นายหน้า ผู้ยิ่งใหญ่ที่สุดในวงการอสังหาริมทรัพย์ (แต่ขาดการดูแล)
เขียนโดย doctorsopon

ในวงการอสังหาริมทรัพย์ ผู้ยิ่งใหญ่ที่สุด ไม่ใช่นักพัฒนาที่ดิน แต่เป็นนายหน้าอสังหาริมทรัพย์นั่นเอง ทำไมจึงเป็นเช่นนั้น แต่คำถามสำคัญกว่านั้นก็คือ ทำไม่ไม่มีการควบคุมทางวิชาชีพ ต้องการให้มีช่องโหว่เพื่อการโกงหรือไร ดร.โสภณ พรโชคชัย ประธานกรรมการบริหาร ศูนย์ข้อมูลวิจัยและประเมินค่าอสังหาริมทรัพย์ไทย (www.area.co.th) กล่าวว่า ณ สิ้นปี 2558 ประเทศไทยมีบ้านอยู่ทั้งหมด 24,712,420 หน่วย ซึ่งรวมตั้งแต่บ้านเดี่ยว บ้านแฝด ทาวน์เฮาส์ ตึกแถว และห้องชุด ทั้งนี้จากข้อมูลของกรมการปกครอง กระทรวงมหาดไทย
อย่างไรก็ตาม ในช่วง 1 ปีที่ผ่านมา หากพิจารณาจากการโอนที่อยู่อาศัยของกรมที่ดิน ก็พบว่ามีการซื้อขายบ้านในขอบเขตทั่วประเทศประมาณ 857,984 หน่วย หรือประมาณ 3.5% ของบ้านทั้งหมด แสดงให้เห็นว่าการขายบ้านในแต่ละแห่งนั้น ขายกันปีละ 3-4% โดยประมาณ โดยในจำนวนนี้ 227,208 หน่วย หรือราวหนึ่งในสี่ (26.5%) ของทั้งหมด อยู่ในเขตกรุงเทพมหานครและปริมณฑล อย่างไรก็ตามหากพิจารณาในด้านของบ้านจัดสรรและห้องชุด จะพบว่าในเขตกรุงเทพมหานครมีการซื้อขายกันถึงครึ่งหนึ่งของทั่วประเทศ
อย่างไรก็ตามในกรณีการขายบ้านและห้องชุดในโครงการจัดสรรในเขตกรุงเทพมหานครและปริมณฑล มีอยู่ประมาณ 80,816 หน่วย หรือราว 35.6% ของที่อยู่อาศัยทั้งหมดในพื้นที่นี้ การนี้แสดงให้เห็นว่าบ้านส่วนใหญ่ 146,392 หน่วย (สองในสาม) ในเขตกรุงเทพมหานครและปริมณฑล เป็นการซื้อบ้านบ้านมือสอง ไม่ใช่บ้านมือหนึ่งแต่อย่างใด อาจกล่าวได้ว่าสัดส่วนระหว่างการขายบ้านมือหนึ่งและมือสองอยู่ที่ 1:2 การขายบ้านมือสองมีมากกว่าบ้านมือหนึ่งในกรุงเทพมหานครและปริมณฑลแล้ว และหากในสัดส่วนทั่วประเทศ การขายในโครงการจัดสรร ยิ่งจะน้อยกว่าการซื้อขายกันเองในหมู่ประชาชน
นายหน้าซื้อขายบ้าน จึงมีบทบาทในการนี้มากเป็นพิเศษ ในอนาคต การซื้อขายบ้านผ่านนายหน้าจะมีมากขึ้นตามลำดับ นายหน้าจึงถือเป็น "ผู้ยิ่งใหญ่" ที่สุดในวงการอสังหาริมทรัพย์ เพราะทำให้เกิดการซื้อขายแลกเปลี่ยนมากกว่า โดยที่นายหน้ามีบทบาทสำคัญแบบนี้ สังคมจึงควรมีการควบคุมวิชาชีพนี้ให้ดี เพื่อประโยชน์ของผู้บริโภคและสังคมโดยรวม อย่างไรก็ตามในประเทศไทยยังไม่มีกฎหมายควบคุมนายหน้าโดยเฉพาะ รวมทั้งยังไม่มีกฎหมายควบคุมนักวิชาชีพอื่นด้านอสังหาริมทรัพย์ เช่น ผู้ประเมินค่าทรัพย์สิน นักบริหารทรัพย์สิน เป็นต้น
การเปิดช่องโหว่ไว้แบบนี้ รังแต่จะทำให้เกิดการโกง การทุจริตต่าง ๆ มาก เพราะการขาดการควบคุมทางวิชาชีพ รัฐบาลจึงควรมีการควบคุมทางวิชาชีพในรูปแบบของคณะกรรมการ สภาวิชาชีพ หรืออื่น ๆ โดยรัฐบาลดำเนินการโดยเคร่งครัด และเปิดโอกาสให้ผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย เช่น สถาบันการเงิน สถาบันการศึกษา ได้มีบทบาทในการนี้มากขึ้น
เพื่อประโยชน์ของสังคม เราต้องควบคุมนักวิชาชีพอสังหาริมทรัพย์
ที่มา: http://www.area.co.th/thai/area_announce/area_press.php?strquey=press_announcement1563.htm
จังหวัดเดียวในประเทศไทยที่ไม่มีแม่น้ำ..แม้แต่สายเดียวก็ไม่มี
หมอปลาย พรายกระซิบ งวดวันที่ 1 เมษายน 2569 แนวทางรวยจากท่านยมทูต
4 อันดับประเทศที่มีความสุขที่สุดในเอเชีย ปี2026
ต้นไม้ที่คนเข้าใจผิดกันมาก ในพุทธประวัติ ว่าพระพุทธเจ้าท่านเคยประสูติใต้ต้นไม้ต้นนี้ "ต้นสาละอินเดีย"
10 อันดับโรงเรียนสาธิตที่มีจำนวนนักเรียน ระดับมัธยมปลายมากที่สุด
ไทยติดอันดับสนามบินโลก สุวรรณภูมิที่ 36 ดอนเมืองที่ 7
จากขอบหนังสือพิมพ์สู่ตำนานลูกทุ่ง: ชีวประวัติและการต่อรองทางวัฒนธรรมของ "อุดม ชวนชื่น" และ "ศรีหนุ่ม เชิญยิ้ม"
ประเทศที่นําเข้าอาหารแช่ แข็งจากไทยมากที่สุด
5 แมวพันธุ์ไทยยอดนิยม สัญลักษณ์แห่งโชคลาภและสิริมงคลคู่บ้าน
"โชคคูณทวี" แนวทางเลขเด็ด งวดประจำวันที่ 1 เมษายน 2569 ..คอหวยห้ามพลาด
ผักป่าชนิดหนึ่ง มีประโยชน์เทียบเท่า "โสม"
ประเทศที่ซื้อ นํ้าตาล จากไทยมากที่สุด
เงินรั่วมากที่สุด 10 อย่างที่คนไทยทำทุกวันโดยไม่รู้ตัว
7 มหาวิทยาลัยที่เปิดสอนคณะแพทย์หลักสูตรนานาชาติในปัจจุบัน
จังหวัดในเขตภาคอีสานของไทย ที่อยู่ใกล้กับชายฝั่งทะเลมากที่สุด


