ประสบการณ์ ในบ้านเมตตาในอดีต
ก่อนอื่นขอบอกว่า เรื่องที่จะบอกต่อไปนี้ เป็นเรื่องที่เกิดขึ้นกับตัวผมเองในอดีต สมัยยังเป็นเด็กช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อ ซึ่งผมเลือกเดินทางผิด เลยอยากมาแชร์ให้ฟังกันเป็นอุทาหรณ์ให้กับคนรุ่นหลังซึ่งในบางส่วน ใครไม่เข้าใจผมจะเขียนแยกไว้ในส่วนเพิ่มเติม
ในตอนผมอายุ 13 ปี(ม.2) ผมมีเพื่อนเยอะมากในชั้นเดียวกัน มากขนาดตั้งกันเป็นแกงค์เป็นก๊วน ตามประสาเด็กคึกคะนอง ในตอนนั้นผมกล้าพูดได้ว่าพวกผมเป็นแว๊นรุ่นแรกๆของเมืองไทยก็ว่าได้
เพิ่มเติม - แว๊นสมัยผมนั้นคือตั้งกลุ่มกัน ทำเรื่องต่างๆนานา ซึ่งในตอนนั้นยังไม่มีสก็อย หรือการนำเอาน้ำยาอุทัยทิพย์มาทาปากกันเลย เต็มที่พวกเราแค่ขับมอไซค์ แล้วแอบไปซิ่งกันตามถนนที่ไม่มีคน ซึ่งพวกเลือกแล้วพุทธมนฑล ซึ่งสมัยนั้น มีแค่ถนนโล่งๆ แถบไม่มีรถเลย ไม่เหมือนสมัยนี้ เต็มที่สร้างความเดือดร้อนให้คนท้องที่ แต่ไม่เหมือนสมัยนี้ ถึงขั้นปิดถนนแข่งรถกัน คือง่ายๆ พวกผมต้องแอบกันซิ่งนั้นละ ถ้ามีชาวบ้านหรือใครมาเห็น ต้องรีบเผ่นหางจุกตูดเลย หนักสุดก็คือไล่ตีชาวบ้านแค่นั้นเอง
กลับมาต่อนะครับ ตอนผมจะจบม.2 กลุ่มพวกผมถูกอาจารย์หลายคนหมายหัวไว้หมดแล้ว เป็นพวกกลุ่มพฤติกรรมเสี่ยง ชอบทำอะไรผิดระเบียบ เลยทำให้พวกเราถูกเพ่งเล็กเสมอเวลามีเรื่องอะไรก็มักโดนสงสัยก่อนตลอดเวลา จนกระทั่งมา ม.3 เป็นปีที่ผมเกือบจบอนาคตการศึกษาของผม คือ ในตอนนั้น พวกผมมีเรื่องกับโรงเรียนใกล้ๆกัน อ่อลืมบอกโรงเรียนผมชายล้วนนะ แล้วในละแวกนั้นมีโรงเรียนที่อยู่ใกล้กันมาก มากชนิดเดินไม่ถึง 10 นาทีถึงกัน เป็นโรงเรียน ชายล้วน 2 หญิงล้วน 2 ซึ่งปกติโรงเรียนจะจับคู่กับโรงเรียน ญล้วนอีกโรงเรียนหนึ่งอยู่แล้ว แต่ที่นี้อย่างที่ว่า ไอ้ชายล้วนอีกโรงเรียนหนึ่งในนี้ ขอใช้ชื่อว่า ตม. มักจะชอบข้ามแดนมาจีบ ญฝั่งทางโรงเรียนผมบ้าง แล้วก็ชอบมาแย่งเล่นร้านเกมกันบ้าง
เพิ่มเติม - สมัยนั้นเกมที่ทันสมัยสุดคือ Counter กับ Ragnarok ใครที่จำได้จะทราบดีว่าร้านเกมมีเครื่องไม่มากนักเต็มที่ก็แค่ 10-20 เครื่อง ซึ่งแน่นอนหลังจากเลิกเรียนแล้วต้องรีบวิ่งกันมาแย่งเครื่องกัน แค่ในโรงเรียนเดียวกันก็แย่พอละ ยังต้องมาแย่งกับโรงเรียนอื่นอีกด้วย
เรื่องมันเริ่มมาจากร้านเกมนี่ละครับ น่าจะวันศุกร์เนี้ยละเพราะโรงเรียนผมกับโรงเรียน ตม. เลิกประมาณเวลา 14.30 ซึ่งดันมาเลิกพร้อมกัน พวกผมหลังจากเรียนเสร็จก็กระหืดกระหอบไปร้านเกมประจำ แต่สุดท้ายไปถึงคือไอ้โรงเรียน ตม. แม่มมาแย่งนั่งเครื่องหมดเลย เต็มร้านพวกผมก็โมโหสิครับรอเลิกตั้งนาน ที่นี้เพื่ือนผมคนหนึ่งเป็นหัวโจทก์ มันก็โวยวายเลย ก็มีเด็ก ตม.คนหนึ่ง(คาดว่าเป็นหัวโจทก์เหมือนกัน) ก็คุยกันซึ่งมีเรื่องแน่นอน
เพื่อนผม : มาแย่งร้านกูไมวะ กูเล่นร้านนี้ประจำ
เด็ก ตม : ร้าน...ตรงไหนวะ ป้ายก็ไม่มีเขียนบอกไว้
เด็ก ตม : พวกกูมาก่อนมีสิทธิ์ก่อน
เพื่อนผม : แล้วทำไม...ไม่ไปเล่นแถวโรงเรียน...วะ ไอ้สัส
เด็ก ตม : กูพอใจร้านนี้อ่ะ เครื่องเร็วกว่าเยอะ ...จะทำไม!!
สิ้นเสียงคำว่าทำไม ละครับ นัวเลยครับ พอคิดภาพออกไหม ในร้านแคบๆแต่เด็กประมาณ 20-30 คนจะตีกันในร้าน ทันใดนั้น
เจ้าของร้าน : พวก...จะตีกันไปข้างนอกเลย ไอ้เด็กเวร!!!
เจ้าของร้าน : ไม่ออกไปกูจะโทรแจ้งโรงเรียนหมดทุกตัว
พวกผมเลยวิ่งออกมานอกร้าน แล้วดักรอเลยเพราะแถวนั้นถิ่นโรงเรียนผม ซึ่งพวกมันรู้ดีออกมาโดนย้ำแน่ พอพวกมันออกมาเท่านั้นละ ก็นัวเลยครับ ซึ่งรอบนี้แน่นอนพวกผมวินขาด เพราะความเป็นเจ้าถิ่นด้วย พวกมันกลัวว่าพวกผมจะมีคนมาเพิ่มอีกเลยได้แต่หนี วันนั้นก็ได้เล่นเกมกันอย่างมีความสุขสุดๆ เพราะได้ตื้บคู่อริแล้วยังได้นั่งเล่นเกมยันหัวค่ำอีก
มาถึงวันอังคารมีอาจารย์มาแจ้งว่า เพื่อนของพวกผมโดนตีเข้าโรงบาล(คนในกลุ่ม) 4 คน พวกผมเลยคิดว่าเป็นพวก โรงเรียน ตม. แน่ๆ เลยกะไปดักเอาคืน ตอนเย็นเลยไปดักตีพวกมันแถวหน้าโรงเรียนเลยครับ ไปกันประมาณ 20 คน ตอนนั้นไปกันเยอะมากเพราะมีโทรตามเพื่อนที่อยู่แถวๆนั้นตามกันไปอีก เพื่อนผมที่เป็นหัวโจทก์เรียกไอ้คนที่มันมาทำเพื่อนให้ออกมารับผิดชอบ สุดท้ายมันก็ออกมาครับ แต่มาครบมือเลย หัวเข็มขัด ไม้ที ฟุตเหล็ก ไม้หน้าสาม แล้วเห็นแว่บๆบางคนมีสปาต้าสั้นด้วย ซึ่งอันนี้จำไม่ค่อยได้ แต่ค่อนข้างมั่นใจว่ามีมีดแน่ๆเพราะหลังจากเหตุการณ์มีเพื่อนโดนฟันไปหลายคน ซึ่งแน่นอนพวกมันก็รอแล้วพวกผมก็ไม่กลัว ตอนแรกว่าจะนัว ที่เนี้ยมันมีรุ่นพี่คนหนึ่งโรงเรียนมันนั้นละอยู่ม.ปลายซึ่งไม่รู็ว่าอยู่ชั้นไหน ซึ่งออกตัวว่าเป็นหัวหน้าแก็งค์(ถึงตอนนี้เลยเข้าใจทำไมพวกมันถึงกล้ามาก)
เพิ่มเติม - ในตอนนั้นแก็งคจะแบ่งเป็นม.ต้นกับม.ปลาย แก็งค์ม.ต้นไหน มีม.ปลายเป็นแกนนำจะเรียกกันว่าแก็งค์ขี้แหย่ เพราะเหมือนต้องคอยอ้อนคนที่อายุเยอะกว่า
รุ่นพี่มันบอกว่าแน่จริงออกมาตัวๆ ไม่มีอาวุธ เพื่อนผมก็นำเลยครับเพราะเป็นหัวโจทก์ ก็ออกไป1-1กับไปเด็กในตอนแรกที่คิดว่าเป็นหัวโจทก์ ตอนแรกคิดว่าเพื่อนผมชนะแน่ เพราะมันต่อยเก่งแถมตัวใหญ่ด้วย แต่ที่ไหนได้ ไอ้รุ่นพี่ม.ปลายเล่นสกปรก พอเพื่อนผมล้ม มันวิ่งเข้ามาซ้ำเลยครับ ที่นี้สุดท้ายจาก 1-1 ก็กลายเป็นกิลวอ นัวมากเลย สักพักหนึ่งไม่รู้กี่โมงมีอาจารย์จากโรงเรียนผมกับตำรวจประมาณ 4 -5 คนมาพวกผมเห็นก็วิ่งเลยครับ ไปคนละทิศคนละทาง ใครรอดก็ดีไป ใครไม่รอดก็ซวย มาวันรุ่งขี้นผมคุยกับเพื่อนว่าจะเรียนแค่ ครึ่งเช้า ส่วนครึ่งบ่ายจะโดดเรียนกันไปหาเพื่อนที่ไม่รอดกันเมือวาน เพราะคนที่ถูกจับได้โดนพักการเรียน
เพิ่มเติม - โทษนั้นสมัยนั้นไล่มาตามนี้นะครับ
1.ตักเตือน
2.หักคะแนนความประพฤติ(คาดว่าสมัยนี้ไม่มีแล้ว)
3.ฑัณฑ์บน
4.พักการเรียน
5.ไล่ออก
แต่เวลา 11.27 ก่อนหมดคาบอีก 30 นาที ผมจำได้แม่นมากเลยเพราะมันคือช่วงเวลาที่ผมไม่มีวันลืม มีตำรวจเข้ามาในห้องเรียนขณะอาจารย์ยังสอนอยู่แล้วเรียกให้ผมออกไปพบ อาจารย์เลยพาผมออกมานอกห้อง ตำรวจก็แจงข้อหาผมในคดี ฆ่าคนตายโดยไม่เจตนา เท่านั้นละครับ ผมช็อคไปเลย ห๊าGuไปฆ่าใครวะ ตำรวจก็เล่าว่าเมือวานที่ตีกัน มีเด็กคนหนึ่งโดนหัวเข็มขัดฟาดจนสมองบวมแล้วไปเสียชีวิตที่โรงพยาบาล แล้วตำรวจเจอหัวเข็มขัดที่เป็นอาวุธเลยมาสอบถามกับเพื่อนนักเรียนที่โดนพักการเรียนจนได้ความว่าเป็นของผม แล้วตำรวจก็ยื่นหัวเข็มขัดไอ้นั้นให้ดู ซึ่งผมจำได้แม่นว่าเป็นของผมเพราะผมจะทำเอาสีสเปรย์มาฉีดไว้ที่ตรงกลางด้วย หลังจากนั้นก็ไปโรงพัก พ่อ-แม่คนตายเห็นผมเท่านั้นละ วิ่งมาจะตีผม แต่ดีตำรวจกั้นไว้ก่อน ผมจำได้แค่ว่ามีแต่เสียงคนด่าผมจากญาติผู้ตายตลอด ผมก็รอจน แม่กับอาผมมา เพราะตอนนั้นพ่อผมไปดูงานที่ ต่างประเทศ 3 อาทิตย์ยังไม่กลับ ตำรวจก็บอกข้อหากับแม่และอาผม แล้วบอกว่าคดีนี้ยอมความไม่ได้เพราะเป็นคดีหนัก คงต้องขึ้นศาลเด็ก หลังจากนั้นแม่กับอาผมก็ประกันตัวผมออกมา พอกลับมาถึงบ้านก็มาคุยกันเอายังไงดี เพราะไม่มีความรู้เรื่องกฎหมายเลยนอกจากพ่อ แถมติดต่อพ่อก็ไม่ได้ สุดท้ายเลยต้องจำยอมไปตามคดี
ศาลตัดสินให้ผมเข้าบ้านเมตตา เป็นเวลา 3 ปี แต่ให้หลังจากพ้นช่วงสอบไปก่อน เพราะตอนนั้นเหลือ 2 อาทิตย์ก็จะสอบปลายภาค ผมบอกเลย 2 อาิทตย์นั้นผมทำอะไรไม่เป็นเลย ทำอะไรก็ไม่รู้เรื่องอ่านหนังสือก็ไม่รู้เรื่อง ไม่มีกะจิตกะใจจะทำอะไรทั้งนั้น พอสอบเสร็จ หลังจากวันสอบ 1 วัน ก็มีตำรวจพร้อมเจ้าหน้าที่จากบ้านเมตตามารับตัวผม ซึ่งผมหดหู่มากเป็นครั้งแรกในชีวิตที่ตัวเองต้องเดินเข้าคุก ถึงจะเรียกบ้านเมตตาก็เหอะ แต่ตอนนั้นผมก้คิดว่ามันก็คุกเด็กดีๆนี่ละวะ ตอนเช้าไม่มีอะไรมากก็เข้าปฐมนิเทศ แล้วก็อธิบายการใช้ชีวิตพร้อมทั้งกิจวัตรประจำวันของบ้านให้ฟัง ซึ่งตอนนั้นมีเด็กประมาณ สัก 10 กว่าคนเห็นจะได้ เท่าที่ทราบคือในช่วงมีคดีภายในเดือนนั้นศาลจะตัดสินให้มาเข้าบ้านหลังสอบเสร็จหมด เพราะกลัวเด็กจะไม่ได้สอบและออกไปไม่สามารถเรียนต่อได้
เพิ่มเติม - กฎหมายในตอนนั้นที่ใช้ไม่มีรอลงอาญา มีแค่ ผิดกับพ้นผิดเท่านั้นนะครับ แล้วในตอนนั้นศาลตัดสินได้เด็ดขาดกว่าสมัยนี้ เข้าไปในศาลนี้เกร็งตลอดเวลา
ก่อนอื่นขออธิบายเกี่ยวกับภายในบ้านเมตตาก่อน ภายในจะมีหลายโซนหลักๆแล้วแบ่งความผิด
โซน A - จะมีพวกที่อยู่มาก่อนแล้วแต่ประพฤติดี ทำให้ถูกลดหย่อนโทษ พวกนี้จะสบายสุด เพราะสามารถทำอะไรได้อิสระมาก
โซน B - เป็นเด็กที่มีความผิดลหุโทษ คือโทษสถานเบา อยู่แค่ไม่กี่เดือนก็ออก เต็มที่ 1 ปี เช่น โทษ ลักขโมย วิ่งราวอะไรทำนองเนี้ยละ
โซน C - ทุกคนจะเรียกว่าโซนแดง เพราะเด็กที่มีความครุโทษหรือโทษหนัก เช่น ฆ่าคนตาย, ความผิดเกี่ยวกับยาเสพติด, พนันจะมาอยู่โซนนี้หมด ซึ่งผมก็อยู่ในโซนนี้
และระบบที่ใช้กัน รุ่นพี่ปกครองน้อง โดยให้แต่ละโซนปกครองกันเอง เพราะครูพี่เลี้ยงไม่เพียงพอ เท่าที่นับได้มีครูพี่เลี้ยงแค่ 6 คน
แน่นอนครับขึ้นชื่อว่าบ้านเมตตาแต่ไม่ได้เมตตาแบบชื่อบ้าน ก็มีการรับน้องโดยพวกรุ่นพี่ ซึ่งผมโดนกันตอนนอนเลยครับไม่รู้กี่โมง แต่รู้แค่ว่าฟ้ามืดมากกกกกกกกกกกก โดนรุ่นพี่เตะให้ตื่นใครไม่ยอมตื่นจะโดนกระทืบ ซึ่งแน่นอนมีคนโดน ในตอนนั้นมีคนโดนรับน้องประมาณ 4 คน 1 ในนั้นคือผม สิ่งแรกที่เด็กใหม่โดน วิ่งรอบสนามหญ้าหน้าบ้านซึ่งกว้างโคตรรุ่นพี่สั่งให้วิ่ง 5 รอบ ใครหยุดวิ่งหรือเดินให้เห็น จะโดนเตะบ้าง เอาไม้ฟาดบ้าง ซึ่งพวกผมวิ่งกันชิบหายครับ แต่มีอยู่คนหนึ่งล้ม โดนรุ่นพี่ลากไปกระทืบ แล้วต้องกลับมาวิ่งต่อ สิ่งต่อมาที่โดนคือ ข้างหลังบ้านมันจะเป็นป่า แล้วมีโคลนสกปรกๆ เขาสั่งให้นอนลงไปในโคลน พวกผมนอนกันหมด แล้วรุ่นพี่บอกว่าห้ามขยับแม้แต่นิดเดียวไม่งั้นโดนกระทืบ หลังจากนั้นไอ้พวกรุ่นพี่ ก็มารุมเหยี่ยวใส่พวกผม บอกเลยในชีวิตนี้ไม่เคยมีใครมาทำแบบนี้นี่เป็นครั้งแรกและครั้งสุดท้าย มาถึงอันสุดเลวสุดๆๆๆ พวกมันให้ผมเอาหมามุ่ยยัดใส่กางเกงตัวเองแล้วห้ามเอาออกจนกว่าจะเช้า แต่มีที่คาดไม่ถึงมากกว่านี้อีก 1 ในพวกผมที่โดนรับน้องมีคนหนึ่งเอ่ยมาว่า
เด็กใหม่ : พี่ๆหนูขอละ หนูทนไม่ได้หรอก
รุ่นพี่ A : ทำไมทนไม่ได้วะ ที่...ทำผิดยังเษือกทนได้ เรื่องแค่นี้ทำไมจะทำไม่ได้
เด็กใหม่ : พี่หนูกราบละ ขอเถอะนะ // พร้อมก้มกราบจริงๆ
รุ่นพี่ B : เฮ้ย!! ...คิดว่ากราบกูแล้ว...จะรอดหรอวะ
หลังจากนั้นไอ้รุ่นพี่ B ก็ถีบเด็กใหม่ล้ม
แต่ความHeer มีหลังจากนี้ครับ ไอ้เด็กใหม่มันร้องว้ายแบบผู้หญิงขึ้นมาเท่านั้นละครับ นี่สอ่งที่เกิดขึ้น
รุ่นพี่ C : เฮ้ยร้องว้ายยทำไม หรือ มิงเป็นแต๋ววะ
รุ่นพี่ A : แต๋วหรอ... จิงป่าววะ // พร้อมกับเดินไปคร่อมเด็กใหม่ที่กำลังล้ม
เด็กใหม่ : พี่อย่าทำนู๋ นู๋กลัวแล้ว // ในตอนนี้เด็กใหม่ร้องไห้ออกมาแล้ว
รุ่นพี่ B : เอ็ยพอดีเลยวะ Gu ไม่ได้Yed ใครหมาลายเดือนละ ไอ้คนเก่าเษือกโดนย้ายไปโซน A มิงมาแก้ขัดก่อนละกัน
รุ่นพี่ A : Gu รู้ละจะทำไงกับพวกมิงดี พวกมิง 3 ตัว ดูGu Yed E เด็กนี่เสร็จ Gu ถึงจะปล่อยพวกมิงไปนอน
หลังจากนั้นก็มหกรรมหมู่ครับ ไอ้รุ่นพี่สามตัว ก็บังคับให้เด็กแต๋วทำทุกอย่าง คือทุกอย่างจริงๆ ตั้งแต่อม_วย กินฉี่ แล้วพวกมันก็ข่มขืนจนเด็กแต๋วสลบ ขนาดสลบแล้วมันก็กระทืบให้ตื่นอีก คืออุบาว์สุดๆ ขนาดเด็กแต๋วร้องไห้จนน้ำตาหมดมันก็ยังไม่หยุดเลย พวกผม 3 คนในใจก็สงสารนะ แต่กลัวมากกว่า ได้แต่ยืนหลบตาไม่กล้าดู แต่เหมือนพวกมันจะรู้
รุ่นพี่ A : พวกมิงใครไม่ดู Gu จะ Yed คนนั้นแทน
พวกผมเลยต้องฝืนทนดูพวกมันจนสาสมใจ สุดท้ายกว่ามันจะเสร็จกันก็เกือบเช้านะครับ สภาพผมสงสารเด็กแต๋วมาก คือมีทั้งเลือด ขี้ เหยี่ยวกองตรงนั้นไปหมด ส่วนเด็กแต๋วก็สลบหรือตายไม่รู้ พวกมันบังคับให้พวกผมมาทำความสะอาดสถานที่เกิดเหตุ เพื่อปกปิดร่องรอย พวกผมคนหนึ่งนี่ร้องไห้เลยครับ ซึ่งตอนั้นผมก็น้ำตามซึมครับ เพราะสงสารเด็กแต๋วคนนั้นมาก พวกผมไม่กล้าบอกใครเลย เพราะพวกมันขู่ไว้ว่า ถ้าใครเอาเรื่องนี้ไปฟ้องครูพี่เลี้ยง จะฆ่าพวกผมแล้วหมกไว้หลังป่า พวกผมกลัวมากเพราะพวกมันคนหนึ่งโชว์มีดโกน ขึ้นมาด้วย หลังจากนั้นทุกคืนพวกจะได้ยินเสียงเด็กแต๋วร้องไห้พร้อมกับเสียงครางของพวกรุ่นพี่ตลอด คาดว่าคงโดนทุกคืนพวกผมไม่กล้าทำอะไรเลย เพราะกลัวมันฆ่าตามที่มันขู่จริงๆ ผมพยายามเอาตัวรอดจากที่นั้นให้ได้ โดยพยายามไม่มีปัญหากับใคร ไม่สุงสิงกับใคร รุ่นพี่สั่งอะไรมายอมหมด
เพิ่มเติม - หลายคนอาจสงสัยทำไมไม่มีคนไปฟ้องครูพี่เลี้ยง นั้นเพราะว่า ครูพี่เลี้ยงมีหน้าที่หลักๆคือ มาสอนหนังสือ, แล้วมาสอดส่องบางเวลา กับลงโทษคนที่ทำผิดรัเบียบ ซึ่ง วันหนึ่งจะเห็นหน้าครูพี่เลี้ยงแค่ครั้งเดียวเอง ส่วนที่รถ่นพี่มันลงโทษ คืออันนั้นตามอารมณ์มันมันอยากกระทืบใคร Yed ใคร แล้วแต่อารมณ์มัน พวกผมเป็นได้แค่ที่รองรับอารมณ์มันเท่านั้น บางครั้งถ้าได้ไปบำเพ็ญประโยชน์นอกสถานที่ พวกรุ่นน้องบางคนจะถูกให้แอบซื้อบุหรี่บ้าง ไม่ก็ถูกบังคับให้ไปเอายา ในละแวกแถวนั้น ซึ่งพวกรุ่นพี่มันมีแหล่งของมันอยู่แล้ว แต่มันไม่ทำเองเพราะถ้าโดนจับได้ จะได้โยนความผิดได้ง่ายๆ และสมัยนั้นกฎหมายห้ามเด็กซื้อบุหรี่ยังไม่เข้มงวดมาก ตามร้านโชว์ห่วยก็ยังขายให้เด็กให้อยู่
ผมเคยโดนครั้งหนึ่งตอนนั้นผมเป็นเวร ล้างห้องนอน แต่ผมลืมว่าต้องทำความสะอาดที่นอนรุ่นพี่ก่อนเสมอ เพราะว่าน้ำที่ใช้ล้างจะไม่สกปรก ถ้าล้างอันสุดท้ายน้ำจะสกปรกมาก ที่เนี้ยผมลืมเพราะว่าวุ่นๆกับเก็บที่นอนอยู่ รุ่นพี่คนหนึ่งมาเห็น ผมเลยโดนรุ่นพี่อีก 3 คนลากไปกระทืบ
รุ่นพี่คนแรก - มิงจะหือ!! หรอวะ
ผม : ป่าวครับๆๆๆ
รุ่นพี่คนแรก - แล้วทำไมมิงไม่ล้างที่นอนพวกกูก่อนวะ
ผม : ผมลืมครับรุ่นพี่ เดียวผมจะไปเปลี่ยนน้ำล้างให้ใหม่
รุ่นพี่คนสอง ตบหัวผม 1ที แล้วพูดว่า - ไอ้โง่ ไปเปลี่ยนตอนนี้ครูพี่เลี้ยงก็เห็นสิวะ เดียวพวกGuก็โดน
อ่อ! นี่มิงจะแก้แค้นพวกกุใช่ไหมวะ
ผม : ไม่ครับผมไม่กล้าหรอกครับ ผมพูดจริงๆครับ
รุ่นพี่คนที่สาม หยิบมีดโกนออกมา - มิงเห็นนี่ไหม รู้ไหมว่าอะไร
ผม : รู้ครับๆๆๆ //ผมร้องไห้ออกมาแล้วตอนนี้
รุ่นพี่คนแรก : มิงไปทำยังไงก็ได้ให้ที่นอนพวกGuสะอาดและไม่เหม็น แล้วถ้ากูเห็นมิงทำอีกรอบ มิงตาย!!!
หลังจากนั้นพวกมันก็ซ้อมผม รู้ว่าเจ็บมาก แต่ก็พูดอะไรไม่ได้ พร้อมทั้ง เอามีดโกนมากรีดหน้า 1แผล เพื่อเตือนว่าอย่าทำอีก จนทุกวันนี้แผลเป็นนั้นก็ยังอยู่บนหน้าผมเลย แต่ไม่ใหญ่มาก ประมาณ 2 เซน
หลังจากผ่านไป 2 เดือน ถ้าทางเจ้าหน้าที่เห็นเราประพฤติดี ก็จะให้ญาติเข้ามาเยี่ยมได้เดือนละครั้ง ซึ่งประจวบเหมาะกับที่พ่อผมกลับมาจากต่างประเทศแล้ว ผมถึงได้รู้ว่าอยู่ข้างนอกนั้นมีอิสระและความสุขมากแค่ไหน เวลาพ่อผมถามเรื่องแผลต่างๆ ผมจะอ้างนู้นอ้างนี่ตลอด เพราะกลัวพ่อไปบอกครูพี่เลี้ยง แล้วครูไปเล่นพวกรุ่นพี่ ซึ่งแน่นอน พวกมันก็จะมาลงกับผมหนักกว่าเดิมอีก ทุกๆครั้งผมจะรอให้ถึงวันเยี่ยม ได้เจอหน้าพ่อ หน้าแม่ นั้นคือวันที่ผมมีความสุขที่สุดในขณะนั้น แต่พ่อผมท่านคงทราบว่าผมโดนรังแกแล้วไม่กล้าบอก เพราะหลายๆครั้งพ่อจะทำสีหน้า เป็นห่วงและบางครั้งผมเห็นพ่อน้ำตาซึม ผมติดอยู่บ้านเมตตาได้ 3 เดือนกว่าๆ พ่อผมก้ใช้เส้นสายให้ศาลรื้อคดีออกมา จนในที่สุดผมก็สามารถออกมาจาก นรกแห่งนั้นได้ นับแต่นั้นมาผมสัญญากับตัวเองว่าจะไม่ทำพลาดอีก และไม่ทำให้พ่อเสียใจจนต้องร้องไห้อีก
ปัจจุบันเท่าที่ผมทราบบ้านเมตตา นั้นไม่ได้เข้มงวดแบบแต่ก่อนแล้ว และมีครูพี่เลี้ยงมากกว่าเดิม ทำให้ระบบรุ่นพี่ไม่ได้ใช้อีก เหมือนบ้านเมตตาเป็นโรงแรมไปเลย เพราะทุกๆวัน จะมีคนเอาข้าว เอาน้ำ มาให้ตลอด ไม่เหมือนตอนผม ตอนจะกินข้าว ต้องต่อคิวกับเกือบชั่วโมงเพราะต้องกินรวม เพื่อไปตักข้าวมากินซึ่งใครมาช้าแน่นอนอดกิน ทำให้ทุกวันนี้เด็กที่เข้าบ้านแมตตาแล้วออกมาเหมือนไม่รู้สึกว่าติดคุกจริงๆ ทำให้ออกมาทำผิดซ้ำแล้วซ้ำอีก ผมมองว่าสถานที่นี้เมือก่อนมันสามารถทำให้คนเลวคนหนึ่งอย่างผมกลับตัวกลับใจได้ ก้ต้องมีคนอื่นคิดแบบผมเช่นกัน แม้ว่าระบบที่เอามาใช้มันจะเลวร้ายก็ตาม แต่มันสามารถทำให้เด็กรู้ว่าการมีชีวิตที่อิสระ นั้นมีความสุขแค่ไหน
ประเทศที่มีแหล่งน้ำมันดิบ ปริมาณมากที่สุดเป็นอันดับหนึ่งของโลก
จังหวัดเดียวในประเทศไทย ที่ทุกอำเภออยู่ติดฝั่งทะเลและชายแดน
อำเภอที่อยู่ไกลจากตัวจังหวัดที่สุด
ทำไมคุณไม่ควรใส่เกลือ เมื่อเริ่มเคี่ยวกระดูก?
หลังจากใช้ชีวิตอยู่ในถ้ำ นักธรณีวิทยาก็ได้ค้นพบสาขาชีววิทยาใหม่โดยไม่ตั้งใจ
เหอเจียจิ้ง อดีตซูเปอร์สตาร์วัย 66 ปี ทำแฟนคลับตกใจหลังเผยคลิปเข้ารับการรักษา จนหน้าเปลี่ยนสี ก่อนออกมาไลฟ์ชี้แจง
เมืองโบราณลึกลับในตำนาน ที่อยู่ในเขตพื้นที่ของประเทศกัมพูชา
ยกเลิกข้อความไม่ได้ไม่ใช่เครื่องพัง แต่เพราะ “หมดเวลา” ไขข้อสงสัย LINE ปี 2569 ที่คนใช้ไลน์ทุกคนควรรู้
ก้าวแรก!ส่งจรวดดาวเทียมฝีมือคนไทยสู่กระสวยอวกาศแต่พลาด
มหากาพย์ "ทวีปมู" อาณาจักรแม่ที่สาบสูญกับความลับใต้ผืนน้ำแปซิฟิก
จังหวัดเดียวในประเทศไทย ที่ทุกอำเภออยู่ติดฝั่งทะเลและชายแดน
5 ธุรกิจเสือนอนกิน ที่คุณก็เริ่มได้
"ใบเฟิร์น พัสกร" สวยไม่เกรงใจใคร..หลายคนจำแทบไม่ได้
ขยี้ตาซ้ำ! เปิดโพย 26 ชื่อ-นามสกุลไทยสุดพีค ไวรัลสะเทือนทะเบียนราษฎร์ที่มีอยู่จริง
บทพิสูจน์นักรบแห่งอเมซอน พิธีกรรมมดกระสุน ความเจ็บปวดที่โลกต้องจารึก
อำเภอไหนในอีสาน ที่พูดภาษากลางชัดเป๊ะที่สุด?