" วิถีชีวิตคนรุ่นใหม่บนเส้นทางเกษตร " ขายผักกำไรเดือนละ 2 แสน
หากถามถึงอาชีพในฝันของ “คนรุ่นใหม่” ในศตวรรษที่ 21...หนุ่มสาวหลายคนคงนึกไปถึงภาพตัวเองใส่สูทผูกไท แต่งตัวสวยไฮไซ ทำงานสะดวกสบายในออฟฟิศติดแอร์เย็นฉ่ำ แต่ทว่าในมุมกลับ กลับเห็นภาพคนหนุ่มสาวทิ้งสังคมเมืองหันไปใช้วิถีชีวิต “เกษตรกร” ทำไมหนุ่มสาวจำนวนหนึ่งจึงเลือกมอง “ต่าง”
มีเรื่องราวน่าสนใจจากวงสนทนาของเครือข่ายเกษตรกรรุ่นใหม่ ที่มองเห็นคุณค่าและความหมายลึกๆ ซ่อนอยู่ในอาชีพเกษตรกรรม ที่พวกเขาแวะเวียนมาเจอกันในเวทีแลกเปลี่ยนเรียนรู้ “เครือข่ายเกษตรกรกล้าใหม่” ที่ จังหวัดมหาสารคาม เมื่อเร็วๆ นี้
“ผมมีรายได้จากการขายผักสลัดให้กับร้านสเต๊ก หักค่าใช้จ่ายแล้ว กำไรเดือนละ 2 แสนบาท ในจำนวนนี้ไม่รวมเงินเดือนที่ผมจะกันไว้เป็นค่าตอบแทนให้ตัวเอง เดือนละ 2 หมื่นบาท” โจ้-จิรายุทธ ภูวพูนผล อายุ 25 ปี เจ้าของสวนผักและร้านสเต๊ก “โอ้กะจู๋” อำเภอสันทราย จังหวัดเชียงใหม่ กล่าวและยิ้มอย่างมีความสุข
ด้วยต้นทุนเดิมที่สนใจการปลูกผัก และต้นทุนใหม่คือความรู้ที่เรียนจบมาโดยตรงในด้านการเกษตรที่มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ทำให้ โจ้ รู้จุดอ่อนของเกษตรกรรุ่นเก่า คือการหาช่องทางการตลาดและจัดจำหน่าย คุณโจ้และเพื่อนจึงร่วมหุ้นกันเปลี่ยนลานจอดรถ ขนาด 2 ไร่ ให้เป็นสวนผัก และเปิดร้านอาหารติดกัน โดยใช้ผักที่ปลูกเองเป็นวัตถุดิบ
เมื่อผนวกสายตาของคนรุ่นใหม่เข้ากับเรื่องการตลาด คุณโจ้ยังใช้สื่อใหม่อย่างโซเชี่ยลมีเดีย Facebook.com เป็นช่องทางประชาสัมพันธ์ให้คนรู้จักสวนผักและร้านสเต๊กโอ้กะจู๋มากยิ่งขึ้น ภาพผักสลัดสดใหม่และภาพอาหารหน้าตาน่ารับประทานที่โพสต์ขึ้นสังคมออนไลน์อยู่ไม่ขาด ก็ส่งผลให้มีแฟนเพจแวะเวียนมาใช้บริการเพิ่มมากขึ้น ขณะที่การตกแต่งหน้าร้านให้มีจุดถ่ายภาพและชมวิวแปลงผักระหว่างรับประทาน ก็ยิ่งทำให้ร้านมีเอกลักษณ์โดดเด่น การันตี “ปลูกได้และขายเป็น”
อีกหนึ่งตัวอย่าง เกษตรกรรุ่นใหม่เป็นหนุ่มน้อยจาก อำเภอวังทรายพูน จังหวัดพิจิตร เก้า-ธีรพงษ์ สุขสวรรค์ บัณฑิตหนุ่มวัยเบญจเพส จบจากสาขาวิศวกรรมเมคคาทรอนิกส์ คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี
เก้า เกิดและเติบโตมาในครอบครัวที่มีพ่อและแม่เป็นชาวนา ซึ่งทั้งคู่ก็คาดหวังให้ลูกชายหัวแก้วหัวแหวนทำงาน “นั่งโต๊ะ” มากกว่าจะลงนาทำงานอาบเหงื่อต่างน้ำ
"แต่แล้วชีวิตก็เกิดจุดเปลี่ยน ผมเกือบถูกงูพิษกัดตาย ผมเลยได้คิดว่า ชีวิตคนเรามันสั้นเท่านี้เองนะ ถ้าเราอยากจะทำอะไรก็ให้ทำซะเลย สิ่งที่คิดได้ในเวลานั้นคือ การเกษตร ซึ่งวนเวียนอยู่ในหัวผมมาตั้งแต่เด็ก เพราะเราอยู่กับเขามาตลอด ผมรู้ว่าถ้าผมอยู่กับสิ่งนี้แล้วผมจะมีความสุข”
ปัจจุบัน คุณเก้าได้พิสูจน์ตัวเองจนพ่อแม่ยอมรับและไว้วางใจให้ดูแลแปลงปลูกข้าวของครอบครัวอย่างครบวงจร รวมพื้นที่ราว 100 ไร่ และปรับเปลี่ยนวิถีการปลูกจากใช้สารเคมีมาเป็นการปลูกข้าวไรซ์เบอร์รี่อินทรีย์ ส่วนหนึ่งเพื่อปกป้องสุขภาพของคนในครอบครัว
ขณะที่การปลูกพืชวิธีนี้ยังช่วยลดต้นทุน และผลผลิตที่ได้เป็นที่ต้องการของตลาด คุณเก้าบอกด้วยว่า เขากำลังมีแผนสร้างเตาอบข้าวเปลือก ขนาด 30 ตัน ไว้รองรับผลผลิตในฤดูเก็บเกี่ยว โดยนำความรู้ที่เรียนมาในสาขาวิศวกรรมเมคคาทรอนิกส์มาปรับใช้
เป็นกำลังใจให้เจ้าของกระทู้โดยการ VOTE และ SHARE
44 VOTES (4/5 จาก 11 คน)
Hot Topic ที่น่าสนใจอื่นๆ
เลข 67 คืออะไร ทำไมเด็กเจนใหม่พูดกันทุกวัน
ลงทุนสามสิบเปอร์เซ็นต์เปลี่ยนชีวิตไทย
สำรองงานก่อนคอมพัง
ใส่รองเท้าแตะในออฟฟิศ ช่วยให้เท้าสบายและลดความเกร็งระหว่างวันได้อย่างไร
10 อันดับคณะหมอลำที่ดังที่สุดในประเทศไทย พร้อมค่าจ้างโดยประมาณ
5 ประเทศอาเซียนที่มีน้ำมันดิบสำรองมากที่สุด ประเทศไหนอยู่อันดับ 1
เจาะลึกเลขอัญเชิญ "ท้าวเวสสุวรรณ" และศาสตร์เกณฑ์เลขมหาเทพผู้พิทักษ์ขุมทรัพย์ งวดวันที่ 16 กรกฎาคม 2569
ศัพท์ไวรัล “สลิ้งแตก” คืออะไร? เปิดความหมายและที่มาของคำฮิตบนโซเชียล
ตั้งโหมดห้ามรบกวนอย่างไร ให้โฟกัสงานได้โดยไม่พลาดเรื่องสำคัญ
เจาะลึกเลขอัญเชิญ "แม่ทำเนียน" และ 10 อันดับเลขเด็ดมหาชนยอดนิยมสูงสุด งวดวันที่ 16 กรกฎาคม 2569
ปรงภูเขา ไม้ดึกดำบรรพ์กลางป่า พืชโบราณที่ควรชมแต่ไม่ควรแตะ
จัดเก้าอี้ลดปวดบ่าHot Topic ที่มีผู้ตอบล่าสุด
สำรองงานก่อนคอมพัง
ทำไมเรียก “น้ำส้มสายชู” ทั้งที่ส่วนใหญ่ไม่ได้ทำจากส้ม?
ไม่มีเงินจ่ายหนี้ กยศ. จะติดคุกหรือไม่? เรื่องสำคัญที่ผู้กู้ไม่ควรปล่อยผ่าน
7 ตึกสูงระฟ้าในประเทศไทยที่โดดเด่นบนเส้นขอบฟ้ากรุงเทพฯ
อนุมัติแน่นอน!! งบกลางป้องกันน้ำท่วมหาดใหญ่ นายกฯ อนุทิน ลุยเองมาให้เห็นกับตา ตรวจสอบคันคลอง ร.1 ที่ถูกน้ำเซาะเสียหาย



