หน้าแรก ตรวจหวย เว็บบอร์ด ควิซ Pic Post แชร์ลิ้ง หาเพื่อน Chat หาเพื่อน Line หาเพื่อน Team Page อัลบั้ม คำคม Glitter เกมถอดรหัสภาพ คำนวณ การเงิน ราคาทองคำ กินอะไรดี
ติดต่อเว็บไซต์ลงโฆษณาลงข่าวประชาสัมพันธ์แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสมเงื่อนไขการให้บริการ
เว็บบอร์ด บอร์ดต่างๆค้นหาตั้งกระทู้

วิวัฒนาการสัตว์ประหลาด " ไคจู "

โพสท์โดย บัส สยามเมืองยิ้ม

 

ในหนังฮีโร่ของญี่ปุ่น นอกจากตัวพระเอกที่สร้างสีสันให้คนดูได้ชื่นชอบแล้ว ตัวสัตว์ประหลาด ยังถือเป็นสิ่งที่น่าสนใจ โดยเฉพาะการออกแบบที่มีการผสมผสานสัตว์ต่าง ๆ ออกมาเป็นสัตว์ประหลาดที่เป็นอมตะในใจใครหลายคน ซึ่ง แนวความคิดสร้างสรรค์นอกกรอบ ถือเป็นเรื่องสำคัญที่เราจะได้เรียนรู้จากเหล่าร้ายพวกนี้ 

สมบุญ เกรียงอารีกุล สุดยอดแฟนพันธุ์แท้ไอ้มดแดง 2007 เล่าว่า “ไคจู” ในภาษาญี่ปุ่นมีความหมายว่า สัตว์ประหลาด ส่วน “ไดไคจู” หมายถึงสัตว์ประหลาดขนาดใหญ่ที่ออกอาละวาดทำลายตึกรามบ้านช่อง ซึ่งหนังแนวก็อตซิลล่าจะจัดอยู่ในประเภท “ไดไคจู” 

แต่คำว่า “ไคจู” แม้เป็นภาษาญี่ปุ่น แต่ฝรั่งต่างรู้ว่าเป็นการเรียกชื่อของสัตว์ประหลาด โดยพื้นฐานฝรั่งชอบสัตว์ประหลาดมากกว่าฮีโร่ เริ่มแรกมีหนังเรื่องคิงคอง ปี ค.ศ.1933 แล้วมีหนังเรื่อง Mighty Joe Young ปี ค.ศ. 1949 สร้างโดยฝรั่ง แล้วเข้าไปฉายในญี่ปุ่น พอคนญี่ปุ่นได้เห็นเริ่มอยากทำหนังสัตว์ประหลาดบ้าง เลยทำหนังเรื่อง “ก็อตซิลล่า” ที่ผสมระหว่างกอริลลากับปลาวาฬ โดยนำชื่อสัตว์ทั้งสองมาผสมกันชื่อ ’โกจิระ“ แต่พอไปเข้าฉายให้ฝรั่งดูก็ตั้งชื่อใหม่ให้เป็นสากลชื่อ ก็อตซิลล่า แนวคิดการสร้างสัตว์ประหลาดญี่ปุ่นไม่ค่อยมีเหตุผลมารองรับเท่าฝรั่ง อย่าง ก็อตซิลล่าญี่ปุ่นบอกไม่รู้ว่ากินอะไร แต่ฝรั่งบอกว่าก็อตซิลล่ากินปลา

หลังจากนั้น “กาเมร่า” ก็ตามมาโดยมีรูปร่างคล้ายเต่า แต่ยังเป็นสัตว์ประหลาดที่ตัวใหญ่ โดยหนังสัตว์ประหลาดยุคแรกจะนำกิ้งก่ามาเติมสีตรงนั้นตรงนี้ แล้วเอามาถ่ายตัดต่อในช่วงแรก พอขยายภาพให้มันดูใหญ่ ๆ แล้วน่ากลัว ช่วงแรกสัตว์ประหลาดส่วนใหญ่อิงกับพวกไดโนเสาร์ เช่น กิ้งก่า นกยักษ์ แต่ยังไม่ได้คิดนอกกรอบแบบยุคหลัง ๆ

’แต่ก่อนญี่ปุ่นพอเห็นฝรั่งฮิตอะไรก็เอาบ้าง ตอนก็อตซิลล่าเข้าไปฉายในอเมริกาถือว่าเป็นหนังเกรด บี แต่กลับดัง เพราะคนดูแล้วชอบ มีการพังตึก ซึ่งบริษัทโตโฮที่สร้างมีการทำตึกที่สวยงาม เคยมีฉากหนึ่งเป็นโตเกียวที่ดูแล้วยิ่งใหญ่ ดูจริงจังและใกล้ตัวคนมากขึ้น ถ้าเทียบกับแต่ก่อนพวกสัตว์ประหลาดจะมีแต่ฉากในป่าเขามันไกลตัวไป แต่ถ้าเป็นตึกทำให้คนดูรู้สึกและจินตนาการว่าถ้าเป็นเรื่องจริงเมืองเราจะเป็นอย่างไร”

ทีมที่สร้าง ก็อตซิลล่า มี “อิจิโร่ ฮอนดะ” เป็นตัวหลัก และมี “เอจิ สึบุระยะ” เป็นคนทำเอฟเฟกต์ และเมื่อญี่ปุ่นเริ่มมีทีวี เขาเลยสร้างอุลตร้าแมนฉายทางทีวี ซึ่งแต่ก่อนจะฉายแต่ในโรงภาพยนตร์ โดยทำ “อุลตร้าคิว” ก่อน พอปี ค.ศ. 1966 เดือน 7 จึงทำอุลตร้าแมน ที่ได้รับความนิยมเพราะมียิงแสง เร้าใจกว่าการที่สัตว์ประหลาดสู้กันเอง ยุคแรก ๆ จะมีแต่สัตว์ประหลาดสู้กันเองยังไม่มีฮีโร่

สัตว์ประหลาดที่เป็นเต่ายักษ์ หรือ ’เต่าไฟ บรรลัยกัลป์“ ที่คนไทยรู้จักจะมีปีละตอนเข้ามาฉายในไทย โดยมีตอนหนึ่งที่คนไทยชอบมากชื่อ “เต่ายักษ์ผจญกุ้งปังตอ” กระแสตอบรับค่อนข้างดี เพราะยิ่งเข้าไปดูในโรงหนังสัตว์ประหลาดจะดูตัวใหญ่ขึ้นอีก  

ก็อตซิลล่า เสน่ห์ของมันคือ เวลาที่มันจะมาต้องมีสัตว์ประหลาดมาบุกก่อนแล้วตัวหนึ่ง ก็อตซิลล่าคนญี่ปุ่นจะวางให้มีบทบาทในการช่วยเหลือคนมากในช่วงหลัง แต่ช่วงแรกก็อตซิลล่าเป็นตัวร้ายที่ต่อสู้กับคนเสียส่วนใหญ่ ซึ่งตอน เอจิ สึบุระยะ ทำอุลตร้าแมนในทีวีใหม่ ๆ นำก็อตซิลล่ามาช่วยปลุกกระแสอยู่ตอนหนึ่ง เพราะว่าก็อตซิลล่าติดตลาดแล้ว จากนั้นก็เติมหงอนอะไรหน่อยให้ชื่อว่า “โกจิระ”

พอยุคอุลตร้าแมนจะเริ่มเห็นสัตว์ประหลาดที่เป็นมนุษย์ต่างดาว อย่าง “บัลตั้น” ที่เอาปูผสมจักจั่นและกั้ง คนไทยส่วนใหญ่เรียกว่า “ไอ้ก้ามปู” ตัวนี้ที่ดังเพราะคนชอบบุคลิก จึงทำให้ในอุลตร้าแมน ตัวนี้จะโผล่มาประจำ ในญี่ปุ่นมีการโหวตสัตว์ประหลาดที่ได้รับความนิยมตลอดกาล “บัลตั้น” ได้รับการโหวตเป็นอันดับ 1 ซึ่งสัตว์ประหลาดในอุลตร้าแมนมักเป็นการผสมกันของสัตว์ที่อยู่ในทะเล มาผสมผสานและขยายส่วน คนออกแบบจะเก่งในการทำให้ดูกลมกลืน 

พอยุคหลังจากนั้นมาจะเป็นหนังเรื่อง “ไอ้มดแดง” ปี ค.ศ. 1970 สัตว์ประหลาดเริ่มใกล้ตัวมากขึ้น เพราะมีลักษณะตัวเท่าคน ต่างจากสัตว์ประหลาดยุคก่อนที่ตัวใหญ่แล้วพังตึก เหตุที่มีลักษณะใกล้เคียงกับคนมากขึ้น เนื่องจากก่อนหน้านั้นฝรั่งทำหนังเรื่องแบทแมน เข้ามาฉายในญี่ปุ่น เขาเห็นว่ามีพระเอกใส่หน้ากากมาปราบผู้ร้าย ญี่ปุ่นเลยคิดทำพระเอกของตัวเองบ้างจนเป็นไอ้มดแดง 

พื้นฐานการออกแบบสัตว์ประหลาดช่วงแรก ๆ ของญี่ปุ่นจะดูว่าสัตว์อะไรที่เด็กกลัว เช่น แมงมุม ค้างคาว ผึ้ง งู อย่างน้อยคนมีพื้นฐานความกลัวมาบ้างแล้ว และด้วยความที่ไอ้มดแดงต้องฉายทุกอาทิตย์ คนที่คิดสัตว์ประหลาดต้องใช้ความคิดในการออกแบบสัตว์ประหลาดให้ไม่ซ้ำกัน อย่างช่วงแรก ๆ จะเอาสัตว์อย่างเดียวมาเป็นต้นแบบ พอเริ่มคิดอะไรไม่ออกเอาสัตว์ 2 อย่างมารวมกัน ซึ่งตัวที่สะดุดตาส่วนใหญ่จะเป็นแมลงเพราะมีสีสันสวยงาม 

“การผสมสัตว์ 2 อย่าง เช่น ค้างคาวกับปู ที่เป็นตัวเด่นเพราะสามารถสู้กับไอ้มดแดงได้อย่างสูสี ช่วงนั้นในญี่ปุ่นหนังไอ้มดแดงเริ่มดังมากขึ้น การคิดสัตว์ประหลาดทุกสัปดาห์พอนาน ๆ เข้าก็ตัน คนทำเลยต้องมีแนวทางว่า ปีแรกอาจเอาสัตว์แค่ตัวเดียวเป็นต้นแบบ พอยุค 2 เอาสัตว์สองตัวมาผสมกัน เพื่อความง่ายในการคิด แนวคิดการออกแบบสัตว์ประหลาดส่วนใหญ่ใช้สัตว์ที่คนกลัวและสัตว์ที่คนไม่คุ้นเคย เพราะถ้าเอาสัตว์ที่คนคุ้นเคยมาอาจไม่กลัว”

พอถึงยุคมดเขียว v3 ออกแบบสัตว์ประหลาดให้ผสมระหว่างสัตว์กับสิ่งของ เช่น ปลาหมึกกับที่พ่นไฟ เอาเต่ามารวมกับปืนบาซูก้า เสือดาวมารวมกับกรรไกร แมลงวันรวมกับทีวี ดูเหมือนลูกเล่นของสัตว์ประหลาดมากขึ้น แต่ยังขึ้นอยู่กับดีไซน์ว่าจะออกมาสวยหรือไม่ ด้วยความที่หนังเกี่ยวกับไอ้มดแดงต้องคิดสัตว์ประหลาดทุกอาทิตย์ จนถึงปัจจุบันยังมีฉายอยู่ ทำให้คนอื่นที่ทำหนังแนวนี้ต้องคิดสัตว์ประหลาดที่แตกต่างจากที่เคยคิดมา  เสน่ห์ของสัตว์ประหลาดในหนังไอ้มดแดงอยู่ที่ การดีไซน์ โดยเฉพาะตัวเด่น ๆ ที่คนจะจดจำได้โดยปริยาย และบทหนังต้องช่วยส่งเสริมสัตว์ประหลาดด้วย อย่างตัวบัลตั้น นอกจากรูปลักษณ์ที่โดดเด่นแล้วเสียงหัวเราะที่ก้องกังวานยังเป็นส่วนที่ดึงดูดให้คนดูสนใจ เสียงของสัตว์ประหลาดมีส่วนอย่างมากที่ทำให้คนดูจดจำ อย่าง ก็อตซิลล่า เป็นการผสมเสียงของสัตว์หลาย ๆ อย่างมารวมกัน แนวคิดนี้เริ่มจากฝรั่งที่เอาซาวด์ดีไซน์มาผสมให้แลดูเสียงก้อง ๆ ตัวใหญ่ อย่างในหนังเรื่อง มาสค์ไรเดอร์ สัตว์ประหลาดแต่ละตัวจะมีเสียงร้องไม่เหมือนกัน โดยเฉพาะพวกลูกสมุนที่เรารู้จักกันว่าพวก “กีกี้” ที่มีเสียงร้องเหมือนชื่อ ซึ่งหลายคนชอบและรู้จักเพราะเสียงที่น่าสนใจ 

เสียงของพวกสัตว์ประหลาดคนออกแบบจะต้องดีไซน์เสียงเอาไว้ใช้โดยเฉพาะ เนื่องจากสัตว์ประหลาดจะพูดไม่ได้นอกจากเป็นมนุษย์ต่างดาวที่จะพูดได้ บางครั้งการดีไซน์เสียงในหนังมีส่วนประกอบหลายด้าน อย่างเสียงลมจะเอาเสียงของสัตว์ผสมเข้าไปด้วยเพื่อให้เสียงลมที่ออกมาดูมีชีวิต ยุคก่อนด้วยความที่ไรเดอร์เข้ามาฉายสัปดาห์ละตอน พวกเด็ก ๆ ต้องใจจดใจจ่อกับสัตว์ประหลาดที่จะออกมาแต่ละตอนว่าจะเป็นอย่างไร เพราะถ้าเป็นสัตว์ประหลาดแบบซ้ำเดิมบ่อย ๆ เริ่มไม่สนุก และที่สำคัญสมัยก่อนไม่สามารถย้อนกลับมาดูได้เหมือนตอนนี้ 

’ทุกครั้งที่ญี่ปุ่นทำหนังอุปนิสัยของฮีโร่จะไม่หวังสิ่งตอบแทน ซึ่งหนังฮีโร่เป็นแบบนี้ทุกเรื่อง มันตอกย้ำทุกสัปดาห์ทำให้เรารู้สึกอยากทำดีเท่าที่ทำได้“ 

บทบาทตัวละครเปลี่ยนไปตามยุคสมัย อย่างแต่ก่อนพระเอกห้ามชักปืนมายิง แต่เดี๋ยวนี้ยิงได้แล้ว แถมพวกฮีโร่ยังมารุมสัตว์ประหลาด จากแต่ก่อนที่สัตว์ประหลาดรุมพระเอก สิ่งนี้คนสร้างอาจเปลี่ยนแนวคิดให้เข้ายุคสมัยที่จะเน้นความสามัคคี โดยสร้างสัตว์ประหลาดให้เก่ง ๆ จนพระเอกต้องร่วมมือกันต่อสู้ 

พระเอกของหนังแนวนี้ แต่ก่อนต้องดีหมดเหมือนซูเปอร์แมน แต่ช่วงหลัง ๆ ฮีโร่ต้องมีมุมเลว ๆ บ้าง เช่น ไอออนแมน ทำให้รู้สึกมีชีวิตจิตใจเหมือนคน ขณะที่สัตว์ประหลาดมีบทบาทที่ดูเป็นคนดีเหมือนกัน เช่น สัตว์ประหลาดตัวหนึ่งถล่มเมือง จนตอนสุดท้ายเริ่มกลับใจ เพราะว่ามันก็อยู่ในเมืองนี้เหมือนกัน

บางยุคมีสัตว์ประหลาดที่หักหลังกันเอง เช่น ในเรื่องตัวร้ายรวมกลุ่มกัน มีตัวเดียวที่อยู่ในองค์กรผู้ร้ายเหมือนกัน แต่ไม่ได้รวมกลุ่มกับเพื่อน บทบาทอย่างนี้ทำให้หลายคนจดจำสัตว์ประหลาดตัวนั้นได้แม่นยำ อย่างเรื่อง หน้ากากสิงห์ ที่ตัวร้ายทำงานเพื่อองค์กรจริง แต่ใจจริงต้องการสู้กับพระเอกตัวต่อตัว เพื่อพิสูจน์ว่าใครแน่กว่ากัน 

หนังยุคหลังสัตว์ประหลาดจะมาพังตึกเหมือนแต่ก่อนไม่ได้ มันต้องมีเหตุผลในการต่อสู้มากขึ้น เพราะคนดูฉลาดขึ้น ซึ่งบทบาทบางอย่างที่ไม่ใช่คนดีทั้งหมดช่วยส่งเสริมให้บทบาทดูมีสีสันขึ้น ในประเทศไทยไม่ค่อยมีหนังพวกนี้เพราะต้นทุนสร้างสูง แต่ที่ญี่ปุ่นทำได้เพราะมีธุรกิจของเล่นเป็นผู้สนับสนุน ซึ่งเวลาฉายฉากอะไร ก่อนฉายจะมีของเล่นที่ออก

ในตอนนั้นมาวางขายแล้ว เลยเป็นระบบธุรกิจที่มีมาตั้งแต่ฉายไอ้มดแดงครั้งแรก ผิดจากประเทศไทยที่ผู้ประกอบการจะทำอะไรออกมาขายต้องรอให้หนังเรื่องนั้นดังเสียก่อนเพราะกลัวขาดทุน.

ที่มา: daily-news
⚠ แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม 
เป็นกำลังใจให้เจ้าของกระทู้โดยการ VOTE และ SHARE
28 VOTES (4/5 จาก 7 คน)
Hot Topic ที่น่าสนใจอื่นๆ
5 ดินแดนที่สหรัฐอเมริกาเคยพยายามขอซื้อแต่ล้มเหลวจังหวัดเดียวในประเทศไทย ที่ไม่มีอำเภอเมืองเหมือนจังหวัดอื่นประเทศที่มีแหล่งน้ำมันดิบ ปริมาณมากที่สุดเป็นอันดับหนึ่งของโลกอำเภอที่อยู่ไกลจากตัวจังหวัดที่สุดนกเพียง 4 ชนิด ที่มีชื่อเป็นสัตว์ป่าสงวนของประเทศไทยปรี๊ดแตก! เด็กเขมรโต้ข่าวขอกลับมาเรียนที่ไทย..อ้างสื่อไทยปั่นข่าวมั่ว!!วัยรุ่นยุคใหม่หันไปเที่ยวผับบาร์ตั้งแต่เช้าตรู่ม้าร้องไห้ ตุ๊กตาที่ขายดีจากความผิดพลาดอาชีพสำคัญในประเทศไทย ที่กำลังขาดแคลนและเป็นที่ต้องการมากที่สุดอินฟูชาวเขมรดัง โรน่า อ้าง ชาวอีสาน มีเชื้อสายเขมร เจอสวนกลับหน้าแหกซีแลนเดีย (Zealandia): ทวีปที่ 8 ของโลก ขุมทรัพย์ลึกลับใต้ก้นมหาสมุทรแปซิฟิกAI พลิกโฉมวงการ "หนังสั้นของจีน"..ไม่รู้งานนี้มีคนตกงานหรือไม่ ?
Hot Topic ที่มีผู้ตอบล่าสุด
ประเทศที่มีแหล่งน้ำมันดิบ ปริมาณมากที่สุดเป็นอันดับหนึ่งของโลก
ตั้งกระทู้ใหม่