บุคคลตัวอย่าง ตามรอยเศรษฐกิจพอเพียง "คนปิดทองหลังพระ"
ใน วันนี้ เศรษฐกิจพอเพียง-พึ่งตนเอง เกษตรทฤษฎีใหม่ ไม่เป็นเพียงแต่ปรัชญาเท่านั้น แต่ยังสัมผัสได้จริงด้วยการปฏิบัติในหลายระดับหลากมิติ และความสำเร็จเหล่านี้จะเกิดขึ้นไม่ได้เลย หากไม่มีแนวทางที่ในหลวงทรงพระราชทาน และไม่มีคนต้นแบบที่เดินตามรอยพ่อหลวงให้เห็นเป็นตัวอย่าง
เมื่อเร็วๆนี้ รายการเปิดฟ้าวันใหม่ อสมท. Am 1143 KHz. นำโดยนายอุกฤษ กาลายี และคณะ เดินทางไปให้กำลังใจผู้ทำงานปิดทองหลังพระ ตามแนวพระราชดำริเศรษฐกิจพอเพียงและสามารถขยายผลเป็นประโยชน์ให้ชาวบ้าน รู้จักพึ่งพิงตนเองและสร้างความสุขอย่างยั่งยืน จึงขอนำคนต้นแบบเหล่านี้มาขยายผลความดี
...................................................................................
“ทำให้เห็นก่อนจึงสอนได้” ที่ศูนย์กสิกรรมธรรมชาติมาบเอื้อง
ที่ "ศูนย์กสิกรรมธรรมชาติมาบเอื้อง" อ.บ้านบึง จ.ชลบุรี ซึ่งนำโดยนายวิวัฒน์ ศัลยกำธร ได้ดำเนินการตามแนวทางเกษตรทฤษฎีใหม่ เอื้อต่อการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม ที่สำคัญได้ขยายเป็นเครือข่ายกสิกรรมธรรมชาติเพื่อเศรษฐกิจพอเพียงกว่า 80 ศูนย์ทั่วประเทศ นอกจากนี้ยังขยายผลไปยังประเทศเพื่อนบ้านคือ ศูนย์กสิกรรมธรรมชาติกรุงไพลิน กัมพูชา
นายวิวัฒน์ กล่าว ว่า จากประสบการณ์ที่เคยทำงานในสำนักงานคณะกรรมการพิเศษเพื่อการประสานงาน โครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ(กปร.) ทำให้พบว่าทุกข์ของเกษตรกรไทย คือหนี้สินที่มาจากค่าสารเคมี ปุ๋ย และการปลูกพืชตามกระแส และทางออกคือการดำเนินรอยตามแนวพระราชดำริเศรษฐกิจพอเพียง จึงตัดสินใจลาออกจากราชการเพื่อมาสร้างตัวอย่างให้เห็นเป็นต้นแบบ
"ผมต้องการพิสูจน์ให้เกษตรกรเห็นว่าทฤษฎีใหม่ของพระองค์ท่าน จะทำให้ผู้ปฏิบัติมีความสุขแท้จริง ยังรักษาธรรมชาติสิ่งแวดล้อมให้ยั่งยืน ช่วยให้โลกที่กำลังร้อนระอุร่มเย็นลง ซึ่งเริ่มจากบุกเบิกที่ 40 ไร่ของพี่สาวที่มาบเอื้องที่เป็นป่าอ้อยรกร้างแห้งแล้งดินดาน โดยขอกล้าไม้กระทรวงเกษตรฯมาขุดหลุมปลูก คลุมด้วยหญ้าแฝก รดด้วยน้ำหมักชีวภาพที่ทำเอง จนมีแต่คนหาว่าผมบ้า เพราะกว่าจะปลูกต้นไม้ต้นหนึ่งได้ต้องขุดหลุมครึ่งวัน จ้างคนงานมาหนีกลับเลย เราก็ต้องทำเองไปเรื่อยๆ นึกถึงพระองค์ท่านเพื่อเป็นกำลังใจ"
จากความพยายาม 20 ปี จึงเกิด “ศูนย์กสิกรรมธรรมชาติมาบเอื้อง” ท่ามกลางผืนป่าใหญ่ และกลายเป็นแหล่งเรียนรู้การทำเกษตรเพื่ออนุรักษ์ธรรมชาติที่อุดมสมบูรณ์ ด้วยพรรณไม้ยืนต้นกว่า 300 ชนิด มีการอบรมการทำเกษตรปลอดสารพิษ การปรับปรุงบำรุงดิน การจัดการเกษตรตามแนวทางทฤษฎีใหม่ และการทำพลังงานชุมชน ภายใต้แนวคิดการบริหารพื้นที่ตามหลัก "ป่า 3 อย่าง ประโยชน์ 4 อย่าง และไม้ 5 ชั้น"
“โมเดลปลดหนี้ล้าน” ของเกษตรกรธรรมดาที่ไม่ธรรมดา

ที่ “ศูนย์กสิกรรมธรรมชาติสองสลึง” อ.แกลง จ.ระยอง ของผู้ใหญ่สมศักดิ์ เครือวัลย์ผู้ที่สามารถปลดหนี้ 1 ล้านด้วยพื้นที่ 5 ไร่ภายในเวลา 5 ปี เจ้าของกล่าวถึงความเป็นมาว่าเริ่มจากการเป็นหนี้ของตนเองจากการทำเกษตรเชิง เดี่ยวและใช้สารเคมี ทั้งปุ๋ย และยากำจัดศัตรูพืช-วัชพืช จนธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร(ธ.ก.ส.) ขึ้นทะเบียนให้เป็นเกษตรกรล้มเหลว กระทั่งวันหนึ่งมีโอกาสไปดูงานโครงการเกษตรทฤษฎีใหม่ การทำเกษตรอินทรีย์ตามแนวเศรษฐกิจพอเพียง และศึกษาฟาร์มตัวอย่างเกษตรกรที่ประสบความสำเร็จ เช่น ศูนย์อนุรักษ์สมุนไพรไทย (ของนายดำรงศักดิ์ ชุมแสงพันธ์) อ.วังจันทร์ จ.ระยอง และศูนย์กสิกรรมธรรมชาติมาบเอื้อง ประกอบกับนักวิชาการที่เข้ามาส่งเสริม ใช้เวลาเรียนรู้อยู่ 3 ปีจึงตัดสินใจลงมือทำเกษตรอินทรีย์ในปี 2539 จนที่สุดสามารถเป็นศูนย์เรียนรู้ถ่ายทอดให้ผู้อื่นได้
“เราเน้น การปฏิบัติจริง เรียนไปด้วยลงมือทำไปด้วย พบจุดอ่อนและข้อบกพร่องตรงไหน ก็ปรึกษากัน หลังการฝึกอบรมเสร็จเกษตรกรสามารถนำกลับไปใช้ที่ไร่นาของตนเอง เราเน้นทำให้ดู อยู่ให้เห็น เป็นให้สัมผัส เข้าใจเข้าถึงและพัฒนา น้อมนำพระราชดำรัสเศรษฐกิจพอเพียงมาใช้ในชีวิตประจำวันรู้เท่าทันกระแสทุน นิยมและการรู้จักตนเองมากขึ้น”
ผู้ใหญ่สมศักดิ์ กล่าวว่าถึงหลักการปลดหนี้ตามแนวทางเกษตรอินทรีย์นี้ว่า สามารถทำได้ง่ายๆด้วยหลักเป็นที่อยู่อาศัย มองทางไหนให้มีกิน ใช้พลังงานทดแทน ทำปุ๋ยได้เองไม่พึ่งเคมี ขุดบ่อเลี้ยงปลา โดยให้ธรรมชาติเลี้ยงกันเอง พร้อมยกตัวอย่างว่าในสระน้ำ 1 ไร่ ให้ปล่อยปลานิล 5,000 ตัว เมื่อปลานิลมีลูกให้ปล่อยปลาหมอ 5,000 ตัว โดยลูกปลานิลจะเป็นอาหารของปลาหมอ หลังจากนั้นให้ปล่อยปลาดุก 10,000 ตัว คิดง่ายๆถ้าขายปลา 10,000 ตัวๆละ 10 บาท จะได้เงิน 100,000 บาท การทำปุ๋ยอินทรีย์ไว้ใช้เมื่อเหลือก็แลกเป็นของกับเพื่อน นอกนั้นขาย ถ้า 1 ปี เหลือปุ๋ยเพื่อขาย 100 ตัน จะได้เงิน 250,000 บาท เฉลี่ยจะมีรายได้ปีละ 350,000 ยังไม่รวมผักและผลไม้ที่สามารถทำไปขายได้อีก
ศูนย์ศึกษาการพัฒนาอ่าวคุ้งกระเบน อันเนื่องมาจากพระราชดำริ
ที่ “ศูนย์ศึกษาการพัฒนาอ่าวคุ้งกระเบน อันเนื่องมาจากพระราชดำริ” อ.ท่าใหม่ จ.จันทบุรี ซึ่งมีนายทวี จินดามัยกุล เป็นผู้อำนวยการ เล่าว่าก่อตั้งตามพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวว่า "ให้พิจารณาพื้นที่ที่เหมาะสมจัดทำโครงการพัฒนาอาชีพการประมงและการเกษตรในเขตที่ดินชายฝั่งทะเล จังหวัดจันทบุรี" พร้อมพระราชทานเงินที่ราษฎรจันทบุรีร่วมทูลเกล้าทูลกระหม่อมถวายโดยเสด็จพระราชกุศลเป็นทุนริเริ่ม ต่อมาได้มีพระราชดำริเพิ่มเติมว่า “ให้ พิจารณาจัดหาพื้นที่ป่าสงวนเสื่อมโทรมหรือพื้นที่สาธารณประโยชน์เพื่อจัด ตั้งศูนย์ศึกษาการพัฒนา เช่นเดียวกับศูนย์ศึกษาการพัฒนาเขาหินซ้อน ให้เป็นศูนย์ศึกษาเกี่ยวกับการพัฒนาในเขตที่ดินชายทะเล” ปี 2525 จึงเกิดศูนย์ดังกล่าว เพื่อเป็นหน่วยงานศึกษาสาธิตและการพัฒนาในเขตที่ดินชายทะเล ด้วยวิธีการผสมผสานความรู้อันหลากหลายของแต่ละหน่วยงาน เพื่อวางแผนพัฒนาการจัดการทรัพยากรที่มีอยู่ให้เหมาะสมและยั่งยืนตลอดไป
“เรา มีแผนศึกษา ทดลองวิจัย และพัฒนาการประมงและเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำชายฝั่งอย่างยั่งยืน เพิ่มผลผลิตของประเทศ ควบคู่กับการอนุรักษ์ฟื้นฟูทรัพยากรสัตว์น้ำและสิ่งแวดล้อม โดยการมีส่วนร่วมของชุมชน แผนศึกษาและพัฒนาการเกษตรโดยยึดแนวทางเศรษฐกิจพอเพียง แผนศึกษาและพัฒนาทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม และอื่นๆ อีกมากมาย ภายใต้แผนเหล่านี้มีโครงการเล็กๆ เกิดขึ้น ซึ่งถ้าไม่ได้รับความร่วมมือจากคนในชุมชนคงสำเร็จได้ยาก”
ทั้ง นี้พื้นที่ดำเนินงานและพื้นที่ขยายผลศูนย์ศึกษาการพัฒนาอ่าวคุ้งกระเบนฯ ครอบคลุม 33 หมู่บ้าน ใน ต.คลองขุด ต.รำพัน ต.โขมง อ.ท่าใหม่ และ ต.สนามไชย ต.กระแจะ อ.นายายอาม จ.จันทบุรี ทั้งสิ้นประมาณ 71,025 ไร่ 
“พึ่งตนเองด้านสุขภาพ” ด้วยภูมิปัญญาหมอยาไทย
ที่ “สวนสมุนไพรพรอุดม” อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี ดร.พรอุดม ลดหวั่น ประธาน ชมรมเกษตรสมุนไพรและเภสัชกรแพทย์แผนไทย เล่าว่าเมื่อก่อนตนไม่เคยศรัทธาการรักษาโรคด้วยศาสตร์แพทย์แผนโบราณ ทั้งที่พ่อเป็นหมอต่อกระดูกและหมอยาสมุนไพร กระทั่งล้มป่วยและเข้ารักษาตัวในโรงพยาบาลนานเกือบ 4 ปี เพราะสารเคมีจากยาฆ่าแมลง ที่สะสมในร่างกายมานานกว่า 20 ปี ประกอบกับเสียดายเงินที่ต้องใช้ในการรักษา จึงเริ่มนึกถึงการรักษาของพ่อในวัยเด็ก
“ตอนผมเป็นหวัด น้ำมูกไหล พ่อจะไปเก็บใบหูเสือที่ปลูกใส่กระถางข้างบ้านมาใส่ครกโขลก ใส่ดินสอพองเล็กน้อย แปะพอกกลางกระหม่อม พ่อจะหาผ้าผูกคร่อมทับใบหูเสือไม่ให้ใบหลุด ผมนอนหลับไปพักใหญ่ตื่นขึ้นมาจมูกโล่งหายอาการหวัดทันที พอหันมาเยียวยาตนเองด้วยสมุนไพรเพียง 1 เดือนอาการดีขึ้น ก็เริ่มมีกำลังใจ จากที่หน้าบวมตาบวมเพราะภูมิแพ้ก็ลดลง ระบบขับถ่ายดีขึ้น ผ่านไป 8 เดือนก็หายจากทุกโรค ทำให้ผมหันมาสนใจและศึกษาวิชาสมุนไพรอย่างจริงจัง”
ปัจจุบัน ดร.พรอุดม ได้รับใบประกอบโรคศิลป์และใบอนุญาตการผลิตยาที่คนยอมรับนับถือ และยาสมุนไพรที่ผลิตยังติดอันดับ 4 ผลิตภัณฑ์โอทอปดีเด่นของ อ.สัตหีบ ด้วยการดำเนินงานตามแนวทางเศรษฐกิจพอเพียง คือสร้างอาชีพจากการลงทุนน้อย ค่อยๆโตอย่างช้าๆ หาแนวทางลดรายจ่ายในครัวเรือน และแบ่งเงินเก็บออมไว้เป็นภูมิเพิ่มความมั่นคง
จังหวัดอากาศดีที่สุดในไทย เปิดรายชื่อพื้นที่อากาศดีตลอดปี
เปิดรายได้พนักงานขับรถเมล์และพนักงานเก็บค่าโดยสาร
จังหวัดที่มี พระพุทธรูปใหญ่ที่สุดในประเทศไทย
เปิด 10 สิ่งก่อสร้างใหญ่ที่สุดในโลก มนุษย์สร้าง ไทยติดอันดับด้วย
ชาติเดียวในอาเซียนที่สามารถผสมผสานการใช้งานเครื่องบิน F-16 (สหรัฐฯ) และ JAS 39 Gripen (สวีเดน) ได้อย่างสมบูรณ์ที่สุด
สถานศึกษาที่มีนักเรียนน้อยที่สุดในประเทศไทย
"เจ๊ฟองเบียร์" งวด 16 มีนาคม 2569: แนวทางรวยสดๆ ร้อนๆ..มาเเล้วจ้า
เปิด "ล้งจีน" กว่า 1,000 แห่งรายได้มหาศาล สร้างความเสียให้กับคนไทย
AI วิเคราะห์สถิติเลขท้าย 3 ตัวรางวัลที่ 1 งวด 16 มี.ค. 2569
ประเทศที่ขอสัญชาติได้ยากที่สุด อันดับที่หนึ่งของโลก
สถิติหวย ย้อนหลัง 10 ปี เลขท้าย 2 ตัว งวด 16 มีนาคม
ถนนที่ยาวที่สุดในโลก อยู่ที่ไหน ยาวกว่า 30,000 กม.
เผยสถิติเลขออกบ่อย ย้อนหลัง 20 ปี งวดวันที่ 16 มีนาคม 69
ปล่อยเลขเด็ดแม่น้ำหนึ่ง งวดวันที่ 16 มีนาคม 2569..มาเเล้ว คอยหวยห้ามพลาด
"บทสวดสรงน้ำ"เทศกาลสงกรานต์
ศาลฎีกา..พิพากษายกฟ้อง กกต.ไม่ต้องจ่าย 70 ล.คดีแจกใบส้ม 'สุรพล'อดีต สส.พรรคเพื่อไทย
ปลาสวยงามพันธุ์หายาก ที่พบได้เฉพาะในประเทศไทยเท่านั้นบนโลก



