รักแท้ชั่วนิรันดร์! คุณปู่-คุณย่า นอนจับมือสิ้นใจ หลังครองรักกัน 75 ปี
เว็บไซต์เดลีเมล์ของอังกฤษเผยแพร่เรื่องราวความรักที่ทั้งน่าเศร้าและประทับใจของคุณตาคุณยายคู่หนึ่ง "เจเนตต์-อเล็กซานเดอร์ ท็อกซ์โค" จากรัฐแคลิฟอร์เนีย ประเทศสหรัฐอเมริกา ที่เพิ่งจะเสียชีวิตตามกันไปเมื่อช่วงกลางๆเดือนมิ.ย. โดยภาพสุดท้ายที่เห็นนั้นเป็นฉากที่ทั้งคู่นอนเคียงข้างกันบนเตียง ตาหลับสนิท ร่างแน่นิ่ง โดยที่ยังจับมือกันไว้แน่น
แต่แล้วเมื่อเวลาผ่านไป อาการของคุณตาอเล็กซานเดอร์กลับแย่ลงเรื่อยๆ เช่นเดียวกับคุณยายเจเน็ตต์ที่ก็สุขภาพทรุดโทรมลงทุกนาที และในที่สุดคุณตาอเล็กซานเดอร์ก็เสียชีวิตลงในวันที่ 17 มิ.ย. ซึ่งคุณยายเจเน็ตต์แม้จะรู้อยู่เต็มอกว่าทุกอย่างสายเกินแก้แล้ว แต่เธอยังคงไม่ไปไหน ยังนอนจับมือแน่นกับร่างไร้วิญญาณของสามีเหมือนเดิม
"ฉันบอกแม่แล้ว ว่าพ่อไม่อยู่แล้วนะ แต่แม่ก็กอดศพพ่อเอาไว้แล้วพูดว่า 'นี่ไงที่รัก อย่างที่เราเคยคุยกันเอาไว้ คุณตายในอ้อมกอดฉัน และฉันก็รักคุณ รอฉันหน่อยนะที่รัก เดี๋ยวฉันก็ได้ไปอยู่กับคุณแล้ว' " เอมี่ ลูกสาวของทั้งคู่กล่าว
เมื่อคุณยายเจเน็ตต์ต้องการดังนั้นแล้ว ลูกๆของเธอจึงไม่มีใครขัดศรัทธา ทุกคนออกไปจากห้องให้ทั้งคู่อยู่กันตามลำพัง และแล้วในวันรุ่งขึ้น คุณยายเจเน็ตต์ก็เสียชีวิตตามสามี โดยที่ยังคงกุมมือกันไว้แน่นไม่ปล่อย
ต่อมาศพของคุณตา-คุณยายถูกนำไปฝังไว้ที่สุสานไมรามาร์ในซานดิเอโก รวมแล้วทั้งคู่อยู่กินกันมาถึง 75 ปี เสียชีวิตโดยที่คุณตาอเล็กซานเดอร์มีอายุ 95 ปี ส่วนคุณยายเจเน็ตต์อายุ 96 ปี นับว่าเป็นความรักที่ยืนยาว และอมตะยิ่งนัก
คุณยายเจเนตต์และคุณตาอเล็กซานเดอร์พบรักกันตั้งแต่อายุราว 8 ขวบ ซึ่งขณะนั้นก็เริ่มต้นตามประสาเด็ก คือความสัมพันธ์ยังเป็นแบบใสๆ น่ารักๆ แต่เมื่อเวลาผ่านไป ทั้งคู่ก็รู้สึกผูกพัน จนกระทั่งก่อตัวเป็นความรักที่ทรงพลัง แต่งงานกัน และมีลูกด้วยกัน 5 คน
คุณตาอเล็กซานเดอร์เมื่อสมัยแต่งงานใหม่ๆเคยทำงานเป็นคนส่งโทรเลขของนาวิกโยธินสหรัฐ ก่อนจะย้ายไปนิวยอร์กพร้อมครอบครัวในเวลาต่อมา และทำงานกับบริษัทโฆษณาแทน จนท้ายที่สุด ทั้งครอบครัวก็ย้ายไปซานดิเอโก้ ที่ซึ่งคุณตาอเล็กซานเดอร์ก่อตั้งบริษัทโฆษณาและภาพถ่ายแฟชั่นของตัวเองขึ้นมา
ชีวิตครอบครัวของทั้งคู่ดำเนินอย่างมีความสุขเรื่อยมา ใช้เวลาร่วมกัน ไปเที่ยวด้วยกัน ฯลฯ จนกระทั่งเมื่อหลายสัปดาห์ก่อน ที่คุณตาอเล็กซานเดอร์ประสบอุบัติเหตุหกล้มจนสะโพกหัก ทำให้ต้องนอนอยู่แต่ในเตียง ลุกไปไหนไม่ได้ แพทย์ในละแวกบ้านจึงนำเตียงผู้ป่วยแบบพิเศษมาไว้ให้ที่บ้าน โดยตั้งไว้ข้างเตียงคุณยายเจเน็ตต์ เพื่อให้ทั้งคู่ได้อยู่ใกล้ชิดกัน
แต่แล้วเมื่อเวลาผ่านไป อาการของคุณตาอเล็กซานเดอร์กลับแย่ลงเรื่อยๆ เช่นเดียวกับคุณยายเจเน็ตต์ที่ก็สุขภาพทรุดโทรมลงทุกนาที และในที่สุดคุณตาอเล็กซานเดอร์ก็เสียชีวิตลงในวันที่ 17 มิ.ย. ซึ่งคุณยายเจเน็ตต์แม้จะรู้อยู่เต็มอกว่าทุกอย่างสายเกินแก้แล้ว แต่เธอยังคงไม่ไปไหน ยังนอนจับมือแน่นกับร่างไร้วิญญาณของสามีเหมือนเดิม
"ฉันบอกแม่แล้ว ว่าพ่อไม่อยู่แล้วนะ แต่แม่ก็กอดศพพ่อเอาไว้แล้วพูดว่า 'นี่ไงที่รัก อย่างที่เราเคยคุยกันเอาไว้ คุณตายในอ้อมกอดฉัน และฉันก็รักคุณ รอฉันหน่อยนะที่รัก เดี๋ยวฉันก็ได้ไปอยู่กับคุณแล้ว' " เอมี่ ลูกสาวของทั้งคู่กล่าว
เมื่อคุณยายเจเน็ตต์ต้องการดังนั้นแล้ว ลูกๆของเธอจึงไม่มีใครขัดศรัทธา ทุกคนออกไปจากห้องให้ทั้งคู่อยู่กันตามลำพัง และแล้วในวันรุ่งขึ้น คุณยายเจเน็ตต์ก็เสียชีวิตตามสามี โดยที่ยังคงกุมมือกันไว้แน่นไม่ปล่อย
ต่อมาศพของคุณตา-คุณยายถูกนำไปฝังไว้ที่สุสานไมรามาร์ในซานดิเอโก รวมแล้วทั้งคู่อยู่กินกันมาถึง 75 ปี เสียชีวิตโดยที่คุณตาอเล็กซานเดอร์มีอายุ 95 ปี ส่วนคุณยายเจเน็ตต์อายุ 96 ปี นับว่าเป็นความรักที่ยืนยาว และอมตะยิ่งนัก
เป็นกำลังใจให้เจ้าของกระทู้โดยการ VOTE และ SHARE
20 VOTES (4/5 จาก 5 คน)
VOTED: nurnior, mon, oLuxo, AdamsJaidee
Hot Topic ที่น่าสนใจอื่นๆ
เปิดวาร์ป 5 จังหวัด ค่าครองชีพถูกม๊าก แต่คุณภาพชีวิตดีเว่อร์
สะพานที่ข้ามแหล่งน้ำจืดที่มีความยาวมากที่สุดในประเทศไทย
3ชนิดต้นไม้ “หน้าบ้าน” ที่เน้นความสวยงามและความเขียวสดตลอดปี
5 อันดับจังหวัดที่ร้อนที่สุดในไทย
อยู่ดี ๆ คนก็แห่ไปลาว…สัญญาณบางอย่างกำลังจะเกิดขึ้น?
5 เมืองสงบ ใช้ชีวิตสบาย ห่างไกลความวุ่นวาย
น้ำตกที่สวยที่สุดในประเทศไทย
สิบเลขขายดี สลากตัวเลขสามหลัก N3 งวด 16/4/69
นกเอี้ยงสาริกา จากนกมงคลแดนสยาม สู่มหันตภัยมีปีกแห่งออสเตรเลีย
เปิดความลับ "แหวนสังหาร" อาวุธลับของชนชั้นสูงยุคกลาง
ตึกที่มีความสูงมากกว่า 80 ชั้น เพียงแห่งเดียวเท่านั้นในไทย
รู้งี้มีติดบ้านไว้นานแล้ว… น้ำแข็งแช่ฟรีซ 7 ข้อดีที่หลายคนมองข้ามHot Topic ที่มีผู้ตอบล่าสุด
ที่เที่ยวไทยคนน้อย ฟิวเหมือนไปต่างประเทศ..
3ชนิดต้นไม้ “หน้าบ้าน” ที่เน้นความสวยงามและความเขียวสดตลอดปี
ชีวิตคนไม่มีแอร์ในหน้าร้อน…อยู่ยังไงให้รอด?”
หนังสือพาสปอร์ตของไทย ได้คะแนนมากแค่ไหนเมื่อเทียบกันในระดับโลก







