พระมหาพิชัยราชรถ
พระมหาพิชัยราชรถ เป็นราชรถที่พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช โปรดให้สร้างขึ้นในปี พ.ศ. 2338 เพื่อเชิญพระบรมอัฐิสมเด็จพระปฐมบรมมหาชนก สำหรับออกถวายพระเพลิง ณ พระเมรุมาศท้องสนามหลวง ในปี พ.ศ. 2339 โดยโปรดให้สร้างเป็นราชรถขนาดใหญ่ตามแบบพระราชประเพณี ที่เคยมีมาครั้งกรุงศรีอยุธยา คือ มีขนาดสูง 1,120 เซนติเมตร ยาว 1,530 เซนติเมตร[1] หลังจากนั้นเมื่อสมเด็จพระพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากรมพระเทพสุดาวดี สิ้นพระชนม์ ใน พ.ศ. 2342 ก็โปรดให้อัญเชิญพระโกศทรงบนพระมหาพิชัยราชรถออกพระเมรุอีกครั้ง และนับจากนั้นพระมหาพิชัยราชรถเชิญพระโกศพระบรมศพพระมหากษัตริย์ พระบรมราชินี และพระบรมวงศ์ผู้ทรงศักดิ์ชั้นสมเด็จเจ้าฟ้าในสมัยต่อๆ มา
ภายหลังการเชิญออกประดิษฐานพระโกศพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวแล้วก็มิได้เชิญออก แม้จะมีการบูรณปฏิสังขรณ์ด้วยการเพิ่มล้ออีก 1 ล้อ เพื่อรับน้ำหนัก และซ่อมแซมเพื่อความสวยงาม[1] โดยมีการเชิญพระเวชยันตราชรถออกใช้การแทน[2] แต่ให้ขนานนามราชรถตามหมายกำหนดการว่าพระมหาพิชัยราชรถ จนกระทั่งในงานพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี ในปี พ.ศ. 2539 จึงได้มีการบูรณะพระมหาพิชัยราชรถครั้งใหญ่โดยกรมสรรพาวุธทหารบกและเชิญออกใช้การอีกครั้งหนึ่ง
นับตั้งแต่ปี พ.ศ. 2339 ที่พระมหาพิชัยราชรถ เชิญพระโกศพระบรมศพสมเด็จพระปฐมบรมมหาชนก จนทรงพระโกศพระศพสมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ โดยล่าสุดพระมหาพิชัยราชรถได้ใช้ทรงพระโกศพระศพสมเด็จพระเจ้าภคินีเธอ เจ้าฟ้าเพชรรัตนราชสุดา สิริโสภาพัณณวดี ในงานพระราชพิธีพระราชทานเพลิงพระศพ วันที่ 9 เมษายน พ.ศ. 2555
ปัจจุบันพระมหาพิชัยราชรถได้เก็บรักษาไว้ ณ โรงราชรถ พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร กรุงเทพมหานคร[2]
- พ.ศ. 2339 เชิญพระโกศพระบรมอัฐิสมเด็จพระปฐมบรมมหาชนก[2]
- พ.ศ. 2342 เชิญพระโกศพระบรมศพสมเด็จพระพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากรมพระเทพสุดาวดี สมเด็จพระพี่นางเธอในรัชกาลที่ 1[2]
- พ.ศ. 2355 เชิญพระโกศพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช[2]
- พ.ศ. 2361 เชิญพระโกศพระบรมศพสมเด็จพระบวรราชเจ้า กรมพระราชวังบวรมหาศักดิพลเสพ[2]
- พ.ศ. 2368 เชิญพระโกศพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย[2]
- พ.ศ. 2369 เชิญพระโกศพระบรมศพสมเด็จพระอมรินทราบรมราชินี ในรัชกาลที่ 1[2]
- พ.ศ. 2380 เชิญพระโกศพระบรมศพสมเด็จพระศรีสุลาไลย พระบรมราชชนนี ในรัชกาลที่ 3[2]
- พ.ศ. 2395 เชิญพระโกศพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว[2]
- พ.ศ. 2405 เชิญพระโกศพระบรมศพสมเด็จพระเทพศิรินทราบรมราชินี
- พ.ศ. 2409 เชิญพระโกศพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปิ่นเกล้าเจ้าอยู่หัว[2]
- พ.ศ. 2412 เชิญพระโกศพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว[2]
- พ.ศ. 2424 เชิญพระโกศพระบรมศพสมเด็จพระนางเจ้าสุนันทากุมารีรัตน์ พระบรมราชเทวี[2]
- พ.ศ. 2443 เชิญพระโกศพระบรมศพสมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ พระองค์เจ้าละม่อม กรมพระยาสุดารัตนราชประยูร[3]
- พ.ศ. 2454 เชิญพระโกศพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว[2]
- พ.ศ. 2539 เชิญพระโกศพระบรมศพสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี[2]
- พ.ศ. 2551 เชิญพระโกศพระศพสมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์[2]
- พ.ศ. 2555 เชิญพระโกศพระศพสมเด็จพระเจ้าภคินีเธอ เจ้าฟ้าเพชรรัตนราชสุดา สิริโสภาพัณณวดี[4]
ขอบคุณที่มา จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
ประเทศที่มีแหล่งน้ำมันดิบ ปริมาณมากที่สุดเป็นอันดับหนึ่งของโลก
นกเพียง 4 ชนิด ที่มีชื่อเป็นสัตว์ป่าสงวนของประเทศไทย
5 ดินแดนที่สหรัฐอเมริกาเคยพยายามขอซื้อแต่ล้มเหลว
จังหวัดเดียวในประเทศไทย ที่ไม่มีอำเภอเมืองเหมือนจังหวัดอื่น
อำเภอที่อยู่ไกลจากตัวจังหวัดที่สุด
นักเรียนกัมพูชาสะเทือนโซเชียล ประกาศขอยอมขาดเรียน 6 เดือน ดีกว่าเรียนกับครูในประเทศ ย้ำ “ครูไทยเก่งกว่า” จุดกระแสดราม่าข้ามชาติ
ซีแลนเดีย (Zealandia): ทวีปที่ 8 ของโลก ขุมทรัพย์ลึกลับใต้ก้นมหาสมุทรแปซิฟิก
ม้าร้องไห้ ตุ๊กตาที่ขายดีจากความผิดพลาด
วัยรุ่นยุคใหม่หันไปเที่ยวผับบาร์ตั้งแต่เช้าตรู่
AI พลิกโฉมวงการ "หนังสั้นของจีน"..ไม่รู้งานนี้มีคนตกงานหรือไม่ ?
สาวอุซเบกิสถานโดนลูกโป่งระเบิดใส่หน้าอย่างจัง
ทำไมคุณไม่ควรใส่เกลือ เมื่อเริ่มเคี่ยวกระดูก?
ประเทศที่มีแหล่งน้ำมันดิบ ปริมาณมากที่สุดเป็นอันดับหนึ่งของโลก
วิถีคนคูล: ฝึกสติแบบตัวตึง พ้นนรกวัฏฏะด้วย "กรุณา" และ "รู้ทัน" (เอไอ รวบรวมและเรียบเรียง)
วิธีมีสเน่ห์ด้วยวิทยาศาสตร์ แค่เข้าใจก็ไม่ต้องพึ่งสายมู
อาชีพสำคัญในประเทศไทย ที่กำลังขาดแคลนและเป็นที่ต้องการมากที่สุด
เมืองโบราณลึกลับในตำนาน ที่อยู่ในเขตพื้นที่ของประเทศกัมพูชา

