ความช่วยเหลือจากดาวเคราะห์เพื่อนบ้าน
ดาวเคราะห์ต่างด้าวที่มีเพื่อนบ้านอยู่ใกล้กันและกัน รอบดาวฤกษ์แม่ดวงเดียวกัน น่าจะช่วยกันและกันในการค้ำจุนชีวิต สร้างสิ่งที่นักวิทยาศาสตร์เรียกว่า ระบบเอื้ออาศัยได้แบบพหุ(multihabitable systems)
ในช่วง 25 ปีที่ผ่านมา นักดาราศาสตร์ได้ยืนยันการมีอยู่ของดาวเคราะห์นอกระบบมากกว่า 1900 ดวง งานวิจัยในอดีตบอกว่าในทางช้างเผือกมีดาวเคราะห์นอกระบบหลายพันล้านดวงที่อาจจะมีศักยภาพเอื้ออาศัยได้ ซึ่งพวกมันจะอยู่ในเขตเอื้ออาศัยได้(habitable zone) ของดาวฤกษ์แม่ของพวกมัน ที่ซึ่งอุณหภูมิเหมาะสมที่จะมีน้ำของเหลว หรือกระทั่งชีวิตได้
ดาวเคราะห์นอกระบบ 2 ดวงที่นักดาราศาสตร์เพิ่งค้นพบรอบดาวฤกษ์ Kepler-36 นั้นอยู่ใกล้ชิดกันมากจนพวกมันน่าจะเผชิญกับสภาพดาวเคราะห์ขึ้นที่ขอบฟ้า(planetrise) คล้ายกับพระจันทร์ขึ้น(moonrise) บนโลก ดาวฤกษ์แม่ Kepler-36 นั้นอยู่ห่างออกไป 1200 ปีแสงในกลุ่มดาวหงส์(Cygnus) ถ้าระบบแห่งนี้มีอัตราส่วนเท่ากับวงโคจรของโลก ดาวเคราะห์ทั้งสองจะอยู่ห่างจากกันเพียง 0.1 AU ในจุดที่ใกล้กันมากที่สุด หรือเพียง 40 เท่าระยะทางจากโลกถึงดวงจันทร์เท่านั้น Jason Steffen ผู้เขียนนำจากมหาวิทยาลัยเนวาดา ลาสเวกัส กล่าวในแถลงการณ์
ภาพจากศิลปินแสดงสิ่งที่เรียกว่า ดาวเคราะห์ขึ้น(planetrise) ระหว่างดาวเคราะห์นอกระบบ Kepler-36b และ Kepler-36c ซึ่งโคจรรอบดาวฤกษ์ Kepler-36 ที่อยู่ห่างออกไป 1200 ปีแสง
การค้นพบดาวเคราะห์ทั้งสองของ Kepler-36 ได้เพิ่มความเป็นไปได้ของระบบที่เอื้ออาศัยได้แบบพหุซึ่งมีดาวเคราะห์ขนาดเท่าโลก 2 ดวงหรือมากกว่านั้น โคจรอยู่ใกล้กันและกันในเขตเอื้ออาศัยได้ของดาวฤกษ์แม่ เพื่อดูว่าชีวิตน่าจะมีลักษณะเช่นไรบนพิภพดังกล่าว นักวิทยาศาสตร์จึงได้ทำแบบจำลองคอมพิวเตอร์ชุดหนึ่งเพื่อจำลองระบบที่เอื้ออาศัยได้แบบพหุ ขึ้นมา
นักวิจัยค้นพบว่าภูมิอากาศอาจจะเสถียรบนดาวเคราะห์ในระบบที่เอื้ออาศัยได้แบบพหุ ฤดูกาลและภูมิอากาศบนโลกขึ้นอยู่กับความเอียงของมัน หรือแกนโลกที่เอียง 23.5 องศากับแกนการหมุนรอบดวงอาทิตย์ ยกตัวอย่างคือ ที่ขั้วทั้งสองบนโลก ความยาวของกลางวันและกลางคืนจะเปลี่ยนแปลงอย่างรุนแรงตลอดช่วงปี แต่ที่ศูนย์สูตร ความยาวจะใกล้เคียงกันตลอดเวลา
การเปลี่ยนความเอียงเพียงไม่กี่องศาก็สามารถเริ่มยุคน้ำแข็ง แต่นักวิทยาศาสตร์พบว่าเป็นไปไม่ได้เลยที่ปฏิสัมพันธ์แรงโน้มถ่วงระหว่างดาวเคราะห์ในวงโคจรเพื่อนบ้านใกล้ชิด ที่จะทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงความเอียงครั้งใหญ่ของพิภพทั้งสอง Gongjie Li ผู้เขียนร่วมการศึกษาที่ศูนย์ฮาร์วาร์ดสมิธโซเนียนเพื่อดาราศาสตร์ฟิสิกส์ กล่าวในแถลงการณ์ว่า เราพบว่าความเอียงของดาวเคราะห์ในระบบที่เอื้ออาศัยได้แบบพหุ นั้นไม่ได้รับผลจากวงโคจรของพวกมันที่อยู่ใกล้ชิดกัน มีแต่เพียงในช่วงเวลาที่พบได้ยากที่ภูมิอากาศของพวกมันจะได้รับส่งในแบบที่รุนแรงเท่านั้น ในทางตรงกันข้าม พฤติกรรมของพิภพเหล่านี้จะคล้ายกับดาวเคราะห์ในระบบของเรา
นักวิทยาศาสตร์ยังพบว่าดาวเคราะห์แต่ละดวงในลำดับเหตุการณ์นี้น่าจะสามารถส่งเมล็ดพันธุ์ชีวิตให้กับคู่หูได้ การชนจากอวกาศมักจะระเบิดเศษซากออกจากดาวเคราะห์ซึ่งสามารถไปชนกับดาวเคราะห์เพื่อนบ้านได้ ยกตัวอย่างเช่น งานวิจัยในอดีตได้พบว่ามีอุกกาบาตบนดาวอังคารมากกว่า 100 ชิ้นที่มาจากโลก โดยทฤษฎี อุกกาบาตดังกล่าวก็อาจนำวัสดุสารที่ชีวิตต้องพึ่งพาจากพิภพหนึ่งไปอีกพิภพหนึ่ง ในกระบวนการที่เรียกว่า lithopanspermia
ยังคงไม่แน่ชัดว่า ลิโธแพนสเปอร์เมีย เกิดขึ้นระหว่างดาวอังคารกับโลกหรือไม่ ระยะทางที่มากระหว่างดาวเคราะห์หมายความว่า อุกกาบาตน่าจะต้องใช้เวลาที่มากเพื่อเชื่อมโยงช่องว่างระหว่างพิภพทั้งสอง ทำให้การอาศัยไปของสิ่งมีชีวิตใดๆ ก็น่าจะมีโอกาสรอดน้อยลง นอกจากนี้ยังต้องการการชนที่ทรงพลังเพื่อยิงอุกกาบาตออกไปข้ามระยะทางที่กว้างไกล และพลังงานจากการชนลักษณะดังกล่าวก็น่าจะฆ่าสิ่งมีชีวิตใดๆ ที่อาจเกาะติดไปได้อย่างง่ายดาย
ภาพจากศิลปินแสดงดาวเคราะห์ต่างด้าวขนาดเท่าดาวเสาร์ 2 ดวงที่อยู่ใกล้กันมากในระบบสุริยะ Kepler-9 ขณะนี้นักวิทยาศาสตร์บอกว่าดาวเคราะห์สองดวงที่อยู่ใกล้กันน่าจะมีศักยภาพในการแบ่งปันชีวิตซึ่งกันและกัน
อย่างไรก็ตาม เนื่องจากดาวเคราะห์ในระบบที่เอื้ออาศัยได้แบบพหุ นั้นอยู่ใกล้กันมากกว่าที่โลกกับดาวอังคารเป็น จุลชีพน่าจะทั้งอยู่รอดจากการชนที่ส่งพวกมันออกสู่อวกาศ และผ่านเวลาที่ยาวนานที่ใช้ในการเดินทางได้ Steffen กล่าวว่า ความเป็นไปได้ที่น่าสนใจที่สุดก็คือระบบเหล่านี้อาจเป็นต้นไม้ตระกูลทางชีววิทยาที่แบ่งปันระหว่างดาวเคราะห์ทั้งสอง
นักวิจัยยังแม้แต่บอกว่าการมีเพื่อนบ้านที่เอื้ออาศัยได้น่าจะช่วยให้ชีวิตอยู่รอดบนดาวเคราะห์นอกระบบที่ห่างไกลได้ ภูมิอากาศไม่น่าจะแย่ในระบบที่เอื้ออาศัยได้แบบพหุ และความเป็นไปได้ที่ดาวเคราะห์ทั้งสองจะมีปัจจัยทางชีวภาพเหมือนกันก็น่าจะช่วยให้ระบบผ่านพ้นช่วงเวลายากลำบากได้ Steffen กล่าวในแถลงการณ์
นักวิทยาศาสตร์สรุปว่าระบบที่เอื้ออาศัยได้แบบพหุ เป็นหนึ่งในลำดับเหตุการณ์เพียงไม่กี่งานที่ “ชีวิต โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ชีวิตที่ทรงปัญญา น่าจะอยู่รอดในสองสถานที่ในเวลาเดียวกันและในระบบเดียวกันได้” Steffen กล่าวในแถลงการณ์ คุณสามารถจินตนาการว่าถ้าอารยธรรมได้บังเกิดขึ้นบนดาวเคราะห์ทั้งสอง พวกเขาก็สามารถสื่อสารซึ่งกันและกันได้นานหลายร้อยปีก่อนที่จะได้เห็นหน้ากันด้วยซ้ำ มันเป็นความคิดที่สวยงาม อย่างไรก็ตาม เรายังไม่พบระบบจริงๆ ที่มีเอเลี่ยนที่สื่อสารกันเองเลย Steffen กล่าว
นักวิทยาศาสตร์นำเสนอการค้นพบในการประชุมระบบสุริยะสุดขั้ว 3(the Extreme Solar System III meeting) ในหาดไวโคเลา ฮาวาย วันที่ 1 ธันวาคม การค้นพบเผยแพร่ใน Astrophysical Journal
แหล่งข่าว space.com : in alien solar systems, twin planets could share life
เป็นกำลังใจให้เจ้าของกระทู้โดยการ VOTE และ SHARE
16 VOTES (4/5 จาก 4 คน)
VOTED: Casanowa Leftturnzag, PMAlone, โก๊ะทอง, หนูชอบแดกโคยยยยยยยยย
Hot Topic ที่น่าสนใจอื่นๆ
ช้างนาฬาคีรี วันที่ความโกรธถูกปล่อยกลางเมือง และพระพุทธเจ้าทรงหยุดมันด้วยความเมตตา
5 จังหวัด ที่เจองูกะปะเยอะที่สุดในประเทศไทย
4 เมืองร้างในไทย จากยุคเหมืองแร่ถึงเมืองบาดาลใต้เขื่อน
ห้างสรรพสินค้าไทยที่หรูหรามาก จนหลายคนไม่กล้าเข้าไปเพื่อใช้บริการ
พริกน้ำปลาให้อร่อย ต้องใส่อะไรบ้าง สูตรถ้วยเล็กที่ช่วยชูรสอาหารไทย
ไข่ปลาริวกิวในแกงส้ม แท้จริงมาจากปลาอะไร ทำไมชื่อคล้ายญี่ปุ่น
ถ้าไม่กินผักเลย จะเกิดอะไรขึ้นกับร่างกาย?
รีวิวหนังดัง LEGION สงครามเทวาล้างนรก
เมื่อใดควรประคบเย็น เมื่อใดควรประคบร้อน
ทำไมพังพอนถึงกล้าสู้กับงูเห่า ทั้งที่ไม่ได้กันพิษได้ทุกอย่าง
สิ้นเดือนนี้กินอะไรดี? 10 เมนูสุดครีเอทีฟสำหรับคนรอเงินเดือนออก
นักฟุตบอลสัญชาติไทย ที่ทำสถิติค่าตัวแพงที่สุดตลอดกาลHot Topic ที่มีผู้ตอบล่าสุด
ทำไม น้ำมูกถึงไหล เกิดจากสาเหตุอะไรกันแน่?
หลอดไฟแบรนด์ไทยที่โด่งดังที่สุด เป็นที่รู้จักทั่วประเทศมากที่สุด





