10 สิ่งควรรู้เกี่ยวกับไวรัสซิกา

Zika Virus ถือเป็นวาระระดับโลกไปแล้ว เมื่อพบผู้ป่วยเยอะมากในสหรัฐอเมริกา และล่าสุดพบแล้วในไทย WHO หรือองค์การอนามัยโลกถึงกับประกาศแล้วว่า ใครก็แล้วแต่ที่พึ่งเดินทางไปแอฟริกา ละตินอเมริกา และอเมริกาเหนือ จำเป็นต้องได้รับการตรวจร่างกายเพราะอาจอยู่ในกลุ่มเสี่ยงเป็นโรคนี้ได้

1.สำหรับคนส่วนใหญ่อาการของโรคอาจมีเพียงแค่เป็นไข้เล็กน้อย แต่สำหรับผู้หญิงตั้งครรภ์จะทำให้ลูกมีความเสี่ยงสูงต่อการมีศีรษะและหัวเล็ก หรือที่เรียกว่า Microcephaly ในอัตราสูงมาก และนี่คือ 10 สิ่งที่คุณควรรู้เกี่ยวกับไวรัศซิกา

2.Zika Virus ไวรัสชนิดนี้มียุงลายเป็นพาหะ มักติดจากยุงลายสู่คน ไม่ค่อยติดจากคนสู่คน ส่วนการติดจากคนสู่คน พบครั้งแรกในรัฐเท็กซัสโดยการร่วมเพศ ซึ่งถุงยางอนามัยสามารถป้องกันคุณจะเชื้อนี้ได้

3.อาการของเชื้อ Zika Virus มักบางเบามาก บางคนไม่มีอาการเลย และส่วนใหญ่มีอาการเป็นไข้และผดผื่นเท่านั้น นอกจากนี้บางคนอาจมีอาการปวดข้อ ปวดหัว เจ็บเบ้าตา หรือคันดวงตา จนกระทั่งตาแดง แม้ไม่มียารักษา แต่ยาที่หาซื้อได้ง่ายก็สามารถลดอาการเจ็บป่วยได้แล้ว และอาการเหล่านี้จะหายไปภายใน 2-7 วันเท่านั้น

4.กลุ่มเด็กในครรภ์ เป็นกลุ่มที่กระทบมากที่สุดต่อไวรัสซิกา เพราะเมื่อหญิงตั้งครรภ์ติดไวรัสนี้ เด็กมีแนวโน้มที่สามารถเป็นโลกศีรษะและสมองเล็กได้ง่าย ในปี 2015 พบเด็กแรกเกิดเป็นโรคนี้สูงถึง 4,000 รายในบราซิล

5.ยังไม่มีวัคซีนอะไรรักษาโรคนี้ได้ เป็นไปได้ว่าในอนาคตควรมีวัคซีนเพื่อป้องกันโรคนี้และฉีดให้กับกลุ่มผู้หญิงที่กำลังจะตั้งครรภ์ เพื่อป้องกันการแท้ง หรือเด็กเกิดมาผิดปกติทางสมอง10 สิ่งควรรู้เกี่ยวกับไวรัสซิกา

6.ไวรัสซิกา มีจุดกำเนิดในแอฟริกา และแพร่ระบาดอย่างรวดเร็วทั่วโลก ตอนพบครั้งแรกคือใน Zika forest หรือป่าซิกาในประเทศอูกันดา ช่วงปี 1947 จากการวิจัยค้นพบว่ามันมียุงลายเป็นพาหะ แต่ก็สามารถติด หนู ได้เช่นกัน เชื้อได้รับการพัฒนาไปเรื่อยๆจนมีการสำรวจพบว่าทำให้เด็กมีความพิการทางสมอง จึงควรเร่งหาวัคซีนโดยด่วน10 สิ่งควรรู้เกี่ยวกับไวรัสซิกา

7.กลุ่มนักท่องเที่ยวชาวอเมริกา ในปัจจุบันมี 35 คน ที่ค้นพบแล้วว่าติดเชื้อ ไวรัสซิกา

8.ความน่ากังวลครั้งใหญ่สุด คือกลุ่มคนที่ติดเชื้อ ไวรัสซิกา ในท้องที่เสี่ยงเมื่อกลับบ้านแล้ว อาจโดนยุงลายกัด และทำให้ยุงเหล่านั้นติดเชื้อไวรัสซิกา จนกลายเป็นพาหะของโรคนี้ในท้องถิ่นใหม่ในที่สุด

9 วิธีเลี่ยง ไวรัสซิกา เมื่อไปอยู่ในที่สุ่มเสี่ยงได้โดยการทายากันยุง ที่มีส่วนผสมของ picaridin และ oil of lemon-eucalyptus อย่างน้อย 20% DEET หรือ IR3535 เมื่อต้องไปทำกิจกรรมข้างนอก หรือในเวลารุ่งสาง และย่ำค่ำ

10 ควบคุมไวรัสซิกา ได้โดยควบคุมแหล่งเพาะพันธุ์ยุงลาย โดยการขจัดแหล่งน้ำขังในบ้าน และใช้ยาจุดไล่ยุงในจุดที่มียุงชุม
Did you know ! กรมควบคุมโรคติดต่อ พึ่งแจ้งว่า ไวรัสซิกา หากมีใครสงสัยว่าจะเป็นควรรีบตรวจเช็ค และเป็นโรคที่ต้องแจ้งความ

ที่มา Lisaguru
เป็นกำลังใจให้เจ้าของกระทู้โดยการ VOTE และ SHARE
20 VOTES (4/5 จาก 5 คน)
VOTED: ทิมมี่ ทิมมี่, ผีเจ้า, willbe, ยิ้มทุกวัน, บ่าวสันขวาน
Hot Topic ที่น่าสนใจอื่นๆ
จังหวัดที่มีมหาวิทยาลัยราชภัฏมากที่สุด
😁 ชวนเข้ามาดูเคล็ดลับในครัวง่าย ๆ ที่คนส่วนน้อยรู้ ซึ่งมีประโยชน์อย่างเหลือเชื่อ 😉
จังหวัดที่ชื่อเหมือนผลไม้
ทำไมคนเกาหลี-ญี่ปุ่น-จีน แทบไม่มีกลิ่นตัว คำตอบอยู่ที่ยีน ABCC11
ชุมชนคนไทยในเมืองนอก ที่มีขนาดใหญ่และมีคนไทยอยู่มากที่สุด
10นามสกุลที่นำมาใช้จากชื่ออำเภอมากที่สุด
ทำไม "แมลงเม่า" บินเข้ากองไฟ
"เดอะ ไอซ์คิง" ชายผู้ขนน้ำแข็งข้ามโลก เขาทำได้อย่างไร?
5 ประเทศที่ใช้เงินบาทมากที่สุด
จังหวัดหนึ่งเดียวในประเทศไทย ที่ไม่มีพื้นดินติดกับจังหวัดอื่นเลย
สายเชีย วงศ์วิโรจน์ ชี้แจงเอง ไม่ใช่เจ้าของหาดทรายขาว
ประเทศที่นอนน้อยที่สุดHot Topic ที่มีผู้ตอบล่าสุด
ป่าที่พบเสือโคร่งอาศัยอยู่มากที่สุด อันดับที่หนึ่งในประเทศไทย
5 ประเทศที่ใช้เงินบาทมากที่สุด
ทะเลทรายลุต นรกบนดิน ร้อนกว่า 70 องศาเซลเซียส


