สาระที่เราได้จากข่าว ดาราฮัท แม่เบี้ย เขียนชื่อลงป้ายหลักกิโลเมตร แล้วคนด่าทั้งประเทศ
เพจ 1412 Cardiology
เราได้เรียนอะไรจากข่าวนี้บ้าง
เรื่องจิตสำนึกคงมีคนด่ากันไปเยอะแล้วผมขอข้ามนะครับ แต่อยากให้สังเกตภาษาอังกฤษที่เขียนอยู่บนหลักกิโล อันนี้น่าสนใจมาก
"was here before"
ไม่ถือว่าผิดไวยากรณ์นะครับ
การเอา before มาอยู่ท้ายประโยคสามารถทำได้
แต่ไม่ใช่ในความหมายแบบนี้
ถ้าต้องการจะสื่อว่า ได้เคยมาเหยียบที่นี่แล้ว
น้องๆจำไว้เลยนะครับ ตัด before ออกไปได้เลย
เพราะนอกจากจะ redundant ในแง่ของโครงสร้าง
ในแง่ของความหมาย จะดูตลก
การเขียน before เอาไว้แบบนั้นคือ implicit ว่า was here before (now)
เคยเหยียบที่นี่มาก่อนในอดีต ซึ่งมีหรือไม่มี before ความหมายไม่ได้แตกต่างกัน
เราใช้ before ลงท้ายในประโยคบอกเล่าได้ แต่ไม่ใช่แบบนี้ ยกตัวอย่างเช่น
I was here before - เดินทางมาที่นี่กับเพื่อนอีกครั้ง หรือนั่งเล่าให้เพื่อนฟัง ฉัน(จำได้ว่า) เคยอยู่ที่นี่หรือมาที่นี่มาก่อนนะ
I've been here before - เคยอยู่ที่นี่มาก่อน แม้ไม่ได้อยู่มาซักพักแล้ว แต่มีผลบางอย่างในแง่ความรู้สึกหรือทางรูปธรรมอะไรก็แล้วแต่ จากการอยู่ที่นั่นส่งผลมาถึงปัจจุบัน
I'd been here before - เคยอยู่ที่นี่มาก่อนซักระยะนึง แต่ตอนนี้ไม่ได้อยู่แล้ว
การใส่ preposition เอาไว้ท้ายประโยค
ถือเป็นปัญหากวนใจอันนึงในการเขียน manuscript เชื่อว่าหลายคนคงเคยเจอปัญหาคล้ายๆกัน บางทีเขียนไปแล้วมันเลี่ยงออกไม่ได้จริงๆ คือถ้าจะเลี่ยงเอาไปไว้กลางประโยค ก็จะดู over-formal หรือ บางทีความหมายเพี้ยนไปทันที ถ้าเขียนส่ง วารสารของอเมริกา อย่าง JAMA หรือ JACC อาจจะไม่ต้องคิดมากเท่าบางวารสารอย่าง BMJ หรือ Lancet เป็นต้น
ตามหลักไวยากรณ์ ทั้งภาษาพูดและภาษาเขียน การลงท้ายประโยคด้วย preposition สามารถทำได้ครับ แต่ต้องไม่ extraneous หรือ redundant หมายความว่าถ้ามีแล้วความหมายไม่เปลี่ยน ก็ไม่ต้องใส่เข้ามา อย่างไรก็ตามเท่าที่เคยถามผู้รู้ทางด้านภาษาศาสตร๋ ยังมีข้อถกเถียงอยู่ grammarian บางคน ยังถือว่าการเอา preposition ไปไว้ท้่ายประโยคถือเป็น error
มี 5 สถานการณ์ที่เราอาจจำเป็นต้องวาง preposition เอาไว้ท้ายประโยค
(stranded preposition)
1. passive structure
2. relative clause
3. infinitive structure
4. Wh- question
5. ending with phrasal verb
ยกตัวอย่าง (Oxford Dictionaries)
We wondered where those values had come from.
We wondered from where those values had come. [over-formal]
หรือ
The house hadn’t been paid for, so they had to sell it.
Paid for the house had not been, so they had to sell it. [not good English]
หรือ
Martin persuaded Lucy that there was nothing to be frightened of.
Martin persuaded Lucy that there was nothing of which to be frightened. [over-formal]
หรือ
She has much to be happy about.
She has much about which to be happy. [over-formal, like Yoda in Star Wars]
เครดิตภาพ: จาก pantip.com โพสท์โดยหมอฟันกลางนา
เจาะลึกสูตร "เลขสัมประสิทธิ์ส่วนต่าง" คัดกรองคู่เด่น 2 ตัวตรงล่างงวดนี้ 16/07/2569
เปิดต้นกำเนิดชื่อเรียกโปรแกรมร้าย "ไวรัสคอมพิวเตอร์"
ความหมาย 9 ท่านอนของคู่รัก ที่อาจกำลังบอกความรู้สึกของทั้งคู่
ทำไม "ทรายจากทะเลทราย" ถึงเอามาสร้างตึกสร้างบ้านไม่ได้
4 รถแห่ที่มีค่าจ้างที่แพงที่สุด
10 นามสกุลที่พบเห็นบ่อยในไทย มีทั้งแซ่จีนและนามสกุลไทย
เทียบขนาด 4 เจ้าอาณานิคมยุโรปในปี ค.ศ. 1500 ใครใหญ่ ใครเริ่มจากประเทศเล็ก?
10 นักร้องลูกทุ่งไทยที่มีค่าจ้างงานแสดงสูงที่สุด
สิบเลขขายดีแม่จำเนียร งวด 16/7/69
10 ลางบอกเหตุก่อนถูกรางวัล จากประสบการณ์ที่ผู้โชคดีเคยเล่าไว้
7 ชื่อที่คนไทยใช้เยอะที่สุด
เพิ่งรู้! จุดดำรอบกระจกรถ มีไว้ทำอะไร?
ทำไมเสื้อผ้าที่ตากในร่มถึงมีกลิ่นอับ?
เปิดต้นกำเนิดชื่อเรียกโปรแกรมร้าย "ไวรัสคอมพิวเตอร์"
สิบเลขขายดี สลากตัวเลขสามหลัก N3 งวด 16/7/69
เทียบขนาด 4 เจ้าอาณานิคมยุโรปในปี ค.ศ. 1500 ใครใหญ่ ใครเริ่มจากประเทศเล็ก?
ความหมาย 9 ท่านอนของคู่รัก ที่อาจกำลังบอกความรู้สึกของทั้งคู่
เจาะลึกสูตร "เลขสัมประสิทธิ์ส่วนต่าง" คัดกรองคู่เด่น 2 ตัวตรงล่างงวดนี้ 16/07/2569
Victim (1961)-เมื่อความรักกลายเป็นอาชญากรรมในสายตาสังคม
เอ่ยชื่อคือคำรัก - รักวัยเยาว์ในแสงฤดูร้อน (Call Me By Your Name)
28 มิถุนายน: วันแห่งความภาคภูมิใจสโตนวอลล์ (Stonewall Day) จุดเริ่มต้นของการต่อสู้เพื่อความเท่าเทียม
คนโสดเกย์เริ่มหาแฟนจากที่ไหนได้บ้าง ให้ปลอดภัยและไม่รีบร้อน
