หน้าแรก Hot Topic Pic Post หาเพื่อน Chat หาเพื่อน Line หาเพื่อน Skype หาเพื่อน Facebook เว็บบอร์ด พูดคุย ถาม-ตอบ คลิป Video ตรวจหวย หาเพื่อน Skype หาเพื่อน Facebook ผลบอล เกมส์ Quiz Play ไดอารี่ อัลบั้มโหวต คำคม แต่งรูป กริตเตอร์ (รูปวิบวับ) คำนวณ สเปซ Page
หน้าแรกเว็บบอร์ด กระทู้ของฉันค้นหากระทู้ ตั้งกระทู้ใหม่
ดูรายการโปรดเพิ่มเป็นรายการโปรด

รู้ไหมน้ำมันหมู ดีกว่าน้ำมันพืช..?


กระดานสนทนา หมวด อื่นๆโพสท์โดย I sea u

 

การใช้นํ้ามันหมู ทำอาหาร ร่วมกับ พืชผักสวนครัวออแกนิก เก็บมาสดๆจากสวนหลังบ้าน .. ขอบอกว่า ทำแล้ว หอมมมมมม อร่อยยยยยย มากกกกกก ครับ

ที่บ้านผมทานนํ้ามันหมู ตั้งแต่รุ่นอากง อาม่า ... แล้วก็เปลี่ยนมาทานนํ้ามันพืช เมื่อ 35 ปีที่แล้ว ทานต่อเนื่องกัน 30 ปี --- ระหว่างทาน ก็สังเกตุเห็นความผิดปรกติของสมาชิกในครอบครัวส่วนใหญ่เจ็บป่วยง่ายขึ้น แต่หายยาก .. เป็นเบาหวาน โคเลสเตอรอล ไตรกลีเซอไรด์ หัวใจ ความดัน .. เพิ่มมากขึ้น ..

ผมเฝ้าวิเคราะห์มาตลอดว่า อะไรน่าจะเป็นสาเหตุแห่งการเจ็บป่วย .. ... ประกอบกับผมได้ศึกษาหาความรู้เพิ่มเติมเกี่ยวกับนํ้ามันจากพืช .. และ นํ้ามันจากไขสัตว์ .. ทั้งจากผู้รู้ และ ในอินเตอร์เน็ต ( รวมถึงคุณเตี่ยยากทานอาหารที่ทำจากนํ้ามันหมู ) ...จึงคิดว่านํ้ามันพืช ที่โฆษณาว่าทานแล้วจะดีโน่นดีนี่ จะไม่เป็นอะไร จริงๆแล้วน่าจะไม่เป็นเช่นโฆษณา .... นํ้ามันพืชน่าจะเป็นสาเหตุหนึ่งแห่งความเจ็บป่วยด้วย.. 


--- ผมคิดว่าคนไทยส่วนใหญ่ในยุคนั้น คงเหมือนกับครอบครัวของผม ที่ได้เห็น ได้ยิน ได้ฟัง และ เชื่อตามโฆษณา .. ที่มีการยิงโฆษณาถี่มากในสมัยที่พยายามชักจูงให้ผู้คนหันมาทานนํ้ามันพืชแทนนํ้ามันหมู (( ผลกระทบนี้ยังส่งผลต่อเนื่องมาถึงปัจจุบัน ที่อุตสาหกรรมการเลี้ยงหมู ต้องมีการใส่สารต่างๆลงไปมากมายหลายอย่าง ทั้งสารเร่งเนื้อแดง ( ปัจจุบันเปลี่ยนมาใช้ คำว่า สารปรับซากแทน ) สารเร่งโต พรีมิค ฮอร์โมนต่างๆ เพื่อให้หมูที่เลี้ยงมามีไขมันน้อย เพราะคนทานหมู ถูกหลอกให้กลัวไขมัน ))

ารโฆษณาในสมัยนั้นจะใช้นํ้ามันพืชและนํ้ามันหมูแช่ใส่ตู้เย็น ทำให้เห็นว่านํ้ามันพืชไม่เป็นไข ส่วนนํ้ามันหมูจะเป็นไข แล้วก็จะชักจูงต่อเนื่องด้วยวารสารทางการแพทย์ บทวิจัยทางการแพทย์ การออกสื่อต่างๆโดยแพทย์และนักวิชาการที่น่าเชื่อถือ .. แต่โดยความจริงคนเหล่านั้นน่าจะไม่ได้วิจัยหรือทราบอะไรจริง แค่ทราบมาจากในสถาบันการเรียน จากตำราฝรั่ง จากการวิจัย ( หลอกลวง ) ของฝรั่ง ... 

(( ในสมัยนั้น ถ้าจำได้ แต่ละบ้านกว่าจะเปลี่ยนมาใช้ นํ้ามันพืชผ่านกรรมวิธี แทนนํ้ามันหมู ..นํ้ามันมะพร้าวที่สกัดแบบบ้านๆ แรกๆ ก็ กล้าๆ กลัวๆ ใช่ไหมครับ ))


*** โดยความจริงแล้ว เพิ่งจะมาทราบภายหลังว่า วงการแพทย์ของอเมริกา ใช้การล่อลวงนี้ เพื่อจะทำให้อุตสาหกรรมถั่วเหลืองของอเมริกาเติบโตขึ้นลำดับโลก ทำเพื่อคนอเมริกา .. ..

วงการแพทย์อเมริกาเพิ่งออกมายอมรับ ออกบทความว่า ขอโทษที่หลอกลวงพลโลกให้หลงเชื่อเปลี่ยนมาทานนํ้ามันถั่วเหลืองมากว่า 60 ปี ... ( จริงๆแล้ว ก็ไม่ใช่นํ้ามันถั่วเหลืองเพียงอย่างเดียว หากยังรวมถึง "" นํ้ามันพืชทุกชนิด "" เช่น นํ้ามันรำข้าว นํ้ามันทานตะวัน นํ้ามันข้าวโพด ฯลฯ ที่ผ่านกระบวนการอุตสาหกรรม .. ที่ข้างขวดมักจะเขียนว่า "นํ้ามันพืชผ่านกรรมวิธี " )


ที่บ้านผมจึงเปลี่ยนกลับมาซื้อมันหมูมาเจียวเป็นนํ้ามันหมู เพื่อทำอาหาร เมื่อ 5 ปี ที่ผ่านมา ... ก็สังเกตุว่าคนในบ้าน ไม่เห็นมีใครเป็นอะไรมากมาย อาการโรคผิดปรกติทางกายที่หลายคนเคยเป็น ก็ดูดีขึ้น จากการตรวจร่างกายเป็นระยะ ..การเจ็บป่วยที่มีเป็นบ้าง นานๆครั้งก็สามารถหายได้อย่างรวดเร็ว ( ข้อนี้น่าจะเกี่ยวกับใช้นํ้ามันหมูแล้วใช้น้อยลง .. ทานของทอดน้อยลงด้วย )


.. ข้อสังเกตุ เวลาทำกับข้าว การใช้นํ้ามันหมู จะใช้น้อยกว่านํ้ามันพืชครึ่งหนึ่ง แต่กับข้าวที่ทำก็ดูน่าทานมากกว่า .. นํ้ามันหมูทำกับข้าวก็หอมมม อร่อยกว่าทำกับข้าวจากนํ้ามันพืชมาก


.. * ส่วนนํ้ามันพืช ปัจจุบันนี้ที่บ้านผมก็มีใช้ทำอาหารอยู่บ้างเป็นบางครั้ง ส่วนใหญ่จะใช้ทำสลัดผัก และ ใช้เป็นส่วนหนึ่งในการหมักหมู ( นํ้ามันงา ) เวลาจะย่างหมูแดง ... 


--- นอกจากนั้น ผมจะใช้นํ้ามันพืชมากในช่วงเทศกาลถือศีลกินเจ และ ทุกวันพระจีน .. ผมจะทานเจเดือนละ 2 วัน ก็ต้องใช้นํ้ามันพืชเช่นกันครับ
**** "แต่นํ้ามันพืชที่ผมใช้ ผมจะใช้นํ้ามันพืช " " สกัดเย็น " เท่านั้น .. เช่น นํ้ามันงา นํ้ามันรำข้าว นํ้ามันมะกอก นํ้ามันมะพร้าว สลับกันไปครับ

-------------------------------------------------------------------
หมายเหตุ :--
- นํ้ามันหมูเหมาะที่จะใช้กับมนุษย์ เพราะอุณภูมิ และ อวัยวะในร่างกายหลายๆอย่าง คล้าย หรือ ใกล้เคียงกับหมู ในวงการแพทย์มีความพยายามที่จะเปลี่ยนอวัยวะภายในที่เสื่อมเสีย โดยใช้อวัยวะของหมูแทน


- นํ้ามันพืชใช้กับสภาวะความร้อนในร่างกายไม่เหมาะสม


- การสกัดนํ้ามันพืชต้องใช้ความร้อนสูงมาก และ ใช้สารเคมี ในหลายขั้นตอน


- การเจียวนํ้ามันหมู ใช้วิธีแบบบ้านๆ ไม่ต้องใช้สารเคมี ไม่ต้องผ่านขบวนการอุตสาหกรรม .. คือ อีกเหตุผลหนึ่งที่ผมใช้นํ้ามันหมู


- เมื่อเปลี่ยนมาใช้นํ้ามันหมู ทำให้ห้องครัวสะอาดมากขึ้น ทำความสะอาดได้ง่ายขึ้น .. มีละอองไขมันไปเกาะข้างฝา เกาะหลอดไฟน้อย


- ขณะใช้นํ้ามันพืชหลายสิบปี ห้องครัวสกปรกมาก เมื่อจะล้างเตาแก๊ช ล้างพัดลมดูดอากาศ จะมีคราบสีดำ แข็ง เหนียวหนืดมากๆ ล้างไม่ออกง่ายๆ ต้องใช้การขูด ขัดอย่างรุนแรง ร่วมกับการใช้นํ้ายากัด จึงจะออก

@ เหตุใด ??? อาการผิดปรกติของร่างกาย เช่น โรคหัวใจ ความดัน เบาหวาน
ไขมันในเส้นเลือด ภูมิแพ้ ฯลฯ .. ในช่วงหลายสิบปีที่ผ่านมา จึงเพิ่มขึ้นในอัตราที่สูงมาก และ อายุเฉลี่ยของกลุ่มคนที่เป็นก็น้อยลง .. การสำรวจในระยะหลัง เยาวชน ก็เป็นโรคพวกนี้มากขึ้น ... ทั้งๆที่วิทยาการทางการแพทย์ก็ก้าวหน้ามากขึ้นๆๆ .. การให้บริการทางสาธารณสุขก็ดีมากขึ้น วงการแพทย์ก็เจริญขึ้นสวนทางกัน .... สาเหตุเกิดจากอะไร ????? ... เกิดจากนํ้ามันพืช " ผ่านกรรมวิธี " ใช่หรือไม่ ???


@ ฝรั่งหลอกให้ทานนํ้ามันพืช นอกจากเพื่ออุตสาหกรรมถั่วเหลืองแล้ว .. ยังซ่อนดาบอีกเล่มหนึ่ง คือ เพื่ออุตสาหกรรมยา ใช่หรือไม่ ???


@ การผลิตเนื้อสุกร จะมีการใช้ ยา สารเคมีน้อยลง .. ถ้าความเชื่อของผู้บริโภคเปลี่ยนไป ใช่หรือไม่ ???


@ เมื่อความเชื่อเปลี่ยนไป ... การเสาะหามันเปลวหมูในตลาดบ่อยๆ .. ก็จะมีการผลิตเพื่อมาสนองความต้องการ ... เราๆ ท่านๆ ก็คงมีโอกาสได้ซื้อมันเปลวหมูที่หนา 2 - 3 นิ้ว มาเจียวนํ้ามัน ไช่หรือไม่ ???


@ การทานนํ้ามันพืชผ่านกรรมวิธี .. มีส่วนทำให้เจ้าของอุตสาหกรรมนํ้ามันพืชเพียงไม่กี่ราย รวยอย่างไร้ขีดจำกัด
... การทานนํ้ามันหมู เป็นการกระจายรายได้ทางอ้อม ..มีส่วนทำให้รากฐานของประชากรไทยเข้มแข็งมากขึ้น อธิบายได้ง่ายๆก็คือ ช่วยให้เกษตรกรรายย่อยๆ .. วิสาหกิจชุมชนต่างๆ สามารถจะเลี้ยงสุกรตามแบบภูมิปัญญาชาวบ้านเดิมๆได้ .. ซึ่งมีผลทำให้เพิ่มจำนวนรายของเกษตรกรผู้เลี้ยง และ เกษตรกรไม่ต้องดิ้นรนเลี้ยงสุกรให้ได้เนื้อแดงมากๆ ตามความเชื่อผิดๆของ ผู้บริโภค .. ผู้บริโภคที่เป็นผู้กำหนดตลาด ... สุกรที่ผลิตมาจะมีชั้นไขมันหนามาก .. ปัจจุบันถ้าเกษตรกรผลิตสุกรที่มีชั้นไขมันหนามาก จะไม่เป็นที่ต้องการของตลาด ของพ่อค้า ... เกษตรกรจะถูกกดราคา


@ เจ้าของโรงงานผลิตนํ้ามันพืช จะทาน นํ้ามันพืชผ่านกรรมวิธี ที่ตัวเองผลิต หรือ ไม่นะ ???


@ เมื่อเร็วๆนี้ หลายท่านคงยังจำได้ คุณลุงที่น่านับถือท่านหนึ่ง คุณลุงคนที่คนเกือบทั้งประเทศรู้จักท่าน คุณลุงคนที่ทานมังสวิรัติมา 30 กว่าปี ... ท่านต้องรีบเข้าโรงพยาบาลอย่างเร่งด่วน เพื่อทำบายพาส เส้นเลือดหัวใจ 3 เส้น .. ที่ท่านป่วย เป็นผลมาจากการทาน นํ้ามันพืชผ่านกรรมวิธี ใช่หรือไม่ ???


@ ผู้ป่วยหลายๆราย ที่อาการเจ็บป่วยรักษาไม่หาย .. แพทย์ทางเลือก และ แพทย์แผนโบราณ .. ทั้งจีน.. ไทย .... แนะนำให้ผู้ป่วย เปลี่ยนจากการทาน นํ้ามันพืชผ่านกรรมวิธี มาทานนํ้ามันหมู .. อาการป่วยก็ทุเลาหายได้ ???


--- ผมไม่กล้าจะกล่าวว่า แพทย์แผนปัจจุบัน หลายท่าน ที่มีประสบการณ์การรักษาโรคมายาวนาน และ ศึกษาองค์ความรู้รอบตัวมากขึ้น หลายท่านเริ่มแนะนำให้ผู้ป่วยบางเคส ที่รักษาไม่หาย เป็นซํ้าๆซากๆ ให้หันมาทานนํ้ามันหมูแทน นํ้ามันพืชผ่านกรรมวิธี

***** ปัจจุบัน เนื้อสุกร ที่ชำแหละจาก สุกรที่เลี้ยงแบบหลุม ( หมูหลุม ) และ สุกรที่เลี้ยงแบบโบราณดั่งเดิม .. ยังไม่สามารถผลิตได้พอกับความต้องการของผู้บริโภค ... การจะได้มา ต้องมีการจองล่วงหน้า

*** ท่านลองนำนํ้ามันพืช และ นํ้ามันหมู ใส่แก้วสักแก้วละ 1 ช้อนโต๊ะ แล้วนำไปตากแดด 1 อาทิตย์ ... ผมว่าท่านเห็นแล้ว ท่านจะ ???????

@ นอกจากนํ้ามันหมูแล้ว .. นํ้ามันมะพร้าวสัดเย็น หรือ นํ้ามันมะพร้าวที่สกัดแบบภูมิปัญญาบ้านๆ ก็เป็นอีกทางเลือกหนึ่งที่ดี .. ควรหาความรู้เพิ่มเติม 
-----------------------------------------------------------------
-** ไม่ว่าผม หรือ ท่านทั้งหลาย จะเชื่อว่า นํ้ามันที่ตัวเองนำมาทำอาหารจะดีเลิศเลอเพียงใด แต่การทานก็ควรทานในปริมาณที่เหมาะสมพอเพียงต่อความต้องการของร่างกายเท่านั้น ( ไขมันเป็นสิ่งจำเป็นต่อร่างกาย ขาดไม่ได้ ) .. 


การทานอาหารไม่ใช่ว่าจะทานแค่อาหารผัด อาหารทอด .. เราควรทานอาหารอย่างอื่นร่วมด้วย หรือ สลับกันไปด้วย เช่น การยำ การนึ่ง การต้ม การแกง การย่าง การทานสดๆ ...


* อนึ่ง.. ไขมันในอาหารที่เข้าสู่ร่างกาย เราไม่ใช่แค่ได้รับจากการใช้นํ้ามันในการทำอาหารเท่านั้น แต่เรายังได้รับไขมันจากตัวอาหารนั้นๆ อีกด้วย .. เช่น นํ้ามันในเนื้อ หมู กุ้ง ปู ปลา ไก่ และ ธัญพืชเมล็ดแห้งชนิดต่างๆฯลฯ
---------------------------------------------------------------------
หากท่านเห็นว่าเนื้อหาสาระนี้ พึงมีประโยชน์ต่อสาธารณชน โปรดช่วยกันแชร์เผยแพร่ให้กว้างขวาง ... ขอบคุณครับ 


ปล. --- 
- บทความที่เขียนมา เป็นความเชื่อ ความรู้รอบตัวจากการศึกษา ติดตาม เก็บข้อมูล ประสบการณ์ ส่วนตัว .... ท่านผู้เข้ามาอ่าน โปรดใช้วิจารณญาณ ในการรับข้อมูล

Report เนื้อหา


โพสท์โดย: I sea u
3Y
เป็นกำลังใจให้เจ้าของกระทู้โดยการ "VOTE" และ "SHARE"
81 VOTES
 

แชร์ใน Facebook Tweet
Comment ด้วย facebook

Comment!  

รู้ไหมน้ำมันหมู ดีกว่าน้ำมันพืช..?

Top Comment

+716 แซมมี้

น้ำมันหมูทำให้คุณอ้วนเหมือนหมู

LIKE: wishs, noobee, pitaknapapol, สุดยอดกะปิ, แรดตัวแม่, ริม, โกโบริว อาริว ตาตี๋, หมูม่อน
ตอบความคิดเห็นนี้
+414 ฉัตรลดา

อทกให้สังเกตุอย่้างหนึ่ง บทความนี้มีอะไรอ้างอิงพอที่จะเชื่อถือได้อย่างมีหลักฐานบ้างไหมในทางวิชาการ คือใช้วคามรุเ้สึกล้วนๆเอาที่ละข้อในบางเรื่องนะ

นํ้ามันหมูเหมาะที่จะใช้กับมนุษย์ เพราะอุณภูมิ และ อวัยวะในร่างกายหลายๆอย่าง คล้าย หรือ ใกล้เคียงกับหมู ในวงการแพทย์มีความพยายามที่จะเปลี่ยนอวัยวะภายในที่เสื่อมเสีย โดยใช้อวัยวะของหมูแทน

ตรงนี้จับแพะชนแกะไปหน่อยไหม มันหมู กับอวัยวะทดแทนมันคนละเรื่องกันเลย และการแพทย์ก็ยังไม่สามารถเอาอวัยวะของหมุมาใช้ในคนได้เลย ส่วนเรื่องอุรหภูมิ  สัตวืเลือดอุ่นส่วนใหย่มันก็อุณหภูมิใกล้เคียงกันทั้งนั้นแหละค่ะ งั้นเราก้อใช้น้ำมันวัว ควาย แทนได้เหมือนกันซิ

เหตุใด ??? อาการผิดปรกติของร่างกาย เช่น โรคหัวใจ ความดัน เบาหวาน
ไขมันในเส้นเลือด ภูมิแพ้ ฯลฯ .. ในช่วงหลายสิบปีที่ผ่านมา จึงเพิ่มขึ้นในอัตราที่สูงมาก และ อายุเฉลี่ยของกลุ่มคนที่เป็นก็น้อยลง

เกิดจากพฤตอิกรรมการกินล้วนๆค่ะ การปล่อยให้เด็กกินขนมจุบจิบ วัยรุ่นนิยมกินแต่อาหารที่มีใขมันสุง ไม่ชอบออกกำลัง ผักกินน้อย โรคที่พูดมามันก้อต้องถามหาเป้นปกติอยุ่แล้ว และปัจจุบัยมีผลวิจัยกันว่า คนกินหวานกันมากขึ้น มันก้มไ่แปลกหรอกค่ะที่จะเ)้นโรคที่พูดมากันตั้งแต่อายุนน้อย

การผลิตเนื้อสุกร จะมีการใช้ ยา สารเคมีน้อยลง .. ถ้าความเชื่อของผู้บริโภคเปลี่ยนไป ใช่หรือไม่ ???

ตรงนี้ผิดค่ะ อยากจะบอกว่า ในฟาร์มแบบมารตฐานจะใช้ยาเท่าที่จำเป้นเท่านั้น เพราะทมีการควบคุมคุรภาพของเนื้อ ที่จะใช้ส่งออกด้วย หากมีสารเคมีตกค้างมาก จะทำให้ไม่ผ่านมาตรฐาน รวมไปถึงเพิ่มค่าใช้จ่ายโดยไม่จำเป็นด้วย ต่างจากการเลี้ยงแบบบ้านไเลรียกว่ายามีเท่าไหร่ฉีดอัดมันเข้าไป ซื้อมาฉีดกันเองด้วยซ้ำ สารตกค้างเยอะกว่าเลี้ยงแบบฟาร์มมตรฐานอีก

อยากจะบอกว่า ใขมันทุกชนิดน่ากลัวหมดค่ะ หากกินในปริมาณที่ไม่สมดุลกับร่างกาย กินแล้วไม่ออกกำลังกาย ต่อให้เป้นน้ำมันเทวดาก็ช่วยอะไรไม่ได้

LIKE: chinnamon, wishs, noom, Operren, โกโบริว อาริว ตาตี๋
ตอบความคิดเห็นนี้
40 fungkyyy

ข้อมูลเรื่องน้ำมันนี่มีเยอะมากจริงๆ อ่านแล้วบางทีก็สับสน เกิดความสงสัยว่าทำไมถึงระบุว่าน้ำมันหมูดี ส่วนน้ำมันพืชไม่ดี การจะเกิดโรคหรือไม่เกิดมันต้องดูรวมๆ หลายอย่างไม่ใช่เหรอ เราไม่ได้กินน้ำมันพืชเป็นอาหารหลักสักหน่อย วันๆ นึงคนเรากินอาหารตั้งหลายชนิด ทำไมถึงมาเจาะจงเฉพาะน้ำมันอย่างเดียว จะน้ำมันพืชหรือน้ำมันหมูพอกินเข้าไปมันก็ถูกน้ำดีจากตับแตกให้เป็นโมเลกุลเล็กๆ ให้น้ำย่อยย่อยเพื่อให้ร่างกายดูดซึมไปใช้อยู่ดี ฉะนั้นไอ้ที่ว่ามันจะไปเกาะเคลือบอวัยวะภายในไม่น่าเป็นไปได้ ยกเว้นแต่คุณจะกินเข้าไปในปริมาณมากๆ ทุกวัน ร่างกายน้ำไปใช้ไม่หมดมันก็จะพอกพูนอยู่ในตัว ทำให้อ้วนด้วย ทำให้เกิดโรคด้วย สำหรับเราเราว่ามันก็กินได้ทั้งน้ำมันหมู น้ำมันพืชนั่นแหละ แต่ต้องกินในปริมาณที่พอดีๆ แล้วก็กินผักผลไม้ให้มันเยอะๆ ออกกำลังกายด้วย แค่นี้ก็ช่วยลดความเสี่ยงการเกิดโรคได้หลายโรคแล้วนะ

ตอบความคิดเห็นนี้
38 ประแสร์

เอาไปขายที่มีนบุรีสิ

ตอบความคิดเห็นนี้
37 Ba na na na

เอาเป็นว่าใช้น้ำมันให้น้อยลง ทั้งพืชและสัตว์ ดีทีสุด

ตอบความคิดเห็นนี้
35 igaga

การผลิตน้ำมันถั่งเหลือง 

http://www.diw.go.th/Risk/manual/acrobat%20files/Oil-%207.pdf

ดูซะ วิธีจะอยู่แผ่นแรกๆ ลองอ่านดู

ที่มา กรมโรงงานอุตสาหกรรม

**ถึงอีเจ้นะ  (คงรู้ตัว)

http://www.manager.co.th/AstvWeekend/ViewNews.aspx?NewsID=9560000125053

ตอบความคิดเห็นนี้
34 igaga

การผลิตน้ำมันปาล์ม

  ขั้นที่ 1 ทำการอบทะลายปาล์มด้วยไอน้ำ ( sterilization) ที่อุณหภูมิ 130 – 135 องศาเซลเซียส ความดัน 2.5 – 3 บรรยากาศ เป็นเวลา 50 – 75 นาที เพื่อหยุดปฏิกิริยาที่ทำให้เกิดกรดไขมันอิสระในผลปาล์มและทำให้ผลปาล์มนุ่มหลุดจากขั้วผลได้ง่าย

ตอบความคิดเห็นนี้
33 igaga

     ขั้นที่ 2 การแยกผล ( stripping) ทะลายปาล์มที่ถูกอบแล้วจะถูกส่งเข้าเครื่องแยกผลปาล์มออกจากทะลาย ทะลายเปล่าถูกแยกออกไป ส่วนผลปาล์มจะถูกย่อยด้วยเครื่องย่อยผลปาล์มให้ส่วนเปลือกและเนื้อแยกออกจากส่วนเมล็ดหรือกะลา เพื่อเข้าสู่การสกัดน้ำมัน
     ขั้นที่ 3 การสกัดน้ำมัน ( oil extraction) นำส่วนเปลือกและเนื้อปาล์มไปอบอีกครั้งหนึ่งที่อุณหภูมิ 90 – 100 องศาเซลเซียส นาน 20 – 30 นาที แล้วผ่านเข้าเครื่องหีบ จะได้น้ำมันปาล์มดิบที่ยังมีน้ำและเศษที่เป็นของแข็งปนอยู่ด้วยเล็กน้อย

ตอบความคิดเห็นนี้
32 igaga

     ขั้นที่ 4 การทำความสะอาดน้ำมันปาล์มดิบ ( clarification) น้ำมันปาล์มดิบที่ได้จากการสกัดจะถูกส่งเข้าถังกรองเพื่อแยกเอาน้ำและของแข็งออกก่อนถูกส่งเข้าเครื่องเหวี่ยงเพื่อทำความสะอาดและไล่น้ำออกอีกครั้ง จากนั้นจึงส่งเข้าถังเก็บน้ำมันเพื่อจำหน่ายหรือนำไปกลั่นเป็นน้ำมันปาล์มบริสุทธิ์สำหรับการบริโภคต่อไป กากผลปาล์มที่ผ่านการหีบมาแล้วจะถูกนำมาแยกเส้นใยออกจากเมล็ดหรือกะลา นำกะลาซึ่งยังมีเนื้อในหรือเอนโดเสปิมอยู่นี้มาอบแห้งและทำความสะอาด แล้วนำเข้าเครื่องกระเทาะเพื่อแยกกะลาออก  จากนั้น นำเอนโดเสปิมมาอบแห้งให้มีความชื้นไม่เกิน 7% แล้วบรรจุกระสอบรอการจำหน่ายหรือส่งไปหีบน้ำมันต่อไป

วิธีนี้จริงนะ เจ้เคยไปดูโรงงานผลิตน้ำมันปาล์มมา ที่สุขสมบูรณ์น้ำมันปาล์ม แต่มันเหม็นมากๆๆๆๆ ไม่รุเค้าใส่อะไรไม่ให้น้ำมันเหม็น

http://fieldtrip.ipst.ac.th/intro_sub_content.php?content_id=20&content_folder_id=235

ตอบความคิดเห็นนี้
30 ฉัตรลดา

สุดท้ายนี้อยากจะบอกว่าไม่มีอะไรดีกว่ากันหรอกค่ะ มันขึ้นอยู่กับว่าเราใช้น้ำมันไปทำอะไร
น้ำมันถั่วเหลือง เป็นน้ำมัน ที่ผลิตมาจากพืช เป็นกรดไขมันไม่อิ่มตัว  (Unsturated fatty acids)  มีสมบัติแข็งตัวยาก  มีจุดหลอมเหลวต่ำ
น้ำมันหมูเป็น กรดไขมันอิ่มตัว  (Saturated fatty acids) มีสมบัติแข็งตัวง่าย  มีจุดหลอมเหลวสูง

กรดไขมันอิ่มตัว ร่างกายขับออกยากค่ะ
กรดไขมันไม่อิ่มตัว  ร่างกายสามารถขับออกได้


กรดไขมันอิ่มตัวสูง มีสูตรโครงสร้างทางเคมีที่จับกับธาตุคาร์บอน (C) ในลักษณะแขนเดี่ยว (single bond) เมื่อโดนความร้อนสูงก็ทำให้อาหารกรอบ อร่อย ไม่มีสารเคมีเป็นพิษ และน้ำมันที่ใช้ทอดแล้วก็เก็บไว้ทอดซ้ำเกิน ๒ ครั้งไม่ได้เพราะจะดำและเหม็นหืน

ซึ่งผิดกับ ซึ่งมีกรดไขมันไม่อิ่มตัว ซึ่งมีโครงสร้างเคมีเป็น แขนคู่ (double bond) ในการจับกับธาตุคาร์บอน จึงสามารถจับกับธาตุไฮโดรเจนเพิ่มได้อีก 2 อะตอม จึงเหมาะกับการเติมไฮโดรเจน (Hydrogenation) ซึ่งเรียกว่า Trans Fatty Acid (TFA) 'Trans'

จากความพยายามที่จะทำให้น้ำมันพืช มีลักษณะเหมือน น้ำมันหมู ที่ทำให้อาหารทอด กรอบอร่อย แต่ปัญหาที่ตามมาคือ ความเสี่ยงในการเป็นโรคอ้วน โรคหลอดเลือดหัวใจ โรคไต โรคเบาหวาน มะเร็งเต้านม เพราะน้ำมันพืชที่ผ่านกรรมวิธีเหล่านี้ไม่สามารถขับออกจากร่างกายได้ง่ายๆ เหมือนน้ำมันหมู

สรุปคือเวลาที่เราจะประกอบอาหาร
ควรใช้น้ำมันหมูทอดเพราะทนความร้อนสูง
ควรใช้น้ำมันพืชในการผัดเพราะไม่ทนความร้อนค่ะ
  จริงๆแล้วน้ำมันทั้ง2ชนิดนี้ถ้ามีปริมาณมากก็เป็นโทษต่อร่างกายทั้งนั้นแหละค่ะ ทางที่ดี ควรรับประทานให้พอเหมาะนะค่ะ

LIKE: ประแสร์
น้ำมันหมูเอาไปใช้ที่สามจังหวัดชายแดนภาคใต้ได้มั้ย
ตอบความคิดเห็นนี้
-129 ฉัตรลดา

อันนี้สำหรับคนที่ชอบมโนไปเองว่าคนสมัยก่อนอายุยืนกว่าสมัยนี้นะคะ เอากราฟสถิตินี้ไปดูค่ะ

ว่าเส้นกราฟของไทยน่ะ 50 ปีก่อน กับปัจจุบันอายุขัยเฉลีั่ยมันมากขึ้นหรือน้อยลง

ตอบความคิดเห็นนี้
27 Stinger long rifle

ตกลงยังไงแน่ แต่ผมว่าน้ำมันหมูทำกับข้าวอร่อยกว่านะ เรื่องสุขภาพไม่แน่ใจสับสนไม่รู้จะเชื่อใครดี

ตอบความคิดเห็นนี้
26 PAKKANA
อะไรจะดีกว่าปลอดภัยกว่าผมไม่สนห่วงหรอกครับ ตอนนี้ผมห่วง"น้ำมันดีเซล"มันจะขึ้นราคามากกว่าT T
ตอบความคิดเห็นนี้
25 วุ่นวายพายถง

เห็นด้วยกับความคิดนี้  ทางที่ดีควรบริโภคพวกไขมัน น้ำตาล แป้ง ในปริมาณที่เหมาะสม กาแฟโกโก้ชาเย็นที่ใส่นมข้นครีมเทียม ขนมกรุบกรอบ โอ้ยย โน่นนี่นั่น อีชั้นว่ามันเป็นอาหารที่เกินต่อความจำเป็นของร่างกายมนุษย์มาก เมื่อมากร่างกายก็สะสมทำให้อ้วน อ้วนก็โรคเพียบ  เห็นนางเงียบๆโรคเพียบนะค๊ะ

ในหนึ่งแก้วน้ำตาลกับไขมันเพียบ กินวันละกี่แก้วกันเอ่ย

ตอบความคิดเห็นนี้
24 oscar

เมื่อก่อนบอก น้ำมันพืชดีกว่า มาตอนนี้ น้ำมันหมูดีกว่า

ประเทศไทย....ตรวจสอบอะไรไม่มีเกณฑ์

GU GIN MOD !!!

ตอบความคิดเห็นนี้
-123 igaga

น้ำมันพืชส่วนมาก มักใช้สารเคมี ในการแยกเอาน้ำมันออกจากเมล็ดพืช โดยเฉพาะน้ำมันถั่วเหลือง ส่วรน้ำมันปาล์มจะใช้อีกวิธีนึง ซึ่งต้องเอาปาล์มสดไปนึ่งก่อน แล้วค่อยเอามาผลิต(อันนี้จำไม่ได้แล้ว)

แต่น้ำมันหมูแค่เอามาเจียวกับกระทะ แม้น้ำมันหมูจะเป็นไขในที่เย็น แต่เมื้อเอามาตั้งไว้ที่อุณหภูมิห้อง ก็สามารถละลายได้เอง ฉะนั้น เมื่อเข้าสู่ร่างการของเรา มันก็คงไม่เป็นไข และอุดยันในเส้รเลือดหลอกนะ ไม่งั้นคนโบราณคงตายเพราะน้ำมันหมูกันเยอะแล้วละ เห็นอายุยืนกว่าคนสมัยนี้อีก

เอางี้ดีกว่าค่ะ หมู่บ้านที่ทวดคุรอยู่น่ะ มีกี่คนคะ แล้วรุ่นทวดคุณน่ะ มีอยุ่ในหมุ่บ้านนั่้นกี่เปอร์เซนต์ของทั้งหมดที่มี มันหลักตรรกะง่ายๆไม่ต้องมโนค่ะ
คุณมีตรรกะติดอยู่ที่ว่า คนสมัยก่อน = คนแก่ คนสมัยนี้ = คนหนุ่ม คุณเห็นคนแก่กับคนหนุ่มตาย แล้วสรุปเอาแบบผิดๆว่า อ๋อนี่ไง คนสมัยก่อนตายอายุ 80 คนสมัยนี้ตายอายุ 40 แหม่คนสมัยนี้นี่มันอายุสั้นจริงๆ
"คนสมัยนี้" มันจะแก่ตายได้ยังไง ก็มันยังไม่ถึงเวลาแก่นี่คะ ไอ้ที่ยังไม่ตายคุณก็ไม่ได้สนใจ ส่วน "คนสมัยก่อน" ที่ตายไปตั้งแต่ยังหนุ่มๆ คุณก็ไม่ได้สนใจเหมือนกัน สรุปมันแค่มายาคติค่ะไม่ใช่ข้อเท็จจริง
อ้อจะหาว่าไม่มีสถิติ ปี 1960 อายุขัยเฉลีั่ยคนไทยอยู่ที่ 55.24 ปีค่ะ พอมาถึงปี 2011 อายุขัยเฉลี่ยคนไทยอยุ่ที่ 74.01 ปีค่ะ
ตามสบายคุณเธอนะ เจ้ไปละ
ตอบความคิดเห็นนี้
+122 VeeVee

ถึงว่า คนโบราณเค้ากินน้ำมันหมู ถึงได้อายุยืนแข็งแรงและไม่ค่อยเป็นโรคได้ง่าย!

LIKE: โดนัทอๅบยๅพิษ, VeeVee
ตอบความคิดเห็นนี้
21 TakeToYou

เคี้ยวมันส์ๆ อุดตันในเส้นเลือด 

ตอบความคิดเห็นนี้
20 vho



บทความ หรือ การวิจัยชอบพบว่า  เด่วอันดี เด่วอันนี้ไม่ดี เช่น ค้นพบว่า แมลงสาปเป็นสัตว์ที่สกปรกที่สุด  ต่อมา มีอีกสำนักบอกว่า แมลงสาปเป็นสัตว์ที่สะอาดที่สุด

ตอบความคิดเห็นนี้
+119 Coment

อ้าวไหนว่าแต่ก่อนน้ำมันหมู ไขมันสูงกว่ากว่าน้ำมันพืช เสี่ยงคอเลสตอล่อนสูงไงละ?

LIKE: Coment
ตอบความคิดเห็นนี้
+118 oAToM

แล้วน้ำมันถั่วเหลืองอันตรายมาก ส่วนน้ำมันมะพร้าวที่คนสมัยก่อนกินกัน นั้นแหละดีกว่า

แต่คนไทยดันไปเชื่อคนต่างชาติที่มันปลูกถั่วเหลืองเยอะ มันก็อยากขายของมัน เลยบอกว่าดีอย่างนู่นอย่างนี้ คนไทยก็เชื่อ 

LIKE: เหี่ยวศรี มณีเด้ง
ตอบความคิดเห็นนี้
-117 Persia

เดี๋ยวพวกสะตอแมร่งก็เดือดร้อนมันกั๊น้ำมันปาล์มไว้อยู่สัสสสสสสสสสส

ไหนขยายความดิ๊ พวกสะตอที่ว่าหมายถึงพวกไหน ?
นั่นสินะ......สงสัยเป็นชนเผ่าในไทย ตัวดำๆผมหงิกๆที่มักจะเห็นแก่ตัว โง่ดักดานอะไรประมาณนี้
พวกไหนน๊า เฉลยหน่อยสิค่ะ ^-^
ตอบความคิดเห็นนี้
+716 แซมมี้

น้ำมันหมูทำให้คุณอ้วนเหมือนหมู

LIKE: wishs, noobee, pitaknapapol, สุดยอดกะปิ, แรดตัวแม่, ริม, โกโบริว อาริว ตาตี๋, หมูม่อน
ตอบความคิดเห็นนี้
15 เก็บตังค์เป็นหมาตัวหนึ่ง

คนที่บอกว่าคนสมัยก่อนอายุยืนกว่าสมัยนี้ นี้รู้มาจากไหนหรา?? หรือมโนกันเอาเอง ??  เพราะปัจจุบันเฉลี่ยแล้วอายุยืนกว่าสมัยก่อนเสียอีก เค้าถึงบอกว่าเรากำลังอยู่ในยุคของวัยที่เป็นรูปแบบพีรามิดคว่ำไง

ตอบความคิดเห็นนี้
+414 ฉัตรลดา

อทกให้สังเกตุอย่้างหนึ่ง บทความนี้มีอะไรอ้างอิงพอที่จะเชื่อถือได้อย่างมีหลักฐานบ้างไหมในทางวิชาการ คือใช้วคามรุเ้สึกล้วนๆเอาที่ละข้อในบางเรื่องนะ

นํ้ามันหมูเหมาะที่จะใช้กับมนุษย์ เพราะอุณภูมิ และ อวัยวะในร่างกายหลายๆอย่าง คล้าย หรือ ใกล้เคียงกับหมู ในวงการแพทย์มีความพยายามที่จะเปลี่ยนอวัยวะภายในที่เสื่อมเสีย โดยใช้อวัยวะของหมูแทน

ตรงนี้จับแพะชนแกะไปหน่อยไหม มันหมู กับอวัยวะทดแทนมันคนละเรื่องกันเลย และการแพทย์ก็ยังไม่สามารถเอาอวัยวะของหมุมาใช้ในคนได้เลย ส่วนเรื่องอุรหภูมิ  สัตวืเลือดอุ่นส่วนใหย่มันก็อุณหภูมิใกล้เคียงกันทั้งนั้นแหละค่ะ งั้นเราก้อใช้น้ำมันวัว ควาย แทนได้เหมือนกันซิ

เหตุใด ??? อาการผิดปรกติของร่างกาย เช่น โรคหัวใจ ความดัน เบาหวาน
ไขมันในเส้นเลือด ภูมิแพ้ ฯลฯ .. ในช่วงหลายสิบปีที่ผ่านมา จึงเพิ่มขึ้นในอัตราที่สูงมาก และ อายุเฉลี่ยของกลุ่มคนที่เป็นก็น้อยลง

เกิดจากพฤตอิกรรมการกินล้วนๆค่ะ การปล่อยให้เด็กกินขนมจุบจิบ วัยรุ่นนิยมกินแต่อาหารที่มีใขมันสุง ไม่ชอบออกกำลัง ผักกินน้อย โรคที่พูดมามันก้อต้องถามหาเป้นปกติอยุ่แล้ว และปัจจุบัยมีผลวิจัยกันว่า คนกินหวานกันมากขึ้น มันก้มไ่แปลกหรอกค่ะที่จะเ)้นโรคที่พูดมากันตั้งแต่อายุนน้อย

การผลิตเนื้อสุกร จะมีการใช้ ยา สารเคมีน้อยลง .. ถ้าความเชื่อของผู้บริโภคเปลี่ยนไป ใช่หรือไม่ ???

ตรงนี้ผิดค่ะ อยากจะบอกว่า ในฟาร์มแบบมารตฐานจะใช้ยาเท่าที่จำเป้นเท่านั้น เพราะทมีการควบคุมคุรภาพของเนื้อ ที่จะใช้ส่งออกด้วย หากมีสารเคมีตกค้างมาก จะทำให้ไม่ผ่านมาตรฐาน รวมไปถึงเพิ่มค่าใช้จ่ายโดยไม่จำเป็นด้วย ต่างจากการเลี้ยงแบบบ้านไเลรียกว่ายามีเท่าไหร่ฉีดอัดมันเข้าไป ซื้อมาฉีดกันเองด้วยซ้ำ สารตกค้างเยอะกว่าเลี้ยงแบบฟาร์มมตรฐานอีก

อยากจะบอกว่า ใขมันทุกชนิดน่ากลัวหมดค่ะ หากกินในปริมาณที่ไม่สมดุลกับร่างกาย กินแล้วไม่ออกกำลังกาย ต่อให้เป้นน้ำมันเทวดาก็ช่วยอะไรไม่ได้

LIKE: chinnamon, wishs, noom, Operren, โกโบริว อาริว ตาตี๋
ผมก็คิดเหมือนคุณนั่นแหละ ไม่มีกลุ่มทดลอง ไม่มีงานวิจัยเสริม ไม่มีการศึกษาย้อนหลัง จับแพะชนแกะอย่างเดียวเชื่อไม่ได้เลย
เห็นด้วยสุดๆครับ บทความเขียนจากความรู้สึกล้วนๆ ไม่มีผลการวิจัย มันอันตรายมากนะที่เผยแพร่สิ่งผิดๆ จากความเชื่อของใครบางคน
ใช่ครับ แล้วพวกโง่ก็เชื่อง่ายๆ แบบ คนสมัยก่อน คนโบราณอายุยืนไรเงี้ย
เอาไปขายที่มีนบุรี
ตอบความคิดเห็นนี้
13 limited

น่าคิดเหมือนกัน เพราะคนสมัยก่อน ไม่มีน้ำพืช อายุยืนยาวเหมือนกันน่ะ

ตอบความคิดเห็นนี้
11 Fruit Ball

ไม่ว่าจะไขมันอิ่มตัวจากน้ำมันหมู  หรือไขมันไม่อิ่มตัวจากน้ำมันพืช ร่างกายก็ต้องการทั้งสองอย่างนี้อยู่ดี  บริโภคแต่พอดีทั้งสองอย่างนั่นแหละครับดีที่สุ

ตอบความคิดเห็นนี้
-110 เอ็มมึน

ผมยอมโง่และก็เชื่อด้วยคนสมัยก่อนทำไมโรคภัยไข้เจ็บมีน้อยมากสมัยนี้มีแต่เชื่อโรคแต่เรื่องน้ำมันก็น่าคิดเป็นภัยใกล้ตัวจริงๆ....

เกิดจากการปลอมปนของสารพิษ ในผัก ในผลไม้ และในเนื้อสัตว์ และในทุกกลุ่มอาหาร ไม่ใช่แค่เรื่องของไขมัน
ตอบความคิดเห็นนี้
+19 applelucky

ที่บ้านกินน้ำมันมะกอก น้ำมันรำข้าว และน้ำมันมะพร้าว 

รอชมตอนต่อไป. . .

LIKE: yakumo
ตอบความคิดเห็นนี้
7 ขยะเปียก

ก็แล้วแต่นะ ผมซื้อกินตามรสชาติ ถ้าน้ำมันหมูมีอัดขวดขายผมก็ซื้อเพราะมันทำอาหารอร่อยกว่า ตอนนี้น้ำมันพืชที่อร่อยรองลงมาผมว่าน้ำมันเมล็ดทานตะวัน

ตอบความคิดเห็นนี้
+16 ลูกเป็ดยักษ์พเนจร

ตอนนี้เราหันมาใช้น้ำมันมะพร้าวได้ปีกว่าแล้ว 

LIKE: เหี่ยวศรี มณีเด้ง
ตอบความคิดเห็นนี้
+15 BlackWave

สงสัยต้อง ลองเปลี่ยนมาใช้บ้างแล้วครับ ขอบคุณสาระดีๆ

LIKE: ลูกเป็ดยักษ์พเนจร
เชื่อง่ายไปไหม
ไม่ใช่ว่าเชื่อครับ ถ้าไม่ลองกูไม่รู้ถูกไหม ถ้าเกิดดีจริงก็จะได้เปลี่ยนบ้าง
ตอบความคิดเห็นนี้
4 นางมารจอมบุญ

ซวยหละ กินน้ำมันพืชมานานแล้ว 

ตอบความคิดเห็นนี้
3 แค่ดอกไม้พลาสติก

อันตรายมากจริงๆ ไม่มีหน่วยงานไหนของรัฐ ของมาจัดการเลยหรอ 

ถ้ามันอันตรายจริง ทั้งโลกเขาคงจัดการไปแล้วล่ะ
หรอ
ตอบความคิดเห็นนี้
2 Sun jiro

อาว แล้วกันสิ เชื่อมาตั้งนานว่ามันพืชมีประโยชน์กว่า กุฟังมาจากใครหว่ะเนี่ย

ตอบความคิดเห็นนี้
+11 EbonY & IvorY

อาว แล้วกันสิ เชื่อมาตั้งนานว่ามันพืชมีประโยชน์กว่า กุฟังมาจากใครหว่ะเนี่ย

LIKE: เหี่ยวศรี มณีเด้ง
ตอบความคิดเห็นนี้

Hot Topic ที่น่าสนใจอื่นๆ


สุดช็อค! ชายจีนที่กินฟาสฟู้ดทุกวัน ป่วย แยก “เลือดดำ” ได้ถึง2 ขวด!

สะเทือนใจ! นาทีอดีตสะไภ้ไฮโซตระกูลดังร่ำไห้ขอลูกคืน หลังอดีตสามีนำตร.วังทองหลางบุกชิงตัวจากโรงเรียน!!!

ถามเพื่อนๆที่ชอบเล่นกีฬา มีอะไรที่จำเป็นต้องพกติดตัว แบบขาดไม่ได้บ้างครับ

ทำไมถึงชอบดูหนังlอ๊กซ์แนวทหาร-ตำรวจกันครับ

GIFT ฮาๆ 10

เส้นทางโจรของ อัล ปาชิโน่
แชร์ใน Facebook Tweet
ตั้งกระทู้ใหม่ไปหน้าแรกเว็บบอร์ด เพื่อดูกระทู้อื่นๆไปหน้าแรก Postjung.com

 
 
ข้อตกลงการใช้บริการ ติดต่อเว็บไซต์ แจ้งปัญหาการใช้งาน แจ้ง Report เนื้อหา ติดต่อโฆษณา