ประเพณีไทยโบราณ พิธีตัดจุก
แต่ก่อนนี้เด็กไทยมักจะนิยมไว้จุกกันเป็นส่วนมาก แต่โบราณทีเดียวไม่ได้เอาไว้จุกอย่างชั้นหลังนี้ กล่าวคือ ผู้ใหญ่หรือผู้ปกครองนึกจะเอาไว้จุก ไว้แกละ ไว้เปีย ก็เอาไว้กันตามใจชอบ สมัยโบราณทีเดียวนั้นเขาเอาดินมาปั้นเป็นตุ๊กตาหลายๆตัว เอาไว้จุกบ้าง แกละบ้าง เปียบ้าง แล้วให้เด็กเล่นและดูว่าเด็กชอบเล่นตัวไหนมาก จึงจะเอาไว้อย่างนั้น

การไว้จุกนั้นนิยมไว้จนอายุ ๑๑ ปี ถ้าเป็นชายอาจจะเอาไว้จนถึง ๑๕ ปีก็ได้จึงจะทำประเพณีไทยพิธีตัดจุกหรือโกนจุก ก่อนที่จะเริ่มงานจะต้องเอาวัน เดือน ปี ของเด็กไปให้โหรกะวันเวลาฤกษ์ให้เสียก่อน แต่ต้องมิให้ตรงกับวันอังคาร เพราะถือกันว่าวันอังคารเป็นวันห้ามโกนจุก
พิธีโกนจุกหรือตัดจุกทำกันเป็นประจำปีที่โบสถ์พราหมณ์ต่อท้าย พิธีตรียัมพวาย คือ ตัดในวันแรม ๖ ค่ำ เดือนยี่ ที่ทำกันตามบ้านก็มี พิธีโกนจุกหรือตัดจุกที่ทำกันตามบ้านนั้น จำทำกันเป็นสองวัน สิ่งของที่ต้องเตรียมใช้ในตอนเย็นวันแรกมีเบญจาสำหรับรดน้ำเมื่อโกนจุกออกแล้ว เบญจานั้นคือ โต๊ะสี่เหลี่ยมจัตุรัสสูงประมาณศอกคืบมีเสาสี่เสาหลังคามีระบายรอบ ริมขลิบด้วยกระดาษทอง เพดานดาดผ้าขาว เสาผูกม่านลูกไม้ โปร่งทำเป็นม่านไขตามมุมเพดานกับตรงกลางแขวนพวงมาลัย วันเจริญพระพุทธมนต์เย็นโหรจะได้บูชาบัตรพระเกตุ บัตรพระภูมิบัตรเจ้ากรุงพาลี คือใช้ก้านกล้วยสี่ก้านผูกยอดรวมกันเข้า แล้วเอากาบกล้วยผ่าตามยาว ใหญ่ประมาณหนึ่งนิ้วหักมุมทำเป็นกระบะสี่เหลี่ยมจตุรัสลดหลั่นกันตามชั้นทั้ง ๙ ชั้น ชั้นละประมาณ ๑ นิ้ว ชั้นล่างกว้าง ๙ นิ้ว เมื่อทำเป็นกระบะเรียบร้อยแล้วนำมาสวมเข้ากับก้านกล้วย ชั้นล่างสูงจากพื้นประมาณ ๔ นิ้ว ส่วนชั้นต่อๆไปห่างกันประมาณ ๑ นิ้ว แล้วเอาไม้กลัดกลัดตามมุม ๔ ด้าน เอาไม้ตอกเสียบตามชั้นทุกชั้นเพื่อให้วางกระทงได้ ส่วนบัตรพระภูมินั้นเป็นรูปสามเหลี่ยม เป็นกระบะบัตรเจ้ากรุงพาลีทำเป็นรูปบัตรสี่เหลี่ยมจัตุรัสเป็นกระบะเช่นเดียวกัน เบญจานั้นมักนิยมตั้งกันนอกชายคาบ้าน ในบัตรบรรจุกระทงเล็กๆ มีกับข้าวควาหวาน ถั่วงาคั่ว นมเนย ข้าวตอก ดอกไม้ บัตรพระเกตุบรรจุ ๑๘ กระทง บัตรพระภูมิ ๓ กระทง บัตรเจ้ากรุงพาลี ๔ กระทง ตามบัตรให้ปักธงสีทองเท่าจำนวนกระทงนั้น ยอดปักเทวรูปพระเกตุขี่นาค ธูปเทียนอย่างละ ๒๔ เล่ม ควรใช้เทียนหนัก ๑ สลึง อนึ่งการวางวงสายสิญจน์ให้วงมาที่เบญจาด้วย
ในส่วนพิธีพราหมณ์จะต้องหาคนแต่งตัวเด็กที่จะมาฟังพระเจริญพระพุทธมนต์ ถ้าจะแต่วตัวอย่างโบราณต้องสวมสนับเพลานุ่งผ้าเยียรบับจีบนางหงส์ สวมเสื้อเยียรบับคาดเจียระบาด คาดเข็มขัดเพชร ใส่สร้อยตัวสร้อยนวม ฯลฯ แต่อย่างละครชาตรี การแต่งตัวเด็กนิยมแต่งกันอีกบ้านหนึ่งเมื่อ ใกล้เวลาพระสงฆ์เจริญพระพุทะมนต์ พราหมณ์จะทำพิธีแห่เด็ก คือพราหมณ์ผู้ใหญ่สวมเสื้อสไบเฉียง ถือขันข้าวตอกดอกไม้กับกระบองเพชรให้เด็กถือเมื่อจะแห่ แล้วเดินโปรยข้าวตอกดอกไม้นำหน้า ส่วนพราหมณ์อีกสองคนนั้นอยู่ถัดมาเป่าสังข์แกว่งไม้บัณเฑาะว์นำหน้าเด็กมายังที่ทำพิธี เมื่อเด็กนั่งแล้วพราหมณ์จะดยงสายสิญจน์มาพาดที่ตัวเด็ก ตรงที่เด็กนั่งมีพรมปู มีหมอนสำหรับวางมือ ขณะประนมมือฟังพระเจริญพระพุทธมนต์ เพราะถ้าแต่อย่างโบราณที่มือเด็กจะหนักมากจึงต้องมีหมอนรอง
เมื่อรับศีลแล้วพระเริ่มเจริญพระพุทธมนต์ ในขณะนี้โหรจะแต่งตัวนุ่งขาวห่มขาวออกมาบูชาบัตรพลีที่เบญจา เมื่อเจริญพระพุทธมนต์จบแล้ว พราหมณ์จะนำเด็กมาส่งที่เดิม ถ้ามีปี่พาทย์ก็ทำเพลงเดินเหมือนกันทั้งเวลานำและส่ง
ข้อมูลดีๆ.....มหัศจรรย์เมืองสยาม
ธนาคารสัญชาติไทย ที่ทำกำไรได้มากที่สุดเป็นอันดับหนึ่ง
ทำไมคุณไม่ควรใส่เกลือ เมื่อเริ่มเคี่ยวกระดูก?
อำเภอที่อยู่ไกลจากตัวจังหวัดที่สุด
จังหวัดเดียวในประเทศไทย ที่ทุกอำเภออยู่ติดฝั่งทะเลและชายแดน
เบื้องหลัง "ซูชิแซลมอน" จากเมนูที่คนญี่ปุ่นปฏิเสธ สู่ความสำเร็จระดับโลกด้วยฝีมือชายนอร์เวย์
มัดรวมเลขเด่น 3 เจ้าแม่ดัง! เจ๊นุ๊ก-เจ๊ฟองเบียร์-แม่น้ำหนึ่ง ลุ้นโชคงวด 17 ม.ค. 69
หลังจากใช้ชีวิตอยู่ในถ้ำ นักธรณีวิทยาก็ได้ค้นพบสาขาชีววิทยาใหม่โดยไม่ตั้งใจ
เมืองโบราณลึกลับในตำนาน ที่อยู่ในเขตพื้นที่ของประเทศกัมพูชา
แรงงานเขมร 30 คน แฉ เขมรประสบกับปัญหาเศรษฐกิจสุดย่ำแย่ประชาชนไม่มีงาน ราคาสินค้าแพง ยอมทิ้งบ้านเกิดเข้ามาหางานในประเทศไทย สุดท้ายเจ้าหน้าที่รวบตัวดำเนินคดีตามกฎหมาย
เมื่อ "ออเจ้า" กลายเป็น "นายเอก" งานนี้มีคำตอบ!
สาว "กัมพูชา" พ่นสีทองทั้งตัว..!! นั่งสามล้อปั่นรอบเมือง แล้วจากนั้นก็บอกว่านี่แหละ คือชุด "เขมรโบราณ"
ทายนิสัยจากการนอน ท่านอนบอกนิสัย
สนามบินที่มีขนาดเล็กที่สุด ที่ยังคงเปิดให้บริการอยู่จริงบนโลก