธขึ้นต่อสู้กันอีกครั้ง เมื่อถึงถึงปี พ.ศ.2290มีการรบกันที่บ้านยู้(ต่อมาคือเมืองหลวยใต้)พม่าได้เชิญสองเมืองไปเจรจากันอีกครั้ง โดยตกลงกันที่จะให้เมืองยองได้ปกครองตนเองเป็นอิสระจากเชียงแขง
...หลังจากเหตุการณ์นี้อีก50ปีเมืองยองก็ถูกกองทัพล้านนาตีแตก ทำให้เกิดการกวาดต้อนชาวเมืองยองลงมาอยู่เชียงใหม่ ลำปาง น่าน แพร่(ยุคเก็บผักใส่ซ่าเก็บข้าใส่เมือง)ซึ่งต่อมาเชียงใหม่แยกคนยองมาอยู่เมืองลำพูน คนยองจึงมาตั้งเมืองอยู่ที่ลำพูน "เวียงยอง"นอกจากนี้ยังมีที่ป่าซางอีกด้วย(แล้วแยกเป็นบ้านโฮ่งอีกยังไม่รวมถึงที่อื่นๆอีกมาก)
...ว่ากันว่าเหตุที่กษัตริย์เชียงใหม่สมัยก่อน ต้องนำเจ้าเมืองยองพร้อมชาวยองมาอยู่ที่เมืองลำพูนและตั้งเป็นเมืองยองในล้านนา(ตรงข้ามวัดพระธาตุหริภุญไชย)เพื่อให้รักษาพระธาตุเช่นเดียวกันที่เคยรักษาพระธาตุจอมยอง
....ฝ่ายเมืองแพร่ คนเมืองจะสอนลูกหลานว่าห้ามขโมยสิ่งของหรือลักของคนบ้านถิ่นเพราะจะกลายเป็นผีกะ คนดินแดนนี้ในอดีตจะถือเรื่องนี้มาก
....นอกจากนี้แล้วคนเมืองในอดีตจะนับถือคนยองว่าเป็นผู้มีศีลธรรมเคร่งครัดในพุทธศาสนา(คำว่า "ยอง" แปลว่า วาง ในภาษาล้านนา อาจหมายรวมถึงการนำสิ่งของที่ทูนไว้บนหัวแล้ววางลงเพื่อสักการพระบรมธาตุจอมยอง ในอีกความหมายหนึ่งคือปริศนาธรรม คำว่ายองคือวางลง ตรงกับคำว่า ปลงวางคือการปลง ปล่อยวาง หรือการทำใจให้ว่างเปล่าปราศจากอกุศลมูลทั้ง 3 คือ โทสะ โมหะ โลภะ
..สำหรับสยามพบว่ารัชกาลที่3แห่งกรุงรัตนโกสินทร์ทรงให้เกียรติเชื้อสายเจ้าฟ้าเมืองยองที่ลำพูนมากเช่นเดียวกัน เห็นได้จากเหตุการณ์ในปีพ.ศ.2385 เมื่อเจ้าอุปราชและเจ้าราชวงษ์เมืองลำพูนได้มีหนังสือกราบบังคมทูลว่าพระยาเมืองเหล็กเมืองยอง ป่วยถึงแก่กรรม พระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่3 ได้พระราชทานสิ่งของให้ข้าหลวงคือแสนปัญญาและแสนเทพขึ้นมาปลงพระศพ ทรงโปรดให้ทำการพระศพเหมือนอย่างเจ้าสุริยวงษ์ เจ้าครองนครลำปางเลยทีเดียว
ขอบคุณ เรื่องจาก---- ชัยวุฒิ ไชยชนะ
เรียบเรียงโดย:ใหม่สูงค่าเชียงตุง
10 ประเทศในทวีปเอเชีย ที่มีกองกำลังทหารแข็งแกร่งมากที่สุด
อำเภอพิเศษของประเทศไทย ที่ถูกประกาศจัดตั้งขึ้นพร้อมกัน
แมวเพียงชนิดเดียวในประเทศไทย ที่ถูกขึ้นบัญชีให้เป็นสัตว์ป่าสงวน
จังหวัดล่าสุดของประเทศไทยที่ถูกยุบเลิก (ในทางประวัติศาสตร์)
เปิดแนวทางตัวเลข "อาจารย์เบียร์ คนตื่นธรรม" งวดวันที่ 16 กุมภาพันธ์ 2569
5 ยี่ห้อน้ำปลาร้าที่คนไทยนิยมมากที่สุด
5 ประเทศในเอเชียที่มีการบริโภค ข้าวเหนียว มากที่สุด
"งูจงอาง" โผล่หน้ารถใช้เวลา 4 ชั่วโมง กว่าจะจับได้ คอหวยแห่ส่องเลขทะเบียนรถ
เปิดวาร์ป 3 จุดที่ "แคบที่สุด" ในแผนที่ประเทศไทย! อยู่ตรงไหน มาดูกัน
10 ไม้ประดับราคาแพงที่สุดในประเทศไทย
ฮือฮา!ฮุน มาเนต ประดับยศ พลตำรวจตรี ให้ตำรวจวัยแค่ 27 ปี
อาวุธลับใต้กีบม้า เมื่อ "รองเท้าหิมะม้า" (Horse Snowshoes) คือ เทคโนโลยีอันชาญฉลาดของนักรบไวกิ้ง
ฮือฮา!ฮุน มาเนต ประดับยศ พลตำรวจตรี ให้ตำรวจวัยแค่ 27 ปี
ในอวกาศไม่มี "ออกซิเจน" แล้ว "ดวงอาทิตย์" เผาไหม้ได้อย่างไร ?
เมื่อน้องเพนกวินกระโดดขึ้นเรือคายัค เพื่อขอความช่วยเหลือ เรื่องนี้น่ารักละมุนใจมากเลยเน่อ



