เรื่องย่อหนัง "อำแดงเหมือนกับนายริด"
วันหนึ่งฝนตกหนัก หลวงพี่ริดนั่งรอเรือข้ามฟากที่ท่าน้ำฝั่งหนึ่ง ปรากฏเหลือบไปเห็นคนพายเรือแล้วล่มตามแรงลมที่พัดกระหน่ำ หลวงพี่ริดรีบกระโดดลงไปว่ายน้ำเพื่อช่วยเหลือ แล้วพากลับขึ้นฝั่งท่าน้ำ ปรากฏว่าคนที่หลวงพี่ริดช่วยนั้นเป็นหญิงสาวชื่ออำแดงเหมือนอยู่ในสภาพเปลือยท่อนบน ทำให้หลวงพี่ริดตกใจสุดขีด
ที่วัดขนุน หลวงพี่ริดต้องการสึกแต่สมภารวัด คัดค้านและแย้งว่าเป็นเรื่องเหตุสุดวิสัย ไม่ถือต้องอาบัติปาราชิก ทำให้หลวงพี่ริดครองผ้าเหลืองต่อไป อย่างไรก็ตามหลวงพี่ริดไม่เป็นอันทำกิจของสงฆ์ คิดเหม่อลอยแก่หญิงสาวที่ตนได้ช่วยเหลือในสภาพเปลือยท่อนบน ขณะเดียวกันกับอำแดงเหมือนก็นั่งเหม่อลอยคิดถึงหลวงพี่ริดที่ได้ช่วยเหลือตนรอดพ้นจากจมน้ำตาย
อำแดงเหมือนรู้ว่าหลวงพี่ริดสอนหนังสือให้กับสามเณรในวัดจึงหาวิธีเรียนหนังสือโดยขออนุญาตจากคุณย่าและสมภารวัดสมภารวัดไม่อนุญาตให้อำแดงเหมือนเรียนหนังสือเพราะไม่เคยปรากฏมาแต่ก่อนว่าผู้หญิงเรียนหนังสือ การเรียนหนังสือเป็นสิทธิเฉพาะผู้ชายเท่านั้น อำแดงเหมือนไม่ย่อท้อและเซ้าซี้ตื้อขอสมภารวัดทุกวัน แม้ในวันฝนตกก็นั่งยองๆตากฝนที่ลานวัด จนสมภารวัดต้องใจอ่อนยอมให้เรียนเพราะเกรงอำแดงเหมือนจะเป็นไข้ไม่สบาย สมภารจะติดบาปไปด้วยแต่อำแดงเหมือนต้องมีเพื่อนมาอยู่ข้างๆคนหนึ่ง ไม่อนุญาตให้เรียนหนังสือสองต่อสองกับหลวงพี่ริด อำแดงเหมือนดีใจจึงเลือกคุณย่ามาเป็นเพื่อน
ส่วนสมภารต้องมาสอนหนังสือแก่สามเณรแทนหลวงพี่ริด ฝ่ายพ่อแม่อำแดงเหมือนคือนายเกตกับอำแดงนุ่น ไม่ต้องการให้ลูกสาวเรียนหนังสือเพราะทนเป็นขี้ปากชาวบ้านเอาไปนินทาไม่ไหว สมภารจึงบอกกล่าวใหอำแดงเหมือนได้รับทราบทำให้อำแดงเหมือนต้องเรียนหนังสือด้วยตัวเองในเรือนพร้อมกับดูแลคุณย่าที่ไม่สบายไปในตัว
วันหนึ่งมีงานทอดกฐินภายในวัดโดยนายภูเป็นเจ้าภาพและเกิดชอบพอกับอำแดงเหมือนที่ไปร่วมงานนั้น จึงดำเนินการไปสู่ขออำแดงเหมือนกับฝ่ายพ่อแม่ พ่อแม่อำแดงเหมือนไม่ติดขัดใจเพราะทราบว่านายภูเป็นผู้กว้างขวางและมีอิทธิพลในท้องถิ่นแต่อำแดงเหมือนไม่ยินยอมและคุณย่าซึ่งถือเป็นหัวหน้าครอบครัวก็เห็นดีไปกับอำแดงเหมือน ทำให้ฝ่ายพ่อแม่ต้องพักเรื่องนี้ไว้ก่อน
อำแดงเหมือนไม่สบายใจจึงไปที่วัดเพื่อบอกความในใจแก่หลวงพี่ริด หลวงพี่ริดมิอาจทำอะไรได้เพราะเป็นเรื่องของทางโลก ต่อมาอำแดงเหมือนทราบจากคุณย่าว่าหลวงพี่ริดต้องบวชเป็นพระตลอดชีวิต มิเช่นนั้นหากสึกออกมาต้องชะตาขาด(ตามความเชื่อสมัยโบราณ) ต่อมาคุณย่าสิ้นบุญเสียชีวิต นายเกตได้ทีจึงฉุดเอาอำแดงเหมือนลูกสาวไปให้กับนายภูถึงเรือนแต่อำแดงเหมือนหนีรอดออกมาได้ แล้วไปที่วัดในยามค่ำคืนเพื่อขอให้หลวงพี่ริดช่วยเหลือ หลวงพี่ริดได้แต่สำรวมด้วยอุทิศให้กับพระพุทธศาสนาแล้ว พอดีพ่อแม่กับพวกนายภูตามมาพบ จึงจับตัวอำแดงเหมือนไปที่เรือนนายภูอีกครั้ง
คืนหนึ่งเกิดไฟไหม้เรือนหลังหนึ่งของนายภู อำแดงเหมือนฉวยโอกาสขณะที่ผู้คนกำลังระดมช่วยกันดับไฟ กระโดดลงคลองว่ายน้ำหนี พวกนายภูว่ายตามหาแต่ไม่พบจึงเกิดลือกันว่าอำแดงเหมือนจมน้ำตาย ทั้งหมดจึงเลิกติดตามหาอำแดงเหมือนตั้งแต่บัดนั้นหลวงพี่ริดทราบข่าวก็เกิดความสลดใจที่ตัวเองมีส่วนทำให้อำแดงเหมือนต้องมาตายปัจจุบันทันด่วน ไม่สามารถครองผ้าเหลืองได้อีกต่อไป สมภารแย้งว่าสึกไม่ได้มิเช่นนั้นจะต้องตายเมื่อพ้นจากทางธรรม หลวงพี่ริดจึงว่าไม่กลัวความตายแล้ว สมภารจึงจำยอมให้สึก นายริดเดินทางกลับบ้านปรากฏว่าเห็นอำแดงเหมือนกำลังหุงข้าวในเรือนอำแดงเหมือนจึงเล่าให้ฟังเมื่อหนีออกมาได้ก็มุ่งหน้ามาที่เรือนนี้ใกล้วัดท้ายน้ำ ปากเกร็ด ตามคำบอกเล่าของนายริดคราวที่เรียนหนังสือในวัด พ่อแม่นายริดมีความเมตตาอนุญาตให้อาศัยอยู่โดยทำงานในเรือนเป็นการตอบแทน จากนั้นทั้งคู่มีใจรักต่อกัน กินอยู่ด้วยกันในเรือนอย่างมีความสุข
ความทราบไปถึงนายเกต อำแดงนุ่นและนายภู นายภูจึงฟ้องร้องต่อศาลเมืองนนทบุรี มีพระนนทบุรีเป็นผู้พิพากษากล่าวหาว่านายริดแย่งเอาอำแดงเหมือนซึ่งเป็นภรรยาของตนไป ศาลเมืองนนทบุรีรับคำฟ้องคดีความจึงเริ่มขึ้น อำแดงเหมือนปฏิเสธยังมิได้ตกเป็นเมียให้แก่นายภูเพราะมิได้อยู่ในห้องสองต่อสองกับนายภู ตนหลับนอนอยู่ชานเรือนทุกคืนมีบรรดาบ่าวไพร่เห็นเป็นประจักษ์พยานเป็นจำนวนมาก นายภูอ้างว่าได้สู่ขอฝ่ายพ่อแม่อำแดงเหมือนอย่างถูกต้องตามประเพณี ฝ่ายพ่อแม่มีใจยินดียกลูกสาวให้ตน ในที่สุดพระนนทบุรีตัดสินความให้นายภูชนะคดีเพราะตามกฎหมายผู้หญิงไม่มีสิทธิเรียกร้อง สิทธิ์ขาดตกอยู่กับฝ่ายพ่อแม่หรือผู้ชายเท่านั้น อำแดงเหมือนคัดค้านและเกิดการโต้เถียงรุนแรงกับพระนนทบุรีพระนนทบุรีโกธรจัดสั่งจองจำอำแดงเหมือนไว้ก่อน
คืนหนึ่งฝนตกหนักนายริดแอบเข้าไปในคุกเพื่อช่วยอำแดงเหมือนหลบหนีทั้งคู่หนีไปไกลข้ามวันข้ามคืนก็พบกับขบวนแห่เรือพหุหยาตราชลมารค อำแดงเหมือนจึงตัดสินใจไปถวายฎีกาพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ณ พระที่นั่งสุทไธศวรรย์ ปีพ.ศ. 2408 พระองค์ทรงอ่านคำร้องและชำระความจนถึงที่สุดแล้ว ปรากฏว่าทรงตัดสินให้อำแดงเหมือนพ้นผิดให้ไปอยู่กับนายริดตามความสมัครใจได้ต่อมาทรงประกาศยกเลิกกฎหมายเก่าที่ให้สิทธิฝ่ายชายสามารถขายหรือยกบุตรีหรือภรรยาให้แก่ผู้อื่น





















