นักวิจัยอังกฤษชี้ อ้วนแล้วกลับมาผอมยาก
งานวิจัยจากวารสารวิชาการ American Journal of Public Health เผยว่า คนอ้วนมีโอกาสที่จะมีน้ำหนักปกติเพียงแค่ 1 ใน 210 เท่านั้นสำหรับผู้ชาย และ 1 ใน 124 เท่านั้นสำหรับผู้หญิง ส่วนคนที่อ้วนมากนั้นโอกาสที่จะมีน้ำหนักปกติเหลือเพียงแค่ 1 ใน 1,290 เท่านั้นสำหรับผู้ชาย และ 1 ใน 677 เท่านั้นสำหรรับผู้หญิง
งานวิจัยชิ้นนี้ได้รับการสนับสนุนจากสถาบันวิจัยสุขภาพแห่งชาติ แห่งสหราชอาณาจักร นักวิจัยได้ศึกษาตัวอย่าง 278,982 คน (ชาย 129,194 คน หญิง 149,788 คน) จากข้อมูลสถิติอิเล็กทรอนิกส์ที่เก็บข้อมูลตั้งแต่ปี 2004 จนถึงปี 2014 งานวิจัยนี้ได้ดูที่ความน่าจะเป็นที่คนอ้วนจะมีน้ำหนักผิดปกติหรือคิดเป็นลดน้ำหนักได้ 5 เปอร์เซ็นต์ โดยไม่มีการคิดรวมผู้ป่วยที่เข้ารับการผ่าตัดเพื่อลดไขมัน ส่วนการประเมินการเปลี่ยนแปลงน้ำหนักนั้นใช้ค่าดัชนีมวลกายในการประเมิน
โดยรวมแล้ว มีผู้ชายเพียง 1,283 คน และผู้หญิง 2,245 ที่มีดัชนีมวลกาย 30-35 สามารถลดน้ำหนักได้จนถึงระดับปกติ หรือเทียบได้เป็นความน่าจะเป็น 1 ใน 210 เท่านั้นสำหรับผู้ชาย และ 1 ใน 124 เท่านั้นสำหรับผู้หญิง ส่วนคนที่มีดัชนีมวลกาย 40 นั้น โอกาสที่จะกลับมามีน้ำหนักปกติเหลือเพียงแค่ 1 ใน 1,290 เท่านั้นสำหรับผู้ชาย และ 1 ใน 677 เท่านั้นสำหรรับผู้หญิง
นักวิจัยพบว่าราว 1 ใน 3 ของบรรดาคนที่เป็นโรคอ้วนนั้นมีวงจรการเพิ่มขึ้นและลดลงของน้ำหนัก การศึกษาครั้งนี้ได้สรุปว่า การรักษาโรคอ้วนในปัจจุบันนั้นอาจจะไม่ได้ผลในระดับประชากรศึกษา
ดร.อลิซอน ฟิลเดส นักวิจัยแห่งคิงส์คอลเลจลอนดอน นักวิจัยหลักในการศึกษษครั้งนี้ชี้ว่า "การลดน้ำหนัก 5-10 เปอร์เซ็นต์ของน้ำหนักร่างกายนั้นมีความหมายต่อสุขภาพอย่างมาก และแพทย์มักจะแนะนำให้ลดน้ำหนักให้ได้ระดับเป้าหมายนี้อยู่เสมอ การศึกษาครั้งนี้ชี้ว่าคนเราหายจากโรคอ้วนได้ยากเพียงใด"
"วิธีการรักษาในสหราชอาณาจักรมักจะเป็นรูปแบบของการเข้าโปรแกรมควบคุมน้ำหนักโดยมีผู้เชี่ยวชาญคอยให้คำแนะนำ หลักฐานการวิจัยนี้ชี้ว่าระบบในปัจจุบันไม่ได้ผลในระดับประชากรคนอ้วนกลุ่มใหญ่ๆ"
"เมื่อผู้ใหญ่เริ่มอ้วน โอกาสที่จะกลับมามีน้ำหนักร่างกายที่พอเหมาะนั้นเป็นไปได้ยาก เราต้องมีวิธีการใหม่เพื่อแก้ไขปัญหาเหล่านี้ การรักษาโรคอ้วนควรจะเน้นไปที่การป้องกันไม่ให้เกิดความอ้วนเสียมากกว่า และผู้ป่วยที่อ้วนไปแล้วก็ไม่ควรจะทำให้อ้วนมากขึ้นไปอีกในขณะที่พยายามจะลดน้ำหนักลง ที่สำคัญกว่านั้น จะต้องมีการป้องกันไม่ให้น้ำหนักเพิ่มตั้งแต่แรก"
ทางด้านศาสตราจารย์มาร์ติน กุลลิฟอร์ด นักวิจัยอาวุโสในการศึกษาครั้งนี้เผยว่า "ยุทธศาสตร์ที่จะต่อกรกับโรคอ้วนในปัจจุบันนั้นไม่สามารถที่จะช่วยคนกลุ่มใหญ่ๆที่เกิดโรคอ้วนได้ เพราะมักจะเน้นไปที่การลดแคลอรีและเพิ่มกิจกรรมทางกายภาพ วิธีที่น่าจะดีที่สุดในการไม่ให้เกิดการระบาดของโรคอ้ววนในระดับสาธารณสุขศาสตร์ตอนนี้น่าจะเป็นการป้องกันไม่ให้เกิดโรคอ้วนตั้งแต่แรก"
อ้างอิง: King's College London. (2015, July 16). Low chance of obese people recovering normal body weight. ScienceDaily. Retrieved July 19, 2015 from www.sciencedaily.com/releases/2015/07/150716180913.htm
งานวิจัย: Alison Fildes, Judith Charlton, Caroline Rudisill, Peter Littlejohns, A. Toby Prevost, Martin C. Gulliford. Probability of an Obese Person Attaining Normal Body Weight: Cohort Study Using Electronic Health Records.American Journal of Public Health, 2015; e1 DOI:10.2105/AJPH.2015.302773
ชาไทยสีส้มสดใส แท้จริงมาจากไหน
“WC” ย่อมาจากอะไร? ที่มาของคำบนป้ายห้องน้ำที่เห็นกันบ่อย
เลขนำโชค "อาม่า ให้ลาภ" 1 กันยายน 2569
ประวัติศาสตร์รางวัลที่1สลากใบมีคนเคยถูกสูงสุด180ล้าน
เช็กดวงโชคลาภ 1 กันยายน 2569 ราศีไหนการเงินหมุนเวียนดี มีเกณฑ์รับข่าวดี
เหรียญบาทไทยที่ถูกผลิตน้อยที่สุด และหาได้ยากมากที่สุดในปัจจุบัน
เปิด 10 อันดับ เงินเดือนอาจารย์มหาวิทยาลัย วุฒิ ป.เอก ใครให้สูงสุด?
เปิดเเนวทางเลข เเต๋วจ๋า พารวย 1 กันยายน 2569
งูพิษลอยน้ำ งูไม่มีพิษจมน้ำ จริงหรือ? ไขความเชื่อเก่าเกี่ยวกับงูในสายน้ำ
ดอกหญ้า ร้านหนังสือในตำนาน จากร้านเล็กท่าพระจันทร์ สู่วันที่หายไป
ส่องเเนวทาง ม้าวิ่ง 1 กันยายน 2569
เปิด 5 ประเทศที่มีคนไทยอยู่มากที่สุด ประเทศไหนมีชุมชนไทยใหญ่ที่สุด?
ดอกหญ้า ร้านหนังสือในตำนาน จากร้านเล็กท่าพระจันทร์ สู่วันที่หายไป
รั้วล้ำเขตเกิน 10 ปีอาจเกิดครอบครองปรปักษ์


