หน้าแรก ตรวจหวย โปรโมชั่น เว็บบอร์ด ควิซ การเงิน Pic Post
 
Page หาเพื่อน Chat หาเพื่อน Line หาเพื่อน Skype
 
อัลบั้ม แต่งรูป คำคม Glitter สเปซ ไดอารี่
 
เกมถอดรหัสภาพ เกม วิดีโอ
 
คำนวณ การเงิน ราคา BitCoin/Crypto
 
ติดต่อเว็บไซต์ลงโฆษณาลงข่าวประชาสัมพันธ์แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสมเงื่อนไขการให้บริการ
 
Login เข้าสู่ระบบ สมัครสมาชิก
 
เว็บบอร์ด บอร์ดต่างๆค้นหาสร้างบอร์ด ตั้งกระทู้ใหม่

"อาร์บูติน" ขาวจริงหรือหลอก

การทำให้ผิวขาวขึ้นนั้นมีหลายวิธี หนึ่งในนั้นก็คือการใช้สารยับยั้งการผลิตเม็ดสีของผิว (Melanin) ปัจจุบันวงการผิวหนังได้ค้นพบสารที่สามารถยับยั้งการผลิต Melanin ได้ แต่ด้วยผลข้างเคียงที่อาจตามมา ทำให้ผู้ที่อยากมีผิวขาวเริ่มตระหนักในอันตรายจากการใช้สารเคมีที่ไม่ได้ มาตรฐานมากขึ้น

เมื่อกระแสของความหวาดกลัวสารเคมีผิวขาวเริ่มรุนแรงขึ้น สารสกัดจากธรรมชาติตัวใหม่ที่มีชื่อว่า "อาร์บูติน" จึงเป็นที่น่าจับตา เพราะเป็นที่รู้กันในวงการแพทย์ว่า อาร์บูติน เป็นสารสกัดจากธรรมชาติ ที่มีรายงานทางวิชาการแล้วสารอัลฟ่าอาร์บูตินทำให้ผิวขาวจริง มีข้อดีคือสามารถใช้ได้ทุกสภาพผิว และ ไม่ทำให้ผิวบาง ต่อมาจึงได้มีครีมบำรุงมากมายที่อ้างว่าผสมอาร์บูตินธรรมชาติ ทั้งๆที่สารอาร์บูตินเหล่านั้นอาจไม่ได้มาตรฐานจาก Lab ที่ไม่ได้มีการรับรอง หรือที่แย่กว่านั้นคือไม่มีอาร์บูตินผสมอยู่เลย
 
วิธีสังเกตผลิตภัณฑ์ที่มีอาร์บูตินปลอม

1. เมื่อใช้แล้วผิวแห้ง ระคายเคือง และอาจมีฝ้า
2. ผลิตภัณฑ์ที่อวดอ้างสรรพคุณว่ามีอาร์บูตินผสมกับ AHA ให้สันนิษฐานไว้ก่อนว่าผสมอาร์บูตินปลอม เพราะอาร์บูตินแท้ๆ จะโดนกรดทำลาย ไม่สามารถอยู่ด้วยกันได้
3. ฉลากมักให้ข้อมูลไม่ครบถ้วน อาทิ แหล่งผลิต วันเดือนปีที่ผลิต สถานที่บรรจุ ฯลฯ

รู้อย่างนี้แล้ว ต่อไปก่อนตัดสินใจสั่งซื้อสินค้าเพื่อผิวขาวที่มีอาร์บูตินครั้งใด อย่าลืมนำ 3 ข้อนี้ไปใช้นะคะ
 
สาระน่ารู้ : อาร์บูตินคืออะไร?

อาร์บูติน (Arbutin) เป็นสารตัวกระตุ้นเซลล์ผิวให้ยับยั้งการผลิตเมลานินซึ่งเป็นตัวการทำให้ผิว คล้ำ อาร์บูตินนั้นเป็นสารจากธรรมชาติ 100% ซึ่งสกัดมาจากผล, เปลือก, ใบ และส่วนต่างๆของพืชหลายชนิด ซึ่งพืชเหล่านี้ส่วนมากพบในเมืองหนาวเช่น Bearberry, Blueberry, Cranberry, Mulberry, ลูกแพร์, ผลไม้สด จากทวีปยุโรปเท่านั้น

ผลทางการแพทย์พบว่าอาร์บูตินนั้นปลอดภัยกว่า Hydroquinone (Hydroquinone นั้นไม่ผ่านการรับรองทางการแพทย์เนื่องจากเกิดการระคายเคืองได้ง่ายและเป็น อันตรายต่อผิวหนังของมนุษย์ในการใช้ระยะยาว ในบางประเทศถือว่าสสารตัวนี้เป็นสารพิษและผิดกฎหมาย)
 
เนื้อหาโดย: BLAIRXD
⚠ แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม 


โพสท์โดย: BLAIRXD
เป็นกำลังใจให้เจ้าของกระทู้โดยการ VOTE และ SHARE
Hot Topic ที่น่าสนใจอื่นๆ
พบผู้ลักลอบขโมยทองคำมูลค่า 4,000 ปอนด์ ผ่านด่านศุลกากร ด้วยการปลอมเป็นฟันปลอมแฮ็กฟิช (Hagfish) ปลาประหลาดที่มีน้ำเมือกแปลกๆ เหนียวมากกว่าใยแมงมุมมาดู กีฬาโหดๆจากบรรพบุรุษในอดีตของเรากัน!สบาย ๆ วันอาทิตย์..ดูภาพขำ ๆ หลากหลายจากทั่วโลก (19/09/2021)เบรคจนผ้าเบรคไหม้! เจอเงินตก แต่เงิบแรงวิจารณ์ทั่วเมือง เฒ่าใหญ่ด่าพนักงานจนร้องไห้ ลูกคาอีกคนช่วยโดนด่าไม่เหลือด่วน!WMO เตือน หายนะหลังล๊อคดาวน์มหาเจดีย์ชเวดากอง หุ้มด้วยทองคำ และประดับด้วยเพชรมูลค่ามหาศาล สร้างขึ้นเพื่ออะไร ?สุดเศร้า! จิมมี กรีฟส์ เสียชีวิตแล้ว ทั่วโลกรำลึกรถไฟญี่ปุ่นขนย้ายมาแล้ว วิ่งบนรางรถไฟไทยไม่ได้ด่วน!ประกาศหาเซฟ เงินเดือน 200,000 มิวายโดนมิจฉาชีพก่อกวน.สวยสังหาร! 'ยุง' ที่ได้รับการยกย่องว่าสวยที่สุดในโลกรถถังโดนเหยียบ คาร์ม็อบ19กันยา
กระทู้อื่นๆในบอร์ด สาระ เกร็ดน่ารู้
กกท. ปลุกแนวคิด ชวนคนไทยออกกำลังกายสร้างภูมิคุ้มกัน ดันเยาวชนต่อยอดเป็นนักกีฬาที่ดีมหาเจดีย์ชเวดากอง หุ้มด้วยทองคำ และประดับด้วยเพชรมูลค่ามหาศาล สร้างขึ้นเพื่ออะไร ?โรงเรียนอนุบาลในเปียงยาง เกาหลีเหนือ ปี 1985เพราะอะไร...คนถึงกินป๊อปคอร์นเวลาดูหนัง
ตั้งกระทู้ใหม่