หน้าแรก เว็บบอร์ด หาเพื่อน Chat หาเพื่อน Line หาเพื่อน Skype Pic Post ตรวจหวย ควิซ Page คำนวณ คำคม คลิปวิดีโอ สเปซ เกม Play ไดอารี่ อัลบั้ม แต่งรูป กริตเตอร์ ดาวน์โหลดรูปจาก IG
 
ติดต่อเว็บไซต์ติดต่อโฆษณาแจ้ง Report เนื้อหาเงื่อนไขการให้บริการ
 
เข้าสู่ระบบ สมัครสมาชิก
 
เว็บบอร์ด บอร์ดต่างๆค้นหาสร้างบอร์ด ตั้งกระทู้ใหม่
ดูรายการโปรดเพิ่มเป็นรายการโปรด

รู้ไหมน้ำมันหมู ดีกว่าน้ำมันพืช..?

โพสท์โดย I sea u

 

การใช้นํ้ามันหมู ทำอาหาร ร่วมกับ พืชผักสวนครัวออแกนิก เก็บมาสดๆจากสวนหลังบ้าน .. ขอบอกว่า ทำแล้ว หอมมมมมม อร่อยยยยยย มากกกกกก ครับ

ที่บ้านผมทานนํ้ามันหมู ตั้งแต่รุ่นอากง อาม่า ... แล้วก็เปลี่ยนมาทานนํ้ามันพืช เมื่อ 35 ปีที่แล้ว ทานต่อเนื่องกัน 30 ปี --- ระหว่างทาน ก็สังเกตุเห็นความผิดปรกติของสมาชิกในครอบครัวส่วนใหญ่เจ็บป่วยง่ายขึ้น แต่หายยาก .. เป็นเบาหวาน โคเลสเตอรอล ไตรกลีเซอไรด์ หัวใจ ความดัน .. เพิ่มมากขึ้น ..

ผมเฝ้าวิเคราะห์มาตลอดว่า อะไรน่าจะเป็นสาเหตุแห่งการเจ็บป่วย .. ... ประกอบกับผมได้ศึกษาหาความรู้เพิ่มเติมเกี่ยวกับนํ้ามันจากพืช .. และ นํ้ามันจากไขสัตว์ .. ทั้งจากผู้รู้ และ ในอินเตอร์เน็ต ( รวมถึงคุณเตี่ยยากทานอาหารที่ทำจากนํ้ามันหมู ) ...จึงคิดว่านํ้ามันพืช ที่โฆษณาว่าทานแล้วจะดีโน่นดีนี่ จะไม่เป็นอะไร จริงๆแล้วน่าจะไม่เป็นเช่นโฆษณา .... นํ้ามันพืชน่าจะเป็นสาเหตุหนึ่งแห่งความเจ็บป่วยด้วย.. 


--- ผมคิดว่าคนไทยส่วนใหญ่ในยุคนั้น คงเหมือนกับครอบครัวของผม ที่ได้เห็น ได้ยิน ได้ฟัง และ เชื่อตามโฆษณา .. ที่มีการยิงโฆษณาถี่มากในสมัยที่พยายามชักจูงให้ผู้คนหันมาทานนํ้ามันพืชแทนนํ้ามันหมู (( ผลกระทบนี้ยังส่งผลต่อเนื่องมาถึงปัจจุบัน ที่อุตสาหกรรมการเลี้ยงหมู ต้องมีการใส่สารต่างๆลงไปมากมายหลายอย่าง ทั้งสารเร่งเนื้อแดง ( ปัจจุบันเปลี่ยนมาใช้ คำว่า สารปรับซากแทน ) สารเร่งโต พรีมิค ฮอร์โมนต่างๆ เพื่อให้หมูที่เลี้ยงมามีไขมันน้อย เพราะคนทานหมู ถูกหลอกให้กลัวไขมัน ))

ารโฆษณาในสมัยนั้นจะใช้นํ้ามันพืชและนํ้ามันหมูแช่ใส่ตู้เย็น ทำให้เห็นว่านํ้ามันพืชไม่เป็นไข ส่วนนํ้ามันหมูจะเป็นไข แล้วก็จะชักจูงต่อเนื่องด้วยวารสารทางการแพทย์ บทวิจัยทางการแพทย์ การออกสื่อต่างๆโดยแพทย์และนักวิชาการที่น่าเชื่อถือ .. แต่โดยความจริงคนเหล่านั้นน่าจะไม่ได้วิจัยหรือทราบอะไรจริง แค่ทราบมาจากในสถาบันการเรียน จากตำราฝรั่ง จากการวิจัย ( หลอกลวง ) ของฝรั่ง ... 

(( ในสมัยนั้น ถ้าจำได้ แต่ละบ้านกว่าจะเปลี่ยนมาใช้ นํ้ามันพืชผ่านกรรมวิธี แทนนํ้ามันหมู ..นํ้ามันมะพร้าวที่สกัดแบบบ้านๆ แรกๆ ก็ กล้าๆ กลัวๆ ใช่ไหมครับ ))


*** โดยความจริงแล้ว เพิ่งจะมาทราบภายหลังว่า วงการแพทย์ของอเมริกา ใช้การล่อลวงนี้ เพื่อจะทำให้อุตสาหกรรมถั่วเหลืองของอเมริกาเติบโตขึ้นลำดับโลก ทำเพื่อคนอเมริกา .. ..

วงการแพทย์อเมริกาเพิ่งออกมายอมรับ ออกบทความว่า ขอโทษที่หลอกลวงพลโลกให้หลงเชื่อเปลี่ยนมาทานนํ้ามันถั่วเหลืองมากว่า 60 ปี ... ( จริงๆแล้ว ก็ไม่ใช่นํ้ามันถั่วเหลืองเพียงอย่างเดียว หากยังรวมถึง "" นํ้ามันพืชทุกชนิด "" เช่น นํ้ามันรำข้าว นํ้ามันทานตะวัน นํ้ามันข้าวโพด ฯลฯ ที่ผ่านกระบวนการอุตสาหกรรม .. ที่ข้างขวดมักจะเขียนว่า "นํ้ามันพืชผ่านกรรมวิธี " )


ที่บ้านผมจึงเปลี่ยนกลับมาซื้อมันหมูมาเจียวเป็นนํ้ามันหมู เพื่อทำอาหาร เมื่อ 5 ปี ที่ผ่านมา ... ก็สังเกตุว่าคนในบ้าน ไม่เห็นมีใครเป็นอะไรมากมาย อาการโรคผิดปรกติทางกายที่หลายคนเคยเป็น ก็ดูดีขึ้น จากการตรวจร่างกายเป็นระยะ ..การเจ็บป่วยที่มีเป็นบ้าง นานๆครั้งก็สามารถหายได้อย่างรวดเร็ว ( ข้อนี้น่าจะเกี่ยวกับใช้นํ้ามันหมูแล้วใช้น้อยลง .. ทานของทอดน้อยลงด้วย )


.. ข้อสังเกตุ เวลาทำกับข้าว การใช้นํ้ามันหมู จะใช้น้อยกว่านํ้ามันพืชครึ่งหนึ่ง แต่กับข้าวที่ทำก็ดูน่าทานมากกว่า .. นํ้ามันหมูทำกับข้าวก็หอมมม อร่อยกว่าทำกับข้าวจากนํ้ามันพืชมาก


.. * ส่วนนํ้ามันพืช ปัจจุบันนี้ที่บ้านผมก็มีใช้ทำอาหารอยู่บ้างเป็นบางครั้ง ส่วนใหญ่จะใช้ทำสลัดผัก และ ใช้เป็นส่วนหนึ่งในการหมักหมู ( นํ้ามันงา ) เวลาจะย่างหมูแดง ... 


--- นอกจากนั้น ผมจะใช้นํ้ามันพืชมากในช่วงเทศกาลถือศีลกินเจ และ ทุกวันพระจีน .. ผมจะทานเจเดือนละ 2 วัน ก็ต้องใช้นํ้ามันพืชเช่นกันครับ
**** "แต่นํ้ามันพืชที่ผมใช้ ผมจะใช้นํ้ามันพืช " " สกัดเย็น " เท่านั้น .. เช่น นํ้ามันงา นํ้ามันรำข้าว นํ้ามันมะกอก นํ้ามันมะพร้าว สลับกันไปครับ

-------------------------------------------------------------------
หมายเหตุ :--
- นํ้ามันหมูเหมาะที่จะใช้กับมนุษย์ เพราะอุณภูมิ และ อวัยวะในร่างกายหลายๆอย่าง คล้าย หรือ ใกล้เคียงกับหมู ในวงการแพทย์มีความพยายามที่จะเปลี่ยนอวัยวะภายในที่เสื่อมเสีย โดยใช้อวัยวะของหมูแทน


- นํ้ามันพืชใช้กับสภาวะความร้อนในร่างกายไม่เหมาะสม


- การสกัดนํ้ามันพืชต้องใช้ความร้อนสูงมาก และ ใช้สารเคมี ในหลายขั้นตอน


- การเจียวนํ้ามันหมู ใช้วิธีแบบบ้านๆ ไม่ต้องใช้สารเคมี ไม่ต้องผ่านขบวนการอุตสาหกรรม .. คือ อีกเหตุผลหนึ่งที่ผมใช้นํ้ามันหมู


- เมื่อเปลี่ยนมาใช้นํ้ามันหมู ทำให้ห้องครัวสะอาดมากขึ้น ทำความสะอาดได้ง่ายขึ้น .. มีละอองไขมันไปเกาะข้างฝา เกาะหลอดไฟน้อย


- ขณะใช้นํ้ามันพืชหลายสิบปี ห้องครัวสกปรกมาก เมื่อจะล้างเตาแก๊ช ล้างพัดลมดูดอากาศ จะมีคราบสีดำ แข็ง เหนียวหนืดมากๆ ล้างไม่ออกง่ายๆ ต้องใช้การขูด ขัดอย่างรุนแรง ร่วมกับการใช้นํ้ายากัด จึงจะออก

@ เหตุใด ??? อาการผิดปรกติของร่างกาย เช่น โรคหัวใจ ความดัน เบาหวาน
ไขมันในเส้นเลือด ภูมิแพ้ ฯลฯ .. ในช่วงหลายสิบปีที่ผ่านมา จึงเพิ่มขึ้นในอัตราที่สูงมาก และ อายุเฉลี่ยของกลุ่มคนที่เป็นก็น้อยลง .. การสำรวจในระยะหลัง เยาวชน ก็เป็นโรคพวกนี้มากขึ้น ... ทั้งๆที่วิทยาการทางการแพทย์ก็ก้าวหน้ามากขึ้นๆๆ .. การให้บริการทางสาธารณสุขก็ดีมากขึ้น วงการแพทย์ก็เจริญขึ้นสวนทางกัน .... สาเหตุเกิดจากอะไร ????? ... เกิดจากนํ้ามันพืช " ผ่านกรรมวิธี " ใช่หรือไม่ ???


@ ฝรั่งหลอกให้ทานนํ้ามันพืช นอกจากเพื่ออุตสาหกรรมถั่วเหลืองแล้ว .. ยังซ่อนดาบอีกเล่มหนึ่ง คือ เพื่ออุตสาหกรรมยา ใช่หรือไม่ ???


@ การผลิตเนื้อสุกร จะมีการใช้ ยา สารเคมีน้อยลง .. ถ้าความเชื่อของผู้บริโภคเปลี่ยนไป ใช่หรือไม่ ???


@ เมื่อความเชื่อเปลี่ยนไป ... การเสาะหามันเปลวหมูในตลาดบ่อยๆ .. ก็จะมีการผลิตเพื่อมาสนองความต้องการ ... เราๆ ท่านๆ ก็คงมีโอกาสได้ซื้อมันเปลวหมูที่หนา 2 - 3 นิ้ว มาเจียวนํ้ามัน ไช่หรือไม่ ???


@ การทานนํ้ามันพืชผ่านกรรมวิธี .. มีส่วนทำให้เจ้าของอุตสาหกรรมนํ้ามันพืชเพียงไม่กี่ราย รวยอย่างไร้ขีดจำกัด
... การทานนํ้ามันหมู เป็นการกระจายรายได้ทางอ้อม ..มีส่วนทำให้รากฐานของประชากรไทยเข้มแข็งมากขึ้น อธิบายได้ง่ายๆก็คือ ช่วยให้เกษตรกรรายย่อยๆ .. วิสาหกิจชุมชนต่างๆ สามารถจะเลี้ยงสุกรตามแบบภูมิปัญญาชาวบ้านเดิมๆได้ .. ซึ่งมีผลทำให้เพิ่มจำนวนรายของเกษตรกรผู้เลี้ยง และ เกษตรกรไม่ต้องดิ้นรนเลี้ยงสุกรให้ได้เนื้อแดงมากๆ ตามความเชื่อผิดๆของ ผู้บริโภค .. ผู้บริโภคที่เป็นผู้กำหนดตลาด ... สุกรที่ผลิตมาจะมีชั้นไขมันหนามาก .. ปัจจุบันถ้าเกษตรกรผลิตสุกรที่มีชั้นไขมันหนามาก จะไม่เป็นที่ต้องการของตลาด ของพ่อค้า ... เกษตรกรจะถูกกดราคา


@ เจ้าของโรงงานผลิตนํ้ามันพืช จะทาน นํ้ามันพืชผ่านกรรมวิธี ที่ตัวเองผลิต หรือ ไม่นะ ???


@ เมื่อเร็วๆนี้ หลายท่านคงยังจำได้ คุณลุงที่น่านับถือท่านหนึ่ง คุณลุงคนที่คนเกือบทั้งประเทศรู้จักท่าน คุณลุงคนที่ทานมังสวิรัติมา 30 กว่าปี ... ท่านต้องรีบเข้าโรงพยาบาลอย่างเร่งด่วน เพื่อทำบายพาส เส้นเลือดหัวใจ 3 เส้น .. ที่ท่านป่วย เป็นผลมาจากการทาน นํ้ามันพืชผ่านกรรมวิธี ใช่หรือไม่ ???


@ ผู้ป่วยหลายๆราย ที่อาการเจ็บป่วยรักษาไม่หาย .. แพทย์ทางเลือก และ แพทย์แผนโบราณ .. ทั้งจีน.. ไทย .... แนะนำให้ผู้ป่วย เปลี่ยนจากการทาน นํ้ามันพืชผ่านกรรมวิธี มาทานนํ้ามันหมู .. อาการป่วยก็ทุเลาหายได้ ???


--- ผมไม่กล้าจะกล่าวว่า แพทย์แผนปัจจุบัน หลายท่าน ที่มีประสบการณ์การรักษาโรคมายาวนาน และ ศึกษาองค์ความรู้รอบตัวมากขึ้น หลายท่านเริ่มแนะนำให้ผู้ป่วยบางเคส ที่รักษาไม่หาย เป็นซํ้าๆซากๆ ให้หันมาทานนํ้ามันหมูแทน นํ้ามันพืชผ่านกรรมวิธี

***** ปัจจุบัน เนื้อสุกร ที่ชำแหละจาก สุกรที่เลี้ยงแบบหลุม ( หมูหลุม ) และ สุกรที่เลี้ยงแบบโบราณดั่งเดิม .. ยังไม่สามารถผลิตได้พอกับความต้องการของผู้บริโภค ... การจะได้มา ต้องมีการจองล่วงหน้า

*** ท่านลองนำนํ้ามันพืช และ นํ้ามันหมู ใส่แก้วสักแก้วละ 1 ช้อนโต๊ะ แล้วนำไปตากแดด 1 อาทิตย์ ... ผมว่าท่านเห็นแล้ว ท่านจะ ???????

@ นอกจากนํ้ามันหมูแล้ว .. นํ้ามันมะพร้าวสัดเย็น หรือ นํ้ามันมะพร้าวที่สกัดแบบภูมิปัญญาบ้านๆ ก็เป็นอีกทางเลือกหนึ่งที่ดี .. ควรหาความรู้เพิ่มเติม 
-----------------------------------------------------------------
-** ไม่ว่าผม หรือ ท่านทั้งหลาย จะเชื่อว่า นํ้ามันที่ตัวเองนำมาทำอาหารจะดีเลิศเลอเพียงใด แต่การทานก็ควรทานในปริมาณที่เหมาะสมพอเพียงต่อความต้องการของร่างกายเท่านั้น ( ไขมันเป็นสิ่งจำเป็นต่อร่างกาย ขาดไม่ได้ ) .. 


การทานอาหารไม่ใช่ว่าจะทานแค่อาหารผัด อาหารทอด .. เราควรทานอาหารอย่างอื่นร่วมด้วย หรือ สลับกันไปด้วย เช่น การยำ การนึ่ง การต้ม การแกง การย่าง การทานสดๆ ...


* อนึ่ง.. ไขมันในอาหารที่เข้าสู่ร่างกาย เราไม่ใช่แค่ได้รับจากการใช้นํ้ามันในการทำอาหารเท่านั้น แต่เรายังได้รับไขมันจากตัวอาหารนั้นๆ อีกด้วย .. เช่น นํ้ามันในเนื้อ หมู กุ้ง ปู ปลา ไก่ และ ธัญพืชเมล็ดแห้งชนิดต่างๆฯลฯ
---------------------------------------------------------------------
หากท่านเห็นว่าเนื้อหาสาระนี้ พึงมีประโยชน์ต่อสาธารณชน โปรดช่วยกันแชร์เผยแพร่ให้กว้างขวาง ... ขอบคุณครับ 


ปล. --- 
- บทความที่เขียนมา เป็นความเชื่อ ความรู้รอบตัวจากการศึกษา ติดตาม เก็บข้อมูล ประสบการณ์ ส่วนตัว .... ท่านผู้เข้ามาอ่าน โปรดใช้วิจารณญาณ ในการรับข้อมูล

Report เนื้อหา


โพสท์โดย: I sea u

 
รู้ไหมน้ำมันหมู ดีกว่าน้ำมันพืช..?
40 fungkyyy

ข้อมูลเรื่องน้ำมันนี่มีเยอะมากจริงๆ อ่านแล้วบางทีก็สับสน เกิดความสงสัยว่าทำไมถึงระบุว่าน้ำมันหมูดี ส่วนน้ำมันพืชไม่ดี การจะเกิดโรคหรือไม่เกิดมันต้องดูรวมๆ หลายอย่างไม่ใช่เหรอ เราไม่ได้กินน้ำมันพืชเป็นอาหารหลักสักหน่อย วันๆ นึงคนเรากินอาหารตั้งหลายชนิด ทำไมถึงมาเจาะจงเฉพาะน้ำมันอย่างเดียว จะน้ำมันพืชหรือน้ำมันหมูพอกินเข้าไปมันก็ถูกน้ำดีจากตับแตกให้เป็นโมเลกุลเล็กๆ ให้น้ำย่อยย่อยเพื่อให้ร่างกายดูดซึมไปใช้อยู่ดี ฉะนั้นไอ้ที่ว่ามันจะไปเกาะเคลือบอวัยวะภายในไม่น่าเป็นไปได้ ยกเว้นแต่คุณจะกินเข้าไปในปริมาณมากๆ ทุกวัน ร่างกายน้ำไปใช้ไม่หมดมันก็จะพอกพูนอยู่ในตัว ทำให้อ้วนด้วย ทำให้เกิดโรคด้วย สำหรับเราเราว่ามันก็กินได้ทั้งน้ำมันหมู น้ำมันพืชนั่นแหละ แต่ต้องกินในปริมาณที่พอดีๆ แล้วก็กินผักผลไม้ให้มันเยอะๆ ออกกำลังกายด้วย แค่นี้ก็ช่วยลดความเสี่ยงการเกิดโรคได้หลายโรคแล้วนะ

ตอบความคิดเห็นนี้
38 ประแสร์

เอาไปขายที่มีนบุรีสิ

ตอบความคิดเห็นนี้
37 Ba na na na

เอาเป็นว่าใช้น้ำมันให้น้อยลง ทั้งพืชและสัตว์ ดีทีสุด

ตอบความคิดเห็นนี้
Hot Topic ที่น่าสนใจอื่นๆ

นาซ่าเผยคลิปน่าตกใจ! น้ำแข็งบนขั้วโลกเหนือ กำลังจะไม่เหลือ ผลกระทบร้ายแรงมาก

"ความศักดิ์สิทธิ์ของ"เหรียญบาทครุฑปี2517 ไม่ต้องปลุกเสก!!

กัมพูชาเอาอีกแล้วกล้ามาก copy ชุดไทยบรมพิมาน

ดิฉันมีเงินเดือนอยู่แล้ว ไม่ต้องจ่ายเงิน

น้ำฝน ทวีพร หั่นผมสั้นแล้ว! หลังเจ็บจนเกินจะทน ถึงเวลาที่ชีวิตต้องเปลี่ยนแปลง ทรงใหม่เริ่ด! เด็กสุด!
ตั้งกระทู้ใหม่