หน้าแรก ตรวจหวย เว็บบอร์ด ควิซ Pic Post แชร์ลิ้ง หาเพื่อน Chat หาเพื่อน Line Page อัลบั้ม คำคม Glitter เกมถอดรหัสภาพ คำนวณ การเงิน ราคาทองคำ กินอะไรดี
ข้อตกลงการใช้บริการนโยบายความเป็นส่วนตัวนโยบายเนื้อหานโยบายการสร้างรายได้About Usติดต่อเว็บไซต์แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม
เว็บบอร์ด บอร์ดต่างๆค้นหาตั้งกระทู้

เพื่อนๆรู้จักกันไหม 'มะพอก' ผลไม้ดีแดนอีสานบ้านเรา รสชาติเหมือนถั่วแต่เป็นผลไม้นะจ๊ะ !

เขียนโดย dukedick

        มะพอก เป็นไม้ยืนต้นขนาดกลางถึงขนาดใหญ่ที่พบได้มากในป่าดิบแล้งและป่าเบญจพรรณ โดยเฉพาะในพื้นที่ภาคอีสานของไทย ถือเป็นไม้ป่าพื้นถิ่นที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวทั้งในด้านรูปลักษณ์และการใช้ประโยชน์ เพราะแทบทุกส่วนของต้นตั้งแต่ราก เปลือก ผล ไปจนถึงเมล็ด ล้วนมีคุณค่าต่อวิถีชีวิตชาวบ้านมาอย่างยาวนาน ผลมะพอกมีลักษณะกลมรีคล้ายรูปไข่ เปลือกหนา ผิวหยาบขรุขระ สีน้ำตาล และมีจุดประสีขาวกระจายอยู่ทั่วผล ซึ่งเป็นจุดสังเกตสำคัญที่ทำให้จำแนกได้ไม่ยาก เมื่อผลสุกจะมีกลิ่นหอมเฉพาะตัวและมีรสหวาน ภายในมีชั้นขนหนาแน่นหุ้มเมล็ดแข็งเอาไว้ และเมื่อทุบเมล็ดออกจะพบเนื้อในสีขาว รสมันคล้ายถั่วลิสงหรืออัลมอนด์ ส่วนเปลือกต้นมีสีเทาเข้ม ผิวขรุขระ และกิ่งอ่อนมักมีขนสีน้ำตาลปกคลุม

        ในวิถีชาวบ้าน มะพอกถือเป็นอีกหนึ่งแหล่งอาหารจากป่าที่มีคุณค่า ชาวบ้านนิยมเก็บผลมะพอกมาทุบเอาเนื้อในเมล็ดไปคั่วกินเป็นของว่าง เพราะให้รสมัน หอม และอร่อยมาก นอกจากนี้ในสมัยก่อน น้ำมันที่สกัดจากเมล็ดมะพอกยังถูกนำมาใช้ประโยชน์ในงานช่างไม้และงานอุตสาหกรรมในครัวเรือน เช่น ใช้ผสมสีทาบ้านเพื่อเพิ่มความเงางามและความทนทาน หรือใช้ทาเครื่องจักสานเพื่อช่วยกันมอดและแมลงได้อีกด้วย ปัจจุบันมะพอกยังได้รับความสนใจมากขึ้นในวงการจัดสวน โดยนิยมนำมาปลูกเป็นไม้ล้อม เพราะมีทรงพุ่มสวย ลำต้นดูแข็งแรง และให้เสน่ห์แบบไม้ป่าธรรมชาติอย่างชัดเจน

        ในด้านสมุนไพรและงานวิจัย มะพอกก็เป็นพืชที่น่าสนใจไม่น้อย มีรายงานว่าสารสกัดจากเปลือกต้นมีฤทธิ์ช่วยยับยั้งเชื้อมาลาเรียได้ดี ขณะที่ภูมิปัญญาพื้นบ้านนิยมใช้เปลือกและรากต้มดื่มเพื่อช่วยบำรุงโลหิต บรรเทาอาการปวดเมื่อยตามร่างกาย และใช้ชะล้างบาดแผลเพื่อช่วยในการสมานแผล นอกจากนี้ยังพบว่ามะพอกมีสารในกลุ่มฟลาโวนอยด์ ซึ่งเป็นสารต้านอนุมูลอิสระที่มีส่วนช่วยต้านการอักเสบและป้องกันความเสื่อมของเซลล์ได้อีกทางหนึ่ง

        มะพอกเป็นต้นไม้ที่มีความทนทานต่อสภาพอากาศแห้งแล้งได้ดี จึงมักพบกระจายอยู่ในประเทศไทย ลาว กัมพูชา และเวียดนาม อีกทั้งยังสามารถขยายพันธุ์ได้ง่ายด้วยการเพาะเมล็ด จึงนับเป็นไม้พื้นถิ่นที่มีทั้งคุณค่าด้านอาหาร สมุนไพร งานใช้สอย และความงามทางภูมิทัศน์อย่างครบถ้วนในต้นเดียว

⚠ แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม 
dukedick's profile
มีผู้เข้าชมแล้ว 2,549 ครั้ง
เขียนโดย dukedick
สวัสดีครับ ผมเป็นนักเขียนที่ชอบงานเขียนทางด้านเกร็ดความรู้ต่างๆ ไม่วาจะเป็นเกี่ยวกับสัตว์โลกน่ารัก หรือ เกร็ดความรู้ และเรื่องราวที่น่าสนใจต่างๆ
เขียนนิยายแฟนตาซีสนุกๆด้วย ในนามปากกา เหมียวกุ่ย หาอ่านได้ที่ Meb Market และ ReadAwrite ครับ ค้นหาด้วย นามปากกาได้เลยครับ หรือค้นหาใน Google ก็ได้ครับ ^_^
เป็นกำลังใจให้เจ้าของกระทู้โดยการ VOTE และ SHARE
Hot Topic ที่น่าสนใจอื่นๆ
จังหวัดนี้มีรถไฟผ่าน แต่กลับไม่ค่อยมีคนรู้จักเสาธงชาติไทยและผืนธงชาติไทยที่ใหญ่และสูงที่สุดในประเทศไทย5 โรงเรียนหญิงล้วนที่มีชื่อเสียงมากที่สุดในไทย สถาบันสร้างกุลสตรีและผู้นำระดับประเทศมหาวิทยาลัยที่ขึ้นชื่อเรื่อง “กิจกรรมและรับน้อง” มากที่สุดในไทยส่องเลขจากข่าวดัง...ประจำวันที่ 1 มิถุนายน 2569“จังหวัดนี้กำลังจะกลายเป็นมหานครแห่งใหม่ของอีสาน”5 อันดับมหาวิทยาลัยที่มีวิทยาเขตมากที่สุดในประเทศไทย“ตำนานกลางลาดพร้าว! โรงเรียนปานะพันธุ์วิทยา จากอาคารเรียนสุดล้ำ สู่ห้างใหญ่ในความทรงจำ”ย้อนตำนาน “ไทยไดมารู” ห้างสรรพสินค้าแห่งแรกของไทย จุดเริ่มต้นยุคโมเดิร์นค้าปลีก ที่ยังอยู่ในความทรงจำมหาวิทยาลัยที่มีรถไฟผ่านใกล้ที่สุดรายได้ข้าราชการทหารของไทยประเทศที่มีร้านสะดวกซื้อเยอะที่สุดในโลก
Hot Topic ที่มีผู้ตอบล่าสุด
เมืองที่มีปัญหาการจราจรติดขัดมากที่สุดในโลกเกาะผีสิงเกาะที่ผีดุที่สุดในไทยทำไมต้องดื่มกาแฟวิชาอะไรที่ทำให้นักเรียนหลายคนเริ่มนอนดึกเป็นครั้งแรก”
กระทู้อื่นๆในบอร์ด สาระ เกร็ดน่ารู้
เกือบโดนบีบแตรที่ญี่ปุ่น เพราะเข้าใจไฟจราจรผิด 😭ความลับของ “ถุงหิ้วก๋วยเตี๋ยว” ทำไมต้องยาวเป็นหางว่าว แล้วมัดหนังยางแน่นเหมือนซีลนิรภัย?เมืองที่มีปัญหาการจราจรติดขัดมากที่สุดในโลกคนไทยชอบเลี้ยงหมาอะไรมากที่สุด
ตั้งกระทู้ใหม่