7 วิธีชะลอความเหี่ยวย่นของใบหน้า
สาเหตุที่ผิวหนังคนเราเสื่อมสภาพลงนั้น
ปัญาหาหลักๆเกิดจากการเสื่อมสภาพลงของคอลลาเจน
คอลลาเจนเป็นโปรตีนชนิดหนึ่ง ที่อยู่ในส่วนของชั้นผิวหนัง และเป็นส่วนสำคัญที่สุดที่ทำให้ใบหน้ามีความเต่งตึง ไม่เหี่ยวย่น
โดยคอลลาเจนนั้ก็นมีหลายประเภทที่แตกต่างกัน เช่น คอลลาเจนที่ข้อกระดูก คือคอลลาเจน type 2 และมีความแตกต่างจากคอลลาเจนที่ผิวหนัง
คอลลาเจนในอวัยวะต่างๆ ก็เป็นอีกชนิดหนึ่ง
โครงสร้างหลักของผิวเส้นผม เล็บ กระดูก ข้อต่อ ตลอดจนผนังหลอดเลือด จึงทำให้มีบางคนเรียก คอลลาเจน (collagen) ว่า “กาวแห่งชีวิต” เพราะทำหน้าที่เชื่อมเซลล์และอวัยวะต่างๆ ในร่างกายเข้าด้วยกันรวมทั้งปกป้องอวัยวะภายในร่างกายให้อยู่ด้วยกันในผิวหนังชั้นหนังแท้ นอกจากนี้ คอลลาเจน (collagen) ยังมีส่วนช่วยเสริมสร้างความเรียบตึงของผิวหนังทำให้ผิวแข็งแรงและเรียบเนียน โดยจะทำหน้าที่คู่กับโปรตีนที่สำคัญอีกชนิดหนึ่งคือ อีลาสติน (Elastin) ซึ่งช่วยสร้างความยืดหยุ่นให้กับผิวและทำให้ผิวไม่มีริ้วรอย ดังนั้นในปัจจุบันเราจึงมักจะพบเห็นหรือได้ยินการกล่าวถึง คอลลาเจน (collagen) กันอย่างกว้างขวางโดยเฉพาะในแวดวงความสวยความงาม” อ้างอิง http://www.patanasongsivilai.com/blog/สร้างคอลลาเจนเอง-โดยไม่พึ่งอาหารเสริม/
วันนี้ CollagenLover.com มีวิธีการเพิ่มระดับคอลลาเจนให้กับผิวคุณมาฝากกันค่ะ . คำแนะนำนี้ได้รับจาก แพทย์ผิวหนังเครื่องสำอางชาวอเมริกัน ดร.สตัเฟ่น ซิมเม็ท ผู้ที่ทำงานกับเหล่าเซเลปชื่อดังมากมาย ไปดูกันเลย
1.ระวังแสงแดด!
สิ่งที่สำคัญที่สุดในการคงระดับคอลลาเจนไว้ก็คือป้องกันมันอย่าให้ถูกแสงแดด ดังนั้นจึงจำเป็นมากที่ต้องทาครีมกันแดดทุกครั้งก่อนออกจากบ้าน . “รังสีอุลตร้าไวโอเล็ตจากแสงอาทิตย์นั้นมันจะเพิ่มอัตราเสี่ยงในการเป็นมะเร็งผิวหนัง รวมไปถึงจุดด่างดำต่างๆบนผิวด้วย ทำให้ผิวแตก ทำให้เกิดรอยย่น และอื่นๆอีกมากมาย” จริงๆแล้ว 80 เปอร์เซ็นต์ของการที่ผิวเหี่ยวย่นนั้นมาจากแสงแดดนั้นแหละ . ดังนั้น ใส่หมวกและใส่เสื้อผ้ามิดชิดซะ หรือไม่ก็ทาครีมกันแดดให้เป็นประจำ จริงๆแล้วในเมืองไทยคงไม่มีใครอาบแดดหรอกเนอะ แต่ถ้ามีละก็ หยุดเดี๋ยวนี้เลย!
2.กินแต่สิ่งดีดี
สิ่งที่คุณกินในทุกๆวัน ถือว่าเป็นส่วนสำคัญมากต่อสุขภาพผิวของคุณ ถ้ากินอาหารดีๆ ก็จะทำให้ร่างกายสามารถสร้างคอลลาเจนมาใหม่ได้ อาหารที่ดีก็คือ พวกอาหารที่มีแอนตี้ออกซิแดนซ์ พวกผัก ผลไม้ นั้นเอง
3.หยุดสูบบุหรี่!
รู้เปล่าว่าการสูบบุหรี่ทำให้ระดับคอลลาเจนในผิวลดลงนะ และก็ทำให้ความสามารถในการสร้างใหม่ลดลงด้วย
4.คิดถึงเรื่องโบท็อค
จริงๆแล้วการทำโบท็อคนั้นไม่ได้เพิ่มคอลลาเจนหรอก แต่ว่ามันจะช่วยรักษาคอลลาเจนที่มีอยู่ไว้ เรียกว่ายืดอายุนั้นเอง “การแสดงสีหน้า เช่นยิ้ม ทำหน้าบึ้ง มันจะทำลายคอลลาเจนเยอะทีเดียว แต่ว่าการโบท็อคนั้นจะช่วยคลายกล้ามเนื้อหลายส่วนบนใบหน้าจากการแสดงสีหน้า ซึ่งจะช่วยลดการสูญเสียคอลลาเจนได้เป็นอย่างดีเลยทีเดียว
5.กินพวกสารต้านอนุมูลอิสระเยอะๆ
เพราะว่าการกินอาหารที่มีสารต้านอนุมูลอิสระเยอะๆนั้นจะช่วยทำให้สุขภาพผิวดี เช่นพวกอาหารที่มีวิตามิน ซี หรือ อี สูงๆ. การกินสิ่งเหล่านี้จะช่วยลดอันตรายจากแสงแดดได้
6.ใช้ครีมที่มีส่วนผสมของเรตินอยด์
อีกหนึ่งวิธีที่จะช่วยลดริ้วรอยบนผิวหนังและคงระดับคอลลาเจนไว้นั้นก็คือการใช้ครีมที่มีส่วนผสมของเรตินอยด์ เพราะว่าเรตินอยด์จะช่วยเพิ่มการสร้างคอลลาเจน และลดพวกรอยหรือจุดด่างดำต่างๆ.
7. หยุดความเครียด
ความเคลียดทำให้ฮอรืโมนแปรปรวน ความดันสูง และทำให้มีสีหน้าที่ทุกข์ทน อันส่งผลร้ายต่อคอลลาเจนทั้งสิ้น เมื่อเครียดเมื่อไหร่
น้ำตาลกรวดใสเหมือนแก้ว เพราะอะไร ต่างจากน้ำตาลทรายแค่ไหน
มอเตอร์ไซค์แบรนด์ไทย ที่ประสบความสำเร็จมากเป็นอันดับหนึ่ง
つづく แปลว่าอะไร คำท้ายการ์ตูนญี่ปุ่นที่หลายคนเห็นมาตั้งแต่เด็ก
แม่น้ำที่ใสสะอาดและมีคุณภาพน้ำดีที่สุด ที่ไหลผ่านเขตแดนของประเทศไทย
อ.เจษฎาชี้เบาะแสผงในก๋วยเตี๋ยว ทำไม “ยาแก้พิษ” จึงสำคัญ
คณะที่คนสมัครมากสุดใน TCAS69 ไม่ใช่แพทย์ อันดับจริงน่าคิดกว่าที่คาด
Tyler Mane จาก X-Men เปิดป่วยมะเร็งเต้านม ผู้ชายก็เสี่ยงได้
ทำไมลิฟต์มักมีกระจก เหตุผลจริงไม่ได้มีไว้แค่ส่องหน้า
จังหวัดที่มีห้องว่างในโรงแรมมากที่สุด มีจำนวนผู้เข้าพักน้อยที่สุดในไทย
😊 ชวนเข้ามาดูรูปภาพที่น่าทึ่งที่พิสูจน์ให้เห็นว่าพลังแห่งธรรมชาตินำหน้าเราเสมอ 😁
ซอสมะเขือเทศเปิดแล้วควรแช่ตู้เย็นไหม คำตอบอยู่ที่รสชาติและความปลอดภัย
ช่วยตัวเองบ่อยทำให้ไตเสื่อมไหม? แยกความเชื่อกับข้อเท็จจริง
อ.เจษฎาชี้เบาะแสผงในก๋วยเตี๋ยว ทำไม “ยาแก้พิษ” จึงสำคัญ
Tyler Mane จาก X-Men เปิดป่วยมะเร็งเต้านม ผู้ชายก็เสี่ยงได้
น้ำตาลกรวดใสเหมือนแก้ว เพราะอะไร ต่างจากน้ำตาลทรายแค่ไหน
ซอสมะเขือเทศเปิดแล้วควรแช่ตู้เย็นไหม คำตอบอยู่ที่รสชาติและความปลอดภัย
MSN Messenger หายไปไหน ย้อนโปรแกรมแชตที่เด็กยุค 90s-2000s ยังจำได้
Souu คอสเพลเยอร์ญี่ปุ่น ลด 28 กก. หลังคลอดใน 1 ปีครึ่ง ทำอย่างไรไม่กดดันตัวเอง


