รวบแล้วสาวใหญ่หลอกคนไปทำงานออสเตรเลีย
ตำรวจกองปราบรวบสาวใหญ่หลอกคนไปทำงานออสเตรเลีย ยังหลบหนีอีก 2 ขณะเจ้าตัวอ้างถูกหลอกให้จัดหาคนงานเช่นกัน
วันนี้ (9 มิ.ย.) พลตำรวจโทฐิติราช หนองหารพิทักษ์ ผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง พันตำรวจเอกอัคราเดช พิมลศรี รักษาราชการแทนผู้บังคับการปราบปราม ร่วมแถลงการจับกุมนางสาวฐานิดา สิทธิฤกษ์ อายุ 40 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับ ข้อหาจัดหางานให้คนงานเพื่อไปทำงานในต่างประเทศโดยไม่ได้รับอนุญาต และหลอกลวงผู้อื่นว่าสามารถหางาน หรือสามารถส่งไปฝึกงานในต่างประเทศได และโดยการหลอกลวงดังว่านั้นได้ไปซึ่งทรัพย์สิน หรือประโยชน์อื่นใดจากผู้ถูกหลอกลวง และฉ้อโกงทรัพย์ ร่วมกันฉ้อโกงและผิดพรบ.จัดหางานหลอกแรงงานไปทำงานไล่องุ่นออสเตรเลีย ที่กองบังคับการปราบปราม
สืบเนื่องจากวันที่ 12 พฤษภาคม ที่ผ่านมา นายเรืองศักดิ์ ฝากไธสง พร้อมด้วยกลุ่มผู้เสียหายเดินทางเข้าแจ้งความต่อพนักงานสอบสวนเพื่อให้ดำเนินคดีกับ นางสาว ฐานิดา สิทธิฤกษ์ ,นางสาวนัทที โกมลวานิช และนางสาวพัชรีญา บุญทวีสวัสดิ์ ผู้ต้องหา ในข้อห้า ฉ้อโกงทรัพย์ และหลอกลวงโดยอ้างว่าให้ไปทำงานที่ประเทศออสเตรเลีย โดยจะได้รับค่าจ้างเดือนละ 50,000 บาท เป็นอย่างน้อย
พันตำรวจเอกอัคราเดช เปิดเผยว่า นางสาวฐานิดา หนึ่งใน 3 ผู้ต้องหาที่ร่วมกันฉ้อโกงที่ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจจับกุมได้ ได้ชักชวนคนในหมู่บ้านที่กำลังหางาน โดยจะเรียกเก็บค่าดำเนินการคนละ 100,000 - 120,000 บาท หลังจากผู้เสียหายได้จ่ายเงินให้กับผู้ต้องหาเรียบร้อยแล้วกลับไม่ได้เดินทางไปทำงามตามที่กล่าวอ้าง โดยมีนางสาวฐานิดา ซึ่งอ้างว่าได้รับการชักชวนจากนางสาวนัทที หนึ่งในผู้ต้องหาตามหมายจับ ที่อาศัยอยู่ในประเทศออสเตรเลียให้หาคนงานและเมื่อได้รับเงินจากคนหางานแล้วก็จะโอนเงินเข้าบัญชีของ นางสาวพัชรีญา เจ้าหน้าที่จึงขอศาลอนุมัติหมายจับผู้ต้องหาทั้งสามราย ก่อนจะติดตามทราบว่า นางสาวฐานิดาหลบซ่อนตัวอยู่ในคอนโดมิเนียม ย่านวังทองหลาง จึงเข้าจับกุมตัว อย่างไรก็ตามผู้ต้องหาอีก 2 รายอยู่ระหว่างติดตามจับกุมตัว
ด้านนางสาวฐานิดา อ้างว่าตนก็เป็นผู้เสียหายเช่นกัน เนื่องจากได้รับการชักชวนให้จัดหาคนทำงานที่ต่างประเทศให้ และเมื่อได้รับเงินจากผู้เสียหายแล้วจะโอนเงินเข้าบัญชีของนางสาวพัชรีญา ทั้งนี้ยืนยันว่าไม่เคยบังคับหรือชักชวนให้ใครมาทำงานด้วย ทุกคนต่างสมัครใจกันมาเอง และรายละเอียดอื่นๆ ขอไปให้ปากคำในชั้นศาล
นอกจากนี้ ยังมีตัวแทนผู้เสียหายทางภาคเหนือและภาคอีสานกว่า 100 คน ที่ถูกหลอกไปทำงานเก็บองุ่นที่ประเทศออสเตรเลีย เดินทางเข้าแจ้งความต่อกองปราบปราม ให้ดำเนินคดีกับกลุ่มนายหน้าค้าจัดหางานในข้อหาฉ้อโกงทรัพย์และหลอกลวง จัดหาแรงงานไปทำงานต่างประเทศโดยไม่ได้รับอนุญาต เบื้องต้นมีผู้เสียหายถูกหลอกไม่ต่ำกว่า 300 คน
โดยหนึ่งในตัวแทนผู้เสียหายจากจังหวัดลำปางเล่าว่า นายณัฐชล ใจอ้าง ซึ่งอ้างว่าเป็นเป็นเจ้าหน้าที่ประสานงานกับกรมแรงงาน เพื่อจัดหาแรงงานอย่างถูกต้องตามกฏหมาย ได้มาชักชวนตนเองให้ไปทำงานเก็บองุ่นที่ประเทศออสเตรเลีย โดยจะได้ค่าจ้างเดือนละไม่ต่ำกว่า 1 แสนบาท แต่ต้องจ่ายค่าดำเนินการเป็นเงิน 3 หมื่นบาทก่อน และนัดอบรมวิชาชีพก่อนเริ่มงานที่กระทรวงแรงงานเมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา แต่เมื่อมาถึงกระทรวงแรงงาน พบผู้เสียหายรวมกว่า 300 คน และเจ้าหน้าที่แจ้งว่าวันนี้ไม่มีกำหนดการอบรมใดๆ จึงรู้ตัวว่าถูกหลอก เจ้าหน้าที่กระทรวงแรงงานจึงพามาแจ้งความที่กองปราบ
เบื้องต้นพันตำรวจเอกอัคราเดช ได้รับเรื่องไว้และสั่งการให้ตำรวจตรวจสอบข้อเท็จจริง พร้อมหาความเชื่อมโยงกับคดีหลอกลวงแรงงานไปเก็บองุ่นที่ประเทศออสเตรเลีย ที่ผ่านมาทั่วประเทศหรือไม่ต่อไป
จังหวัดที่มีห้องว่างในโรงแรมมากที่สุด มีจำนวนผู้เข้าพักน้อยที่สุดในไทย
แม่น้ำที่ใสสะอาดและมีคุณภาพน้ำดีที่สุด ที่ไหลผ่านเขตแดนของประเทศไทย
จำได้ไหม Hi5 ยุคที่ Top Friends สำคัญกว่าไลก์บน Facebook
มอเตอร์ไซค์แบรนด์ไทย ที่ประสบความสำเร็จมากเป็นอันดับหนึ่ง
แมวไม่ได้กลัวแตงกวาเสมอไป ความจริงคือสัญชาตญาณตกใจ
ราคาทองย่อตัว ควรซื้อเก็บไหม? วิธีคิดก่อนตัดสินใจสำหรับคนไทย
คณะที่คนสมัครมากสุดใน TCAS69 ไม่ใช่แพทย์ อันดับจริงน่าคิดกว่าที่คาด
สุนัขหมุนตัวก่อนนอน เพราะอะไร นิสัยปกติหรือสัญญาณปวดข้อ
แนวทางการเลี้ยงหอยขมยักษ์ เพื่อเป็นอาชีพเสริม
รู้จักงูเห่าน้ำแอฟริกา งูพิษที่ไม่ได้เป็นแค่งูน้ำธรรมดา
6 สุนทรพจน์ผู้นำ ที่เปลี่ยนทิศทางสงครามและประวัติศาสตร์
ทำไมประเทศพิมพ์เงินตามใจไม่ได้ ทั้งที่ออกเงินเอง
อาชีพที่คนภายนอกคิดว่ารวย แต่คนในวงการบอกว่าไม่จริง?
แม่น้ำที่ใสสะอาดและมีคุณภาพน้ำดีที่สุด ที่ไหลผ่านเขตแดนของประเทศไทย
ราคาทองย่อตัว ควรซื้อเก็บไหม? วิธีคิดก่อนตัดสินใจสำหรับคนไทย
จำได้ไหม Hi5 ยุคที่ Top Friends สำคัญกว่าไลก์บน Facebook
แนวทางการเลี้ยงหอยขมยักษ์ เพื่อเป็นอาชีพเสริม
6 สุนทรพจน์ผู้นำ ที่เปลี่ยนทิศทางสงครามและประวัติศาสตร์