เข้าสู่ระบบ:
  [ลืมรหัสผ่าน] [สมัครสมาชิกฟรี]   
1,375,661   3,332,590
 

ประชาเกย์ที่เพิ่มขึ้น ประเทศชาติยิ่งเจริญ

 

ประชาเกย์เพิ่มอย่างน่าตกใจ


  ประชาเกย์เพิ่ม แต่บาร์เกย์โดยเฉพาะผู้ชายขายบริการกลับลดลง คนวงในชี้เดี๋ยวนี้คนใช้บริการมีแต่พวกไฮโซ คนมีชื่อเสียง ข้าราชการ นักการเมือง และคนวงการบันเทิง


    ส่วนเกย์รุ่นใหม่ไม่นิยมซื้อบริการ ชี้เป็นพวกสิ้นคิด เพราะมีที่ให้พบเจอและทำความรู้จักกันเยอะอยู่แล้วสมัยนี้ การขายบริการทางเพศยังคงเป็นอีกหนึ่งมุมมืดของสังคมไทย ซึ่งทั่วไปตามย่านสถานบันเทิงอาจจะเห็นสถานบริการที่มีหญิงสาวไว้คอยบริการผู้ชาย 
     

  
    แต่กับสถานที่เฉพาะซึ่งมีผู้ชายไว้บริการชายด้วยกันที่นิยมแบบรักร่วมเพศอาจจะพบเห็นได้น้อย แต่คนในวงการก็จะรู้ๆ กันอยู่


และจากการที่สังคมเกย์ออกมามีบทบาทต่อสังคมมากขึ้น มีการเปิดเผยตัวเองมากขึ้น เรื่องนี้เกี่ยวกับการบริการทางเพศสำหรับเกย์จึงเป็นอีกเรื่องหนึ่งที่คนพูดถึงกันพอสมควรว่าเมื่อมีเกย์มาก  สถานที่แบบนี้ก็จะเพิ่มขึ้นเป็นเงาตามตัว ส่งผลต่อภาพลักษณ์ของประเทศ 

  
แต่สำหรับประเด็นนี้แหล่งข่าววงในซึ่งเป็นเกย์  และมีชื่อเสียงในหมู่เกย์ด้วยกัน  ได้ยืนยันว่าไม่เป็นความจริง โดยเผยว่าการขายบริการทางเพศสำหรับเกย์นั้น ปัจจุบันลดลงไปมากแล้ว

  
"ยอมรับสมัยนี้ก็ยังมีอยู่  พวกบาร์อ๊อฟ  (บาร์ผู้ชาย  มีผู้ชายใส่กางเกงในเต้นโชว์ และสามารถซื้อบริการได้)  หรือบาร์เกย์
  แต่ถ้าถามถึงธุรกิจการซื้อขายบริการนั้น  จากประสบการณ์ที่คลุกคลีกับวงการนี้เป็นสิบปี  เปรียบเทียบได้เลยว่าลดลงมากกว่าแต่ก่อน

   ทั้งนี้ เพราะว่าเดี๋ยวนี้เกย์เค้าเปิดตัวกันมากขึ้น เกย์รุ่นใหม่ก็จะอยู่กันเป็นคู่ ไม่ต้องไปเรียกร้องซื้อบริการ  และอีกหนึ่งปัจจัยที่สำคัญคือ มีสถานที่สำหรับเกย์เพิ่มมากขึ้น 
อย่างผับ ดิสโก้ ซาวน่า ฟิตเนส

   ซึ่งเป็นของชาวเกย์โดยเฉพาะ ก็จะเป็นที่รวมกลุ่มกัน ทำความรู้จักกัน เกย์รุ่นใหม่ก็จะเลิกซื้อบริการกันแล้ว จะมีก็พวกเกย์แก่ๆ บ้างที่ยังใช้บริการอยู่ แต่ก็น้อยลงอย่างเห็นได้ชัด" แหล่งข่าวกล่าว

   ด้าน นายนที  ธีระโรจนพงษ์  หัวหน้ากลุ่มเกย์การเมือง กล่าวย้ำถึงเรื่องนี้ว่า ปัจจุบันแต่ละปีจะมีคนที่เป็นเกย์ออกมาเปิดเผยมากขึ้น ช่วงหลังๆ นี้เฉลี่ยแล้วปีละประมาณ 10% แต่สถานบริการทางเพศสำหรับเกย์กลับน้อยลง  มีหลายที่ที่ปิดไป ลดลงกว่า 10% ซึ่งมีแนวโน้มว่าจะลดลงเรื่อยๆ 

  สาเหตุน่าจะมาจากเกย์สมัยใหม่มีความคิดมากขึ้น  มีที่ให้พบปะกันมากขึ้น และส่วนใหญ่ก็จะเป็นแฟนกันอยู่ด้วยกัน ก็ไม่จำเป็นต้องเรียกร้องเรื่องนี้  ผับสำหรับชาวเกย์ก็มี ไหนจะซาวน่า ชาวเกย์ก็มีโอกาสได้เจอกัน ได้รู้จักกัน 

  ธุรกิจนี้ก็จึงซบเซาลง ลดน้อยลง และเชื่อว่าในอนาคตจะลดลงจนอาจจะหมดไปเลย มันสวนทางกันกับสังคมเกย์ที่นับวันจะยิ่งเพิ่มขึ้น  ก็เป็นอีกหนึ่งการพัฒนาในทางที่ดีขึ้น  สมัยนี้เกย์คนไหนเที่ยวซื้อบริการ เค้าเรียกว่าพวกสิ้นคิด คือไม่มีใครสนใจแล้ว ไปให้พวกผู้ชายหลอกเอาเงิน

  "พวกเกย์ที่ยังเที่ยวชายขายบริการอยู่ สมัยนี้เหลือแต่พวกคนมีชื่อเสียง พวกไฮโซพนักงานใหญ่โต ข้าราชการ  นักการเมือง คนมีชื่อเสียงในสังคม และที่สำคัญพวกดารา นักร้อง คนในวงการบันเทิงทั้งหลาย   พวกนี้จะยังซื้อบริการ  

  เพราะต้องการปกปิด  โดยวิธีการก็ยังคล้ายในรูปแบบเดิม  โทร.สั่งกับทางร้านให้จัดเด็กส่งไปให้บ้าง หรือว่าให้ใครมาแทน"

  เรื่องนี้ยังได้รับการยืนยันจากนาย ต. (นามสมมุติ) เกย์หนุ่มซึ่งเคยทำงานเต้นอะโกโก้  และเคยขายบริการที่ร้านย่านสีลมว่า เดี๋ยวนี้ลดน้อยลงจริงๆ เพราะเกย์ส่วนใหญ่ที่มาเที่ยวกันจะไม่มากันแล้ว เค้าก็จะไปเที่ยวตามผับแทน  

  เดี๋ยวนี้มีผับเกย์มาก แล้วก็ไปเจอพบปะกัน และก็ได้เป็นแฟนกัน ชาวเกย์ทำความรู้จักกันง่ายกว่าชายหญิง หันมาทำงานกันอย่างเปิดเผย ใช้ชีวิตอยู่ด้วยกัน ไม่ต้องมาหาที่ปลดปล่อยเหมือนเมื่อก่อนที่คนยังปกปิดกันอยู่ และเมื่อคนไม่เที่ยวกัน คนที่ขายบริการก็ต้องเลิกทำงาน 

  แต่ก็อาจจะยังมีรับเป็นครั้งคราวบ้าง  ทำให้พวกผู้ชายขายบริการลดลง  และส่วนตัวก็มองว่าทำให้ภาพพจน์ของกลุ่มเกย์ดีขึ้นด้วย


 การเพิ่มขึ้นของกลุ่มชายรักชายทั่วโลก

 
 เมื่อไม่กี่สิบปีมานี้ เราจะพบว่าอัตราการเพิ่มขึ้นของประชากรชาวเกย์ หรือ กลุ่มชายรักชายมีเพิ่มขึ้นอย่างน่าตกใจ  ซึ่งเป็นเรื่องน่าแปลกเป็นอย่างมาก  และมีคำถามเกิดขึ้นว่า ทำไม เมื่อก่อนไม่ค่อยมีแต่เดี๋ยวนี้ มีการแสดงตัวเยอะมาก จนเมื่อไม่นานนี้ มีข่าวที่ว่า นกฟามิงโก้ ใกล้จะศูนย์พันธุ์เนื่องจากการเกิด  ภาวะโรคร้อนทำให้ นกฟามิงโก้   หันมาชอบตัวผู้ด้วยกันเอง เป็นเรื่องน่าแปลกมาก ทำไมมันเป็นอาการเดียวกับคนเลย แล้วภาวะโรคร้อนเกี่ยวอะไรด้วยเป็นคำถามที่น่าลองคิดทบทวนดูอย่างมาก


  จะเป็นไปได้หรือไม่ ที่เมื่อร้อยกว่าปีที่ผ่านมา จำนวนประชากรของโลกมีเพิ่มมากขึ้นหลายเท่าตัว  ซึ่งผลของการเพิ่มของจำนวนประชากรของมนุษย์บนโลก  เป็นต้นเหตุทำให้เกิดปัญหามลพิษ ซึ่งก็คือต้นเหตุของการทำให้เกิดภาวะโลกร้อนในปัจจุบัน    เมื่อโลกใกล้จะถูกทำลายโดยนำมือมนุษย์  โลกเลยปรับกลไกทางธรรมชาติเพื่อเป็นการรักษาสมดุลกลับสู่โลก  โดยการทำให้เกิดภาวะหยุดการสืบพันธุ์ของมนุษย์  เพื่อทำการลดจำนวนประชากรมนุษย์  

  
   สิ่งที่ง่ายที่สุดก็คือการปรับการทำให้เกิดภาวะชายรักชาย  แต่ถ้าจะพูดถึงเหตุปัจจัยอื่นๆ เราไม่สามารถมองข้ามการเบี่ยงเบนความชอบความสนใจจากเดิมชายต้องชอบหญิง แปรเปลี่ยนกลายเป็นชอบชายด้วยกัน อาจะเป็นเพราะผู้หญิงไม่ได้มีจุดสนใจเลย หรืออยู่ไปทำให้ไม่มีความสุข มนุษย์ทุกคนโดยเฉพาะผู้ชายย่อมหาสิ่งที่ตัวเองเรียกว่า ความสุขเข้ามาในชีวิตมากเป็นอันดับ1 เฉกเช่นเดียวกับ การหาคู่รักที่เป็นชายด้วยกัน กลับพบว่าเขามีความพึงพอใจเป็นอย่างมาก เช่นเดียวกับ พฤติกรรมของนกฟามิงโก้  ซึ่งเป็นการหยุดการเพิ่มจำนวนประชากรได้อย่างดี  เมื่อจำนวนประชากรลดน้อยลง  สิ่งที่ตามมาก็คือพื้นที่มนุษย์ที่ต้องการอยู่อาศัยก็จะลดน้อยลง    ซึ่งก็จะทำให้เพิ่มพื้นที่ของป่าไม้ขึ้น  เมื่อมีป่าไม้เพิ่มขึ้น โลกก็ถูกปรับสมดุลให้กลับสู่สภาวะปกติได้ในที่สุด 

  
  

  ช่างเป็นการจำกัดจำนวนประชากรที่ได้ผลอย่างชะงักงันมาก  คิดดูถ้ากลุ่มประชากรชายรักชาย มีเพิ่มมากขึ้นเรื่อย ๆ  จนถึง 100%  มนุษย์ก็จะถูกหยุดการสืบพันธุ์อย่างสมบูรณ์แบบ  ทำให้เกิดการสูญพันธุ์และสูญสิ้นของเหล่ามนุษยชาติเลยทีเดียว (นี่ไม่ใช่เรื่องล้อเล่น)  ที่เขาชอบเปรียบเปรยกันบ่อยๆ เขาว่ากันว่า ชายรักชาย = ชอบป่าเดียวกัน นี่แหล่ะคือ ธรรมชาติที่กำหนดไว้ว่า มนุษย์ทำลายป่าไม้มามากแล้ว เห็นทีจะต้องให้ชายรักชายเป็นผู้พิทักษ์ป่าไม้และเป็นผู้พิทักษ์โลกอย่างแท้จริง

 

 

http://atcloud.com/stories/108367  ยาวซะ 

 

VOTED BY: เบเบ๋, marshtompneverdie, NicoRobin, ดำเกิงกับแมนสรวง, มิ้นส์
 
โหวตให้กระทู้นี้ >>
มีผู้เข้าชมแล้ว 61,355 ครั้ง, โหวตแล้ว 119 ครั้ง / 585 คะแนน
โพสท์โดย: มิ้นส์ ดู Hot Topic อื่นๆของ มิ้นส์
12:36 - 6 กันยายน 2555 (แก้ไขล่าสุด: 12:40 - 6 กันยายน 2555)
แจ้งลบ
 

Comment!  

   
 
 
   
เนื้อหาถูกโพสท์โดยสาธารณชน แสดงบนเว็บไซต์โดยอัตโนมัติ
 
QUICK LINK
CONTACT US
ADVERTISE
    2004 2005 2006 2007 2008 2009 2010 2011 2012 2013   2014
Postjung