ทำไมในที่สุดแล้วแชมพูกับครีมนวดผมจึงใช้ไม่ได้ผลอีกต่อไป
เรารู้ว่าร่างกายมักจะสร้าง “แรงต่อต้าน” เมื่อมีการบริโภคบางอย่างติดต่อกันเป็นเวลานาน เช่น คาเฟอีน ยาปฏิชีวนะ และเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ผลลัพธ์ที่ได้อาจน้อยลงและต้องเพิ่มปริมาณให้มากขึ้น แล้วมันเกิดอะไรขึ้นล่ะ?
ในฐานะที่เป็นมืออาชีพด้านการดูแลเส้นผม ฉันมักสงสัยว่าทำไมแชมพูกับครีมนวดผมจึงดูเหมือนกับหมดประสิทธิภาพหลังจากที่ใช้ไปเพียงไม่กี่สัปดาห์ แชมพูกับครีมนวดผมสามารถหมดฤทธิ์ได้จริงเหรอ? คุณอาจใช้แชมพูกับครีมนวดผมยี่ห้อเดิมมาสักระยะหนึ่งแล้ว แรกๆเส้นผมของคุณทั้งเป็นลอนหนา เด้งมีน้ำหนัก นุ่มสลวย และสุขภาพดี ผู้คนมักจะถามว่าคุณใช้แชมพูอะไรเส้นผมจึงได้สวยเงางามขนาดนี้ซึ่งคุณก็อยากตะโกนชื่อผลิตภัณฑ์นี้ให้โลกรู้เหลือเกิน แต่แล้ววันหนึ่งเมื่อคุณตื่นขึ้นมาเส้นผมของคุณกลับลีบแบน แห้ง กระด้าง และมีแนวโน้มว่าจะแตกปลายอีกด้วย มันเกิดอะไรขึ้นกันแน่?
ดังนั้นคุณจึงตัดสินใจว่าจะลองเปลี่ยนผลิตภัณฑ์ไปเรื่อยๆ แต่จนแล้วจนรอดก็ยังไม่ค่อยมีอะไรเปลี่ยนแปลง ผลิตภัณฑ์เคมีสังเคราะห์สามารถบำรุงเส้นผมได้ดีแค่ระยะสั้นเท่านั้น เส้นผมจะนุ่มสลวยและไม่ชี้ฟูขณะที่การเคลือบซิลิโคนจะทำให้เส้นผมเงางามและมีสุขภาพดี แต่ผลลัพธ์อันน่ามหัศจรรย์นี้ไม่สามารถดูแลสุขภาพของเส้นผมกับหนังศีรษะได้ในระยะยาว เมื่อเวลาผ่านไปซิลิโคน (และซิลิโคนดัดแปลง เช่น ไดเมธิโคน หรือส่วนผสมอื่นๆที่ลงท้ายด้วย –โคน) จะก่อตัวบนเส้นผมทำให้เกิดการเสียหาย สิ่งที่ทำให้เส้นผมเงางามและนุ่มสลวยมันจะทำลายเส้นผมในที่สุด เมื่อซิลิโคนสะสมอยู่บนเส้นผมจึงเป็นไปไม่ได้ที่เส้นผมของคุณจะดูดซับความชื้นได้อย่างสมบูรณ์ ไม่นานนักเส้นผมก็จะแห้งกระด้างและเต็มไปด้วยสารเคมีตกค้าง หากคุณสงสัยว่าซิลิโคนคืออะไรและมาจากไหน? ซิลิโคนคือน้ำมันที่ถูกสร้างขึ้นมาในห้องทดลองและส่วนใหญ่จะไม่ละลายในน้ำ ดังนั้นคุณจึงไม่สามารถล้างมันออกได้ เข้าใจหรือยัง? นอกจากซิลิโคนแล้วยังมีกลิ่นและสารเคมีสังเคราะห์ที่ตกค้างอยู่บนเส้นผมกับหนังศีรษะ เส้นผมจึงไม่สามารถหายใจหรือดูดซับความชื้นจากภายนอกได้
อย่างไรก็ตามฉันไม่ได้บอกว่าซิลิโคนและสารเคมีสังเคราะห์อื่นๆนั้นไม่ดีต่อเส้นผม หากคุณพบว่าแชมพูกับครีมนวดผมนั้นมีประสิทธิภาพดีก็จงใช้ต่อไป ทั้งนี้การมีสุขภาพดีก็ไม่ควรพิจารณาแค่ว่าได้ผลหรือไม่ได้ผล แต่คุณควรสังเกตว่ามันส่งผลกระทบต่อร่างกายของเราและสิ่งมีชีวิตอื่นๆรวมถึงสิ่งแวดล้อมอย่างไร นอกจากไม่ละลายในน้ำแล้วซิลิโคนยังไม่สามารถย่อยสลายได้ตามธรรมชาติอีกด้วย นั่นหมายความว่าพวกมันจะไหลลงท่อระบายน้ำและเข้าสู่ระบบน้ำประปา มหาสมุทร ทะเลสาบ และแม่น้ำ ขณะเดียวกันแชมพูกับครีมนวดผมสูตรที่ทำจากธรรมชาติจะได้ผลที่แตกต่างจากสูตรเคมีสังเคราะห์ (ได้ผลน้อยกว่า) ที่สำคัญคือดีต่อสิ่งแวดล้อม ส่วนผสมที่เป็นธรรมชาติจะสะอาดบริสุทธิ์ ไม่ต้องอาศัยสารเคมีสังเคราะห์และการดูดซึมเป็นพิเศษ ดังนั้นหากถามฉันเรื่องการดูแลเส้นผม ฉันก็จะบอกให้เลือกแชมพูกับครีมนวดผมสูตรธรรมชาติมากกว่าแบบเคมีสังเคราะห์ และสำหรับคำถามที่ว่า “แชมพูกับครีมนวดผมสามารถหมดประสิทธิภาพได้จริงเหรอ?” คำตอบคือ “ได้เพราะว่าพวกมันใช้ไม่ได้ผลในระยะยาวยังไงล่ะ”
Blogger : Josh Rosebrook
Source : mindbodygreen.com
อำเภอที่ขอแยกตัวเป็นจังหวัด อำเภอล่าสุดของประเทศไทย
เปิด 10 เลขขายดี งวด 16 ก.ย. 69 เลขไหนถูกกว้านซื้อ และเลขไหนโผล่ซ้ำหลายกระแส
โรคไข้หลับลึกยุค 1920s ทิ้งร่องรอยอะไรไว้ในผู้รอดชีวิต
มหาวิทยาลัยไทยที่ติดอันดับโลก อันดับ 1 ของไทยอยู่ที่เท่าไร?
มะเขือเทศทำให้หน้าแดงและผิวดีได้จริงแค่ไหน
ย่านที่ชาวจีนอาศัยเยอะสุดในไทยอยู่ตรงไหน
เด็กเทคนิคเรียนสายไหนมากที่สุด เปิดข้อมูลอาชีวะ สายช่างที่มีผู้เรียนมากอันดับ 1
ใบขับขี่รุ่นแรกของประเทศไทย เริ่มเมื่อไร? ย้อนกลับไปกว่า 100 ปี สมัย ร.5
รู้หรือไม่? ปลาในประเทศไทยบางชนิดไม่ได้จับหรือซื้อขายกันได้อย่างที่คิด 🐟
108 ท่าบนเตียง มีอะไรบ้าง Sex position ท่าเด็ดบนเตียง
สแกนแนวทางพรีเมียม "เจ๊เขียว เจ๊เขียว"! หวย 16 กันยายน 2569 ชู 3 ชุดเต็ง 156 - 230 - 467 เจาะ 2 ตัวแน่น 9 ชุดเด็ด
คนไทยใช้ Android หรือ iPhone มากกว่ากัน เปิดตัวเลขล่าสุด 2026
📷 5 ภาพถ่ายโบราณแบบออริจินัล ที่กลายเป็นของสะสมทรงคุณค่าราคาแพง
ทำไมเวลาตัดสินใจเรื่องใหญ่ๆ ในชีวิต สมองถึงชอบพาเราไปเชื่อคำแนะนำของคนแปลกหน้ามากกว่าคนในครอบครัว?
6 สเกตบอร์ดแผ่นไม้ลายกราฟิตียุค 90s ที่ผ่านการเล่นมาแล้ว แต่ราคายังพุ่งแรง!
ตัดสิ่งไม่จำเป็น แล้วเหลือแต่สิ่งสำคัญ เพราะชีวิตต้องคิดให้ง่าย "ไม่คิดยาก"

