หน้าแรก ตรวจหวย เว็บบอร์ด ควิซ Pic Post แชร์ลิ้ง หาเพื่อน Chat หาเพื่อน Line Page อัลบั้ม คำคม Glitter เกมถอดรหัสภาพ คำนวณ การเงิน ราคาทองคำ กินอะไรดี
ข้อตกลงการใช้บริการนโยบายความเป็นส่วนตัวนโยบายเนื้อหานโยบายการสร้างรายได้About Usติดต่อเว็บไซต์แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม
เว็บบอร์ด บอร์ดต่างๆค้นหาตั้งกระทู้

สมาธิทั้งเก้าระดับ ที่สมเด็จพระบรมศาสดาสัมมาสัมพุทธเจ้าตรัสไว้มีอะไรบ้างมาดูกัน!!

เขียนโดย

 

ฌาน ๑. ดูกรผู้มีอายุทั้งหลาย ภิกษุในพระธรรมวินัยนี้ สงัดจากกาม สงัดจากอกุศลธรรม
บรรลุปฐมฌาน มีวิตก มีวิจาร มีปีติและสุขเกิดแต่วิเวกอยู่ ฯ

อธิบายก็คือ สมาธิระดับแรกสุด อาการก็คือ จิตของท่านทั้งหลายยังคงมีเรื่องราวให้คิดอยู่นะครับ แต่เรื่องที่คิดนั้นเป็นเรื่องกุศลทั้งหมดทั้งสิ้น ไม่ได้คิดอกุศลแล้ว ง่ายที่สุด ส่วนคำว่า วิตกและวิจารนั้นหมายถึง การหยิบเอาเรื่องอันเป็นกุศลมาขบคิดนะครับ คือ เสียงต่างๆที่มันดังเข้ามาในหัวของเรานั่นแหละครับ เรียกว่าวิตกวิจาร บางทีก็ชอบคิดอดีต คิดปัจจุบัน คิดอนาคต คิดกลุ้มใจ คิดเรื่องหนี้สิน พ่อแม่ พี่น้อง คนรัก คิดอาฆาต คิดไปต่างๆ นานาๆ นี่เรียกว่า วิตกวิจาร ซึ่งสมาธิระดับแรกนี้ วิตกวิจารจะต้องมีแต่เรื่องกุศลนะครับ เช่น หยิบยกสายปฎิจสมุปบาทมาคิดแทน มาพิจารณาอย่างละเอียด เป็นต้น

 

ฌาน ๒. ดูกรผู้มีอายุทั้งหลาย ภิกษุในพระธรรมวินัยนี้ บรรลุทุติยฌาน มีความผ่องใสแห่ง
จิตใจในภายใน เป็นธรรมเอกผุดขึ้นเพราะวิตกวิจารสงบระงับไม่มีวิตก ไม่มีวิจาร มีปีติและ
สุขเกิดแต่สมาธิอยู่ ฯ

อธิบายก็คือ วิตกและวิจารดับไปแล้วนะครับ พูดภาษาง่ายๆ ก็คือ เสียงในหัว เสียงในจิตไม่มีแล้วครับ ไม่มีเรื่องราวให้คิด เงียบสนิท สงบนิ่ง จิตจับอยู่กาย จับอยู่กับลมหายใจเท่านั้น แต่ปีติและสุขยังคงมีอยู่ ...ปีตีและสุขที่ว่านี้ก็คือ เมื่อเรื่องราวๆ ต่างมันไม่ให้ต้องฟุ้งซ่าน ความสงบนิ่งนั้น ทำให้ท่านรู้สึกปีติและสุขนั่นเอง

ฌาน ๓. ดูกรผู้มีอายุทั้งหลาย ภิกษุในพระธรรมวินัยนี้ มีอุเบกขามีสติ มีสัมปชัญญะ
เสวยสุขด้วยนามกาย เพราะปีติสิ้นไป บรรลุตติยฌานที่พระอริยะทั้งหลายสรรเสริญว่า ผู้ได้
ฌานนี้เป็นผู้มีอุเบกขามีสติอยู่เป็นสุขดังนี้ ฯ

อธิบายง่ายๆก็คือ ปีติจะดับไปตัวเดียวนะครับ แต่สุขยังอยู่

 

ฌาน ๔. ดูกรผู้มีอายุทั้งหลาย ภิกษุในพระธรรมวินัยนี้ บรรลุจตุตถฌานไม่มีทุกข์ไม่มีสุข
เพราะละสุขละทุกข์ และดับโสมนัสโทมนัสก่อนๆ ได้ มีอุเบกขาเป็นเหตุให้สติบริสุทธิ์อยู่ ฯ

อธิบายก็คือ สุขจะดับไป และลมที่ไหลเข้าไหลออกจะดับไป จิตมันเริ่มละเอียดมากขึ้น ท่านจะเริ่มไม่รู้สึกถึงลมหายใจตัวเองแล้ว แต่ยังหายใจอยู่นะครับ แต่ไม่รู้สึกแล้ว บางท่านตกใจ กลัวตาย รีบดึงสติกลับมาแล้วสูดหายใจใหญ่เลย ก็ต้องมาเริ่มต้นกันใหม่

 

 

เนื้อหาโดย: Ahom
⚠ แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม 
Ahom's profile
มีผู้เข้าชมแล้ว 6,810 ครั้ง
เขียนโดย Ahom
เป็นกำลังใจให้เจ้าของกระทู้โดยการ VOTE และ SHARE
80 VOTES (4/5 จาก 20 คน)
VOTED: ซาอิ, amzabzaa, ginger bread, โก๋ค้างพลู, เคน กระทิงทอง, Ahom, coming ufo, ChainHigh, I AM THOR, willbe
Hot Topic ที่น่าสนใจอื่นๆ
งูพิษลอยน้ำ งูไม่มีพิษจมน้ำ จริงหรือ? ไขความเชื่อเก่าเกี่ยวกับงูในสายน้ำเปิดเเนวทางเลข เเต๋วจ๋า พารวย 1 กันยายน 2569เปิด 5 ประเทศที่มีคนไทยอยู่มากที่สุด ประเทศไหนมีชุมชนไทยใหญ่ที่สุด?เช็กดวงโชคลาภ 1 กันยายน 2569 ราศีไหนการเงินหมุนเวียนดี มีเกณฑ์รับข่าวดีเลขนำโชค "อาม่า ให้ลาภ" 1 กันยายน 2569เหรียญบาทไทยที่ถูกผลิตน้อยที่สุด และหาได้ยากมากที่สุดในปัจจุบัน“WC” ย่อมาจากอะไร? ที่มาของคำบนป้ายห้องน้ำที่เห็นกันบ่อยชาไทยสีส้มสดใส แท้จริงมาจากไหนประวัติศาสตร์รางวัลที่1สลากใบมีคนเคยถูกสูงสุด180ล้าน7 ไอเทมเซเว่นไทย ที่นักท่องเที่ยวต่างชาติหอบกลับบ้าน จนกลายเป็น “ของพรีเมียม” ในต่างประเทศHonda Forza 350 มีอะไรดี ทำไมสมัยนี้ถึงนิยมกันมาก?ดอกหญ้า ร้านหนังสือในตำนาน จากร้านเล็กท่าพระจันทร์ สู่วันที่หายไป
Hot Topic ที่มีผู้ตอบล่าสุด
รั้วล้ำเขตเกิน 10 ปีอาจเกิดครอบครองปรปักษ์
กระทู้อื่นๆในบอร์ด สาระ เกร็ดน่ารู้
โอโซนเร่งรอยแตกลายงาบนยางล้อรถที่จอดทิ้งไว้ทำไมหนัง AV ญี่ปุ่นจึงต้องเซ็นเซอร์ด้วยโมเสกคราบเหลืองบนเสื้อขาวเกิดจากเหงื่อกับโรลออนอะไมเลสในน้ำลายเริ่มย่อยแป้งข้าวตั้งแต่ในปาก
ตั้งกระทู้ใหม่