อันตรายของโทรศัพท์มือถือ 9 ประการ
โทรศัพท์มือถือเป็นปัจจัยที่ 5 ไปแล้ว จะบอกให้เลิกราหรือ… ไม่มีทาง ถ้าเช่นนั้นเรามาดูกันว่า จะอยู่กับมือถืออย่างไร ให้เราปลอดภัยที่สุด
1.เริ่มจากซื้อมือถือก่อน ควรเลือกรุ่นที่มากับลำโพงในตัว ไว้สำหรับพูดคุย (speakerphone) จะได้ไม่ต้องเอามือถือ แนบหัว เพราะระยะรอบมือถือ 6-7 นิ้ว เป็นช่วงมีคลื่นไมโครเวฟ แผ่กระจาย ความเข้มสูงสุด
2.ใช้หูฟัง… เรื่องนี้ต้องศึกษารอบคอบก่อน เพราะหูฟังมีหลายแบบ มีทั้ง
- ชนิดที่กันรังสีได้เช่น air-tube
- ชนิดที่แค่ลดรังสี เช่นหูฟัง Bluetooth ซึ่งตัวมันเองก็ปล่อยรังสี แต่ปริมาณน้อยกว่าตัวมือถือนิดหน่อย ข้อระวังก็แค่ ไม่ว่าจะคุยหรือไม่คุย Bluetooth แผ่รังสีตลอด จึงไม่ควรเสียบคาไว้ที่หู
- หูฟังมีสาย บางรุ่นกลับยิ่งอันตรายขึ้น เพราะตัวมันเองทำหน้าที่ เป็นเสาอากาศเพิ่มไปอีก นั่นคือดูดคลื่น แม่เหล็กไฟฟ้ารอบตัวเข้ามายังหูเรา บางงานวิจัยอ้างว่า ทำให้เรารับรังสีเพิ่มขึ้นถึง 300 เท่า (ตรงนี้ขอเอ่ย ถึงโทรศัพท์บ้านหน่อย หากใช้แบบไร้สาย ควรเลิกใช้เด็ดขาด เพราะรังสีจากแท่นตั้ง จะแรงกว่ารังสีจาก มือถือถึง 3 เท่าตัว คอมพิวเตอร์ที่ใช้แป้นพิมพ์ หรือเม้าส์แบบไร้สายก็ไม่ควรใช้ด้วยนะ
3.หลีกเลี่ยงใช้มือถือ เมื่อมือถือต้องทำงานหนัก เพราะมือถือทำงานหนัก จะปล่อยรังสีหนักเช่นกัน จึงสมควร
3.1 อย่าพูดในรถ ในลิฟท์ อะไรแล้วแต่ที่ผนังเป็นโลหะ รอบตัวคุณ เพราะโลหะรอบด้าน ทำหน้าที่เป็น Faraday cage รังสีจากมือถือจะสะท้อนกลับ กระเด็นกระดอนอยู่ในนั้น และมาเข้าตัวคุณมากขึ้น ควรพูด ในที่โล่งแจ้ง
3.2 สังเกตบาร์ที่ขึ้น หากหายไป 1 บาร์ มือถือทำงานมากขึ้น 10 เท่า
3.3 รถยนต์ รถไฟฟ้า ขณะวิ่งเร็วๆ มือถือจะทำงานหนักเพิ่มขึ้นโดยอัตโนมัติ เพื่อเชื่อมต่อสัญญาณกับเสาสัญญาณโทรศัพท์ที่ใกล้ที่สุด เป็นเช่นนี้ไปตลอดทางที่รถวิ่ง (Cell towers) เอาไปวางไว้ในกระโปรงรถก็ไม่เลว หรือก็ปิดไปเลย
4.ไม่อุ้มทารก เด็ก ขณะคุยมือถือ เพราะว่ามะเร็งสมอง (ในเด็ก) เพิ่มขึ้นถึง 21 % ช่วง 10 ปีที่ผ่านมา ในประเทศออสเตรเลีย และเพิ่มขึ้น 40% ในช่วง 20 ปีในยุโรปและอเมริกา
เนื่องจากสมองเด็กน้ำเยอะ และกะโหลกบางกว่า พูดถึงเด็กทารก บางคนซื้อ baby monitor เอาวาง ไว้ข้างเปล เมื่อลูกร้องอยู่ไกลก็ได้ยิน อันตรายมากนะ เพราะเครื่องจะปล่อยคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า ปริมาณมาก ตลอดเวลา บางรุ่นปล่อยรังสีมากกว่า เทียบกับเรายืนห่างจากเสาโทรศัพท์ (cell tower) 100 เมตร)
5.ไม่ควรหนีบมือถือที่เอว อสุจิจะลดปริมาณและความไหวลง ถ้าจำเป็นให้หันหน้าจอมือถือเข้าตัวคุณ จะลดปริมาณรังสีได้บ้าง (แล็ปท็อปก็ไม่ควรวางบนตักเวลาใช้)
6.เวลานอน ให้วางมือถือไกลตัว 6 ฟุต แต่ถ้าปิดได้จะดีที่สุด เพราะงานวิจัยพบว่าคลื่นแม่เหล็กฟฟ้า รบกวน การนอนหลับ แต่ถ้าเป็นเครื่อง ไอโฟน ต้องใช้ Airplane mode อย่างเดียว ใช่เลยจ้า แค่ปิด เครื่องไอโฟนยังปล่อยรังสีอยู่
7.ศึกษาเทคโนโลยีใหม่ๆ จะได้ไปหาซื้อหูฟังพิเศษมาใช้ หรืออาจเป็นม่านหน้าต่างพิเศษ สีทาผนัง และฝ้า เตียง หมวก ฯลฯ สารพัดอย่างที่พัฒนา เพื่อป้องกันไม่ให้ตัวเราโดนรังสีมากเกินไป แต่คงต้องมีเงินมากหน่อย
8.เหนืออื่นใด เพิ่มภูมิคุ้มกันให้ตัวเอง ดูแลสุขภาพคุณสุดฤทธิ์สุดเดช
9.บอกต่อคนรอบข้างให้มีความรู้ ให้คนที่คุณแคร์ได้อ่านต่อ ไม่อย่างนั้นคนข้างเคียง นั่นแหละตัวดี! จะเผื่อแผ่รังสีไมโครเวฟจากมือถือของเขามายังคุณแน่
นักร้องชาวไทยคนแรก ที่มีผลงานเพลงติดชาร์ตในสหรัฐอเมริกา
ประเทศในทวีปเอเชีย ที่มีทุนสำรองระหว่างประเทศมากที่สุด
หนุ่มฝากเงินเป็นแสนนาน 20 ปี จะถอนมาสร้างบ้าน พนง.ธนาคารบอก คุณไม่เคยเปิดบัญชีที่นี่มาก่อนนะ
จังหวัดที่มีรายได้น้อยที่สุด เป็นอันดับที่หนึ่งในประเทศไทย
กษัตริย์หลุยส์ที่ 14 อาบน้ำ 3 ครั้งในชีวิต
ทัวร์ฮาร์บินนรก ไม่จ่ายค่า รร. ทิ้งลูกทัวร์ เสียหายกว่า 7 แสน
จังหวัด "ค่าครองชีพแพงที่สุด" ในไทย ปี 2026
อำเภอทั้ง 8 แห่งในประเทศไทย ที่มีพื้นที่ทั้งหมดเป็นเกาะในทะเล
เลขเด็ด "ปฏิทินรวย รวย" งวดวันที่ 1 กุมภาพันธ์ 69..ส่องเลย รวยก่อนใคร!!
งานก่อสร้างลานจอดรถ นำไปสู่การค้นพบฟอสซิลไดโนเสาร์ครั้งประวัติศาสตร์
7 เรื่องลับฉบับเข้มข้นเกี่ยวกับ "รูทเบียร์": จากรากไม้ยาขม สู่เครื่องดื่มฟองนุ่มระดับตำนาน
ซาสี่ vs รูทเบียร์: คู่แฝดสีดำที่ต่างกันด้วย "จิตวิญญาณ" และ "กลิ่นอาย"
มนุษย์เพียงคนเดียวในโลก ที่รอดชีวิตจากระเบิดนิวเคลียร์ถึง 2 ครั้ง
การเดินเรือมีมาตั้งแต่สมัยของพระเจ้าตากสิน "เรือคือช่วงเวลาที่บอกความเจริญทางด้านการค้า"
ตุ๊กตุ๊กหน้ากบ : สองเมือง สองตำนาน กับแคปซูลกาลเวลาที่ยังวิ่งได้ใน "ตรัง - อยุธยา"
จังหวัด "ค่าครองชีพแพงที่สุด" ในไทย ปี 2026
มือใหม่หัดเลี้ยง แมวพันธุ์ไหนเลี้ยงง่ายไม่ดื้อ



