เปิดต้นกำเนิดชื่อเรียกโปรแกรมร้าย "ไวรัสคอมพิวเตอร์"
หลายคนอาจเคยสงสัยว่าทำไมซอฟต์แวร์ที่สร้างความเสียหายให้กับคอมพิวเตอร์ถึงถูกเรียกว่า ไวรัส ทั้งที่มันไม่ได้เป็นสิ่งมีชีวิตทางชีวภาพเหมือนที่เรารู้จักกันในวิชาชีววิทยา
คำตอบของเรื่องนี้เริ่มต้นขึ้นในช่วงต้นทศวรรษ 1980 เมื่อโปรแกรมเมอร์เริ่มมองเห็นความคล้ายคลึงกันระหว่างวิธีการทำงานของโปรแกรมคอมพิวเตอร์ประเภทนี้กับไวรัสในร่างกายมนุษย์ การเปรียบเทียบนี้ไม่ใช่เรื่องบังเอิญ
แต่เกิดจากการถอดรหัสพฤติกรรมของโปรแกรมที่สามารถแทรกซึมและขยายพันธุ์ตัวเองได้โดยอาศัยพาหะภายนอก ความเชื่อมโยงสำคัญเกิดขึ้นในปี 1983 เมื่อ เฟร็ด โคเฮน นักศึกษาระดับปริญญาเอกที่มหาวิทยาลัยเซาเทิร์นแคลิฟอร์เนีย
ได้สาธิตผลงานวิจัยของเขาที่แสดงให้เห็นถึงโปรแกรมที่สามารถยึดครองระบบคอมพิวเตอร์และแพร่กระจายไปยังคอมพิวเตอร์เครื่องอื่นได้ โดยอาจารย์ที่ปรึกษาของเขา ลีโอนาร์ด อเดิลแมน เป็นผู้ตั้งชื่อให้กับโปรแกรมประเภทนี้ว่า
ไวรัส ตามหลักการทำงานที่มีความสอดคล้องกับธรรมชาติของไวรัสไข้หวัดหรือไวรัสชนิดอื่นๆ ที่ต้องการโฮสต์หรือสิ่งมีชีวิตเพื่ออาศัยอยู่และขยายจำนวน
ไวรัสคอมพิวเตอร์ทำงานโดยการแนบโค้ดโปรแกรมของตัวเองเข้ากับไฟล์อื่นที่มีอยู่ เมื่อผู้ใช้เปิดไฟล์นั้นขึ้นมา โค้ดไวรัสก็จะทำงานทันทีและเริ่มคัดลอกตัวเองไปยังไฟล์อื่นๆ ในเครื่อง
หรือส่งต่อตัวมันเองไปยังเครื่องคอมพิวเตอร์ที่เชื่อมต่อผ่านระบบเครือข่ายหรือแผ่นดิสก์ในสมัยก่อน ลักษณะการทำงานเช่นนี้เลียนแบบกลไกการติดเชื้อและการแพร่กระจายในธรรมชาติอย่างชัดเจน
นอกจากความสามารถในการคัดลอกตัวเองแล้ว ไวรัสคอมพิวเตอร์ยังมีลักษณะเด่นอีกประการคือการทำงานที่เป็นอิสระในระดับหนึ่งเมื่อเริ่มติดเชื้อแล้ว แม้ผู้เขียนโปรแกรมจะใส่คำสั่งควบคุมไว้
แต่บางครั้งไวรัสก็อาจแสดงพฤติกรรมที่ไม่คาดคิดขึ้นอยู่กับสภาพแวดล้อมของระบบที่มันไปอาศัยอยู่ ทำให้การกำจัดทำได้ยากลำบากเหมือนการรักษาโรคติดเชื้อที่ต้องกำจัดให้สิ้นซากถึงระดับเซลล์
หากเปรียบเทียบกับซอฟต์แวร์ประเภทอื่นที่มักจะถูกรันอย่างชัดเจนโดยผู้ใช้ แต่ไวรัสกลับรันตัวเองโดยอัตโนมัติเมื่อเงื่อนไขครบถ้วน
จึงถูกมองว่ามีสถานะกึ่งสิ่งมีชีวิตทางซอฟต์แวร์ที่มุ่งเน้นการขยายเผ่าพันธุ์ข้อมูลผ่านการทำลายหรือแก้ไขโปรแกรมอื่นที่เป็นเจ้าบ้าน เปรียบเสมือนการจี้เครื่องจักรให้ทำงานตามใจชอบ
การใช้ศัพท์เทคนิคจากสาขาชีววิทยามาอธิบายปรากฏการณ์ดิจิทัลนี้ไม่ได้เป็นเพียงความเก๋ไก๋ในการตั้งชื่อ แต่ยังช่วยให้ผู้เชี่ยวชาญด้านความปลอดภัยในยุคนั้นสามารถทำความเข้าใจและออกแบบกลไกป้องกันได้ตรงจุด
เพราะเมื่อเราเข้าใจว่า ไวรัส คืออะไร เราก็จะหาวิธีป้องกันหรือรักษาได้แม่นยำขึ้น เช่น การกักกันไฟล์ การสร้างภูมิคุ้มกันด้วยโปรแกรมแอนตี้ไวรัส หรือการคัดกรองโฮสต์ที่มีความเสี่ยงสูง
สิ่งเหล่านี้ล้วนเป็นแนวคิดที่ได้แรงบันดาลใจมาจากวิทยาศาสตร์การแพทย์และระบาดวิทยาที่นำมาประยุกต์ใช้ในโลกของข้อมูลข่าวสาร การทำความเข้าใจที่มานี้ช่วยให้เห็นภาพรวมของวิวัฒนาการเทคโนโลยีที่ไม่เคยแยกขาดจากธรรมชาติ
เพราะมนุษย์มักใช้แบบจำลองความเข้าใจจากโลกที่เราคุ้นเคยเพื่ออธิบายสิ่งใหม่ที่กำลังเกิดขึ้น การเรียกโปรแกรมเหล่านี้ว่าไวรัสจึงเป็นวิธีที่สื่อสารได้ตรงที่สุดว่ามันกำลังทำตัวอย่างไรและเราควรรับมือกับมันในวิถีทางใดเ
พื่อรักษาเสถียรภาพของระบบคอมพิวเตอร์เอาไว้ให้มั่นคงที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้
4 รถแห่ที่มีค่าจ้างที่แพงที่สุด
10 นามสกุลที่พบเห็นบ่อยในไทย มีทั้งแซ่จีนและนามสกุลไทย
สิบเลขขายดีแม่จำเนียร งวด 16/7/69
ทิ้งขวดน้ำในรถกลางแดด อันตรายจริงหรือแค่ความเชื่อ
ทำไมนกเพนกวินถึงทนหนาวจัดในขั้วโลกได้
ชั่วกัปชั่วกัลป์ 1 กัปคือกี่ปี? ทำไมถึงกลายเป็นคำที่ใช้แทน "ตลอดกาล"
10 ลางบอกเหตุก่อนถูกรางวัล จากประสบการณ์ที่ผู้โชคดีเคยเล่าไว้
ไฟฟ้าสถิตคำว่าสถิตหมายถึงอะไร
ทำไม "ทรายจากทะเลทราย" ถึงเอามาสร้างตึกสร้างบ้านไม่ได้
เพิ่งรู้! จุดดำรอบกระจกรถ มีไว้ทำอะไร?
7 ชื่อที่คนไทยใช้เยอะที่สุด
10 ของใช้ในชีวิตประจำวันที่มีเชื้อโรคสะสมมากที่สุด
ชั่วกัปชั่วกัลป์ 1 กัปคือกี่ปี? ทำไมถึงกลายเป็นคำที่ใช้แทน "ตลอดกาล"
ทำไมนกเพนกวินถึงทนหนาวจัดในขั้วโลกได้
10 ของใช้ในชีวิตประจำวันที่มีเชื้อโรคสะสมมากที่สุด



