หน้าแรก ตรวจหวย เว็บบอร์ด ควิซ Pic Post แชร์ลิ้ง หาเพื่อน Chat หาเพื่อน Line Page อัลบั้ม คำคม Glitter เกมถอดรหัสภาพ คำนวณ การเงิน ราคาทองคำ กินอะไรดี
ข้อตกลงการใช้บริการนโยบายความเป็นส่วนตัวนโยบายเนื้อหานโยบายการสร้างรายได้About Usติดต่อเว็บไซต์แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม
เว็บบอร์ด บอร์ดต่างๆค้นหาตั้งกระทู้

ปวดท้อง - เสียดท้อง ระวังไส้ติ่งอักเสบ


โพสท์โดย

ไส้ติ่ง หรือ Appendix นี้มีรูปร่างเหมือนตัวหนอน ห้อยออกมาจากส่วนของลำไส้ใหญ่ที่เรียกว่า Cecum ไม่มีประโยชน์อะไรต่อการย่อยอาหาร แต่นานๆ ทีมันก็เกิดอักเสบขึ้นมา

โรคไส้ติ่งอักเสบหรือไส้ตันนี้ ทุกคนควรรู้จักอาการเอาไว้ เพราะอาจเกิดขึ้นได้กะทันหัน โรคนี้เริ่มต้นด้วยอาการปวดท้อง ตอนแรกปวดตรงกลางสะดือ ไม่กี่ชั่วโมงต่อมา จุดปวดนี้ค่อยๆย้ายมาอยู่ที่ท้องน้อยด้านขวา ถ้าเราเอามือกดตรงส่วนนี้ของหน้าท้อง จะยิ่งรู้สึกเจ็บมากขึ้นจนแทบทนไม่ได้ ผู้เป็นมักจะมีไข้ขึ้นและอาเจียนติดๆกัน บางคนหยุดถ่าย แต่บางคนก็ท้องเดิน ถ้ามีอาการเช่นนี้ต้องรีบไปโรงพยาบาล ให้แพทย์เขาตรวจดูทันที เพราะถ้าไส้ติ่งอักเสบจริง จะต้องทำการผ่าตัดก่อนที่ไส้ติ่งจะทะลุแตกในท้อง และเป็นอันตรายต่อชีวิต

การผ่าไส้ติ่งนี้ ไม่ใช่เรื่องยากหรืออันตราย เมื่อแพทย์เขาตัดตัวไส้ติ่งที่อักเสบนั้นทิ้งไป อาการปวดท้องและอาเจียนก็จะหยุดลง หลังจากนั้นประมาณ 2 อาทิตย์ สุขภาพของท่านก็จะดีตามเดิม

ลักษณะทั่วไป
ไส้ติ่งอักเสบ เป็นโรคที่พบได้บ่อยที่สุดในผู้ป่วยที่มีอาการปวดท้องรุนแรงที่ต้องผ่าตัด หากพบมีอาการเจ็บปวดตรงท้องน้อยข้างขวา ควรนึกถึงโรคนี้ไว้ก่อนเสมอ เป็นโรคที่พบได้บ่อยในคนทุกวัย

สาเหตุ
เกิดจากกรอุดตันของไส้ติ่ง เช่น มีเศษอุจจาระตกลงไปในไส้ติ่ง ทำให้มีเชื่อแบคทีเรียเข้าไปทำให้เกิดการอักเสบ

อาการ
มักมีอาการปวดท้องมาก เริ่มแรกอาจปวดเป็นพักๆ รอบสะดือคล้ายโรคกระเพาะ หรือท้องเดิน อาจจะเข้าส้วมบ่อย แต่ถ่ายไม่ออก บางคนอาจสวนด้วยยาถ่าย แต่บางคนก็อาจมีอาการท้องเดินร่วมด้วย อาการปวดถึงแม้จะกินยาแก้ปวดอะไรก็ไม่หาย ต่อมาอีก 3-4 ชั่วโมง อาการปวดจะย้ายมาที่ท้องน้อยข้างขวา ลักษณะปวดเสียดตลอดเวลา ต้องนอนนิ่งๆ เคลื่อนไหวตัวจะทำให้ปวดมาก ผู้ป่วยจะมีอาการคลื่นไส้ อาเจียนและมีไข้ต่ำๆ บางคนถ้าเป็นมากต้องนอนงอขาตะแคงไปข้างหนึ่ง หรือเวลาเดินต้องเดินตัวงอจึงจะรู้สึกสบายขึ้น อาการจะเป็นอยู่นับชั่วโมงถึงหลายวัน บางคนอาจมีอาการปวดท้องน้อยด้านขวา โดยไม่มีอาการอื่นนำมาก่อนเลยก็ได้ ในเด็กประวัติอาการอาจไม่แน่นอน

สิ่งที่ตรวจพบ
ไข้ต่ำๆ (37.5 - 38 ํซ. มักไม่เกิน 38.5 ํซ.) บางคนอาจไม่มีไข้ ลิ้นเป็นฝ้าหนา กดเจ็บตรงท้องน้อยข้างขวา โดยเฉพาะตรงจุดไส้ติ่ง หรือจุดแม็กเบอร์เนย์ ถ้าใช้มือค่อยๆ กดตรงนั้นบริเวณลึกๆ แล้วปล่อยมือทันทีให้ผนังหน้าท้องกระเด้งกลับ ผู้ป่วยจะรู้สึกเจ็บมาก เรียกว่า อาการกดปล่อยแล้วเจ็บ (Rebound Tenderness) ถ้าไส้ติ่งแตก จะมีอาการปวดเจ็บทั่วบริเวณท้องน้อย ท้องแข็ง อาจคลำได้ก้อน และไข้สูง

ข้อแนะนำ
1. คนที่มีอาการปวดเหนือสะดือคล้ายโรคกระเพาะ ถ้ากินยาแล้วไม่ดีขึ้น อาจเป็นไส้ติ่งอักเสบระยะแรกได้
2. คนที่มีไข้สูงนำมาก่อนหลายวันแล้วค่อยปวดท้องคล้ายไส้ติ่งอักเสบ อาจเป็นอาการของไข้ไทฟอยด์ได้
3. อาการของไส้ติ่งอักเสบ อาจไม่มีไข้ หรืออาการอย่างอื่นนำมาก่อนก็ได้
4. ในผู้หญิง ถ้ามีอาการปวดท้องน้อยข้างขวา และมีไข้สูงหนาวสั่นตั้งแต่ระยะเริ่มแรก อาจเป็นปีกมดลูกอักเสบ

รายละเอียด
ถ้ามีอาการปวดและกดเจ็บตรงท้องน้อยข้างขวา ควรนึกถึงโรคไส้ติ่งอักเสบไว้เสมอ

- ปวดท้องทั่วไปต่างจากโรคอื่นๆ มักปวดเป็นพักๆ
- ถ้าเป็นจากโรคแผลในกระเพาะ มักปวดใต้ลิ้นปี่ สัมพันธ์กับอาหาร โดยจะท้องอืด เหมือนอาหารไม่ย่อย หรือปวดจุกเสียดก็ได้ มักเป็นหลังอาหาร (คือทานอาหารแล้วแย่ลง) แต่ถ้าเป็นแผลในลำไส้เล็กส่วนต้น อาจเป็นที่ใต้ลิ้นปี่หรือชายโครงขวา มักปวดจุกเสียดก่อนอาหาร พอทานอาหารแล้วจะดีขึ้น
- อาการปวดจากถุงน้ำดี มักเป็นที่ชายโครงขวา อาจมีร้าวไปบริเวณมุมล่างของสะบักขวา หรือบริเวณระหว่างสะบัก จะมีลักษณะที่สำคัญ คือ จะมีอาการแน่นหรืออืดหลังทานอาหารมันๆ (Fat Intolerance) หรือมีปวดท้องหลังอาหารเย็นเป็นพักๆที่ชายโครงขวา (Biliary Colic)
- ปวดจากนิ่วในท่อไต อาการปวดจะเป็นพักๆ มากบริเวณเอวด้านหลัง อาจร้าวมาขาหนีบ หรือบริเวณอัณฑะ ร่วมกับมีปัสสาวะเป็นเลือด หรือเป็นสีน้ำล้างเนื้อ
- ปวดจากปีกมดลูกหรือรังไข่ จะปวดบริเวณท้องน้อย ไม่สัมพันธ์กับอาหาร มักมีเลือดหรือตกขาวผิดปกติทางช่องคลอดร่วมด้วย

จะสังเกตว่าอาการปวดท้อง ในระยะแรกไม่ว่าจะเป็นไส้ติ่งหรือโรคอื่นๆก็ตาม จะแยกกันยาก ต้องใช้การสังเกตอาการ ดังนั้น ในกรณีที่เริ่มปวดท้องที่ยังไม่ทราบว่าเป็นอะไร อย่าเพิ่งกินยาแก้ปวด คววรไปพบแพย์ เพื่อทำการตรวจวินิจฉัยก่อน เพราะการกินยาแก้ปวด จะทำให้แพทย์วินิจฉัยแยกโรคลำบาก เนื่องจากยาจะบดบังอาการปวด

วินิจฉัย
นอกจากอาการของผู้ป่วย และการตรวจร่างกายของแพทย์แล้ว ต้องเจาะเลือดดู CBC เพื่อตรวจนับดูจำนวนเม็ดเลือดขาวมากกว่าปกติหรือไม่ ตรวจปัสสาวะเพื่อแยกโรคนิ่วและการติดเชื้อทางเดินปัสสาวะ ควรทำการตรวจอัลตราซาวน์ หรือทำ CT Scan ช่องท้องเพื่อความแม่นยำในการวินิจฉัย

การรักษา
ไม่ว่าจะแตกหรือไม่ ก็จะต้องทำการผ่าตัดก่อนที่ไส้ติ่งจะทะลุแตกในท้องและเป็นอันตรายต่อชีวิตได้ การผ่าไส้ติ่งนี้ ไม่ใช่เรื่องยากหรืออันตราย เมื่อแพทย์เขาตัดตัวไส้ติ่งที่อักเสบนั้นทิ้งไป อาการปวดท้องและอาเจียนก็จะหยุดลง หลังจากนั้นประมาณ 2 อาทิตย์ สุขภาพของท่านก็จะดีตามเดิม

⚠ แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม 
maneejaidee's profile
มีผู้เข้าชมแล้ว 36,251 ครั้ง
โพสท์โดย maneejaidee
เป็นกำลังใจให้เจ้าของกระทู้โดยการ VOTE และ SHARE
12 VOTES (4/5 จาก 3 คน)
Hot Topic ที่น่าสนใจอื่นๆ
จังหวัดนี้มีรถไฟผ่าน แต่กลับไม่ค่อยมีคนรู้จักAI วิเคราะห์เลขท้าย 3 ตัวรางวัลที่ 1 งวดวันที่ 1 มิถุนายน 2569อาชีพไหนในไทยที่ผ่อนบ้านและรถมากที่สุดเสาธงชาติไทยและผืนธงชาติไทยที่ใหญ่และสูงที่สุดในประเทศไทยคอนโดหมูหรือฟาร์มเลี้ยงหมูที่สูงที่สุดในโลก“ตำนานกลางลาดพร้าว! โรงเรียนปานะพันธุ์วิทยา จากอาคารเรียนสุดล้ำ สู่ห้างใหญ่ในความทรงจำ”7 ขนมไทยโบราณ ที่เด็กรุ่นใหม่แทบไม่เคยเห็น แทบไม่เคยได้ยินชื่อ5 โรงเรียนหญิงล้วนที่มีชื่อเสียงมากที่สุดในไทย สถาบันสร้างกุลสตรีและผู้นำระดับประเทศรายได้ข้าราชการทหารของไทยวิชาเรียนที่คะแนนเฉลี่ยตกกันทั้งห้องบ่อยที่สุด”แนวทาง... "ม้าวิ่ง" ...วันที่ 1 มิถุนายน 2569"Caño Cristales" มหัศจรรย์แม่น้ำ 5 สีที่สวยที่สุดในโลก
Hot Topic ที่มีผู้ตอบล่าสุด
“จังหวัดที่มีชื่อยาวและอ่านยากที่สุดในไทย”ฟักทองดีต่อสุขภาพ แต่กินคู่กับบางอย่างอาจไม่ดีอย่างที่คิดเรื่องน่ารู้เกี่ยวกับฮอร์โมนเพศชาย เทสโทสเตอโรน (Testosterone)กลุ่มคนทำงานไหนที่นิยมกู้เงินมากที่สุดในประเทศไทยรูเล็กบนฝาแก้วกาแฟมีไว้ทำอะไร ทำไมไม่ควรปิดตอนจิบกินเห็ดดีจริงไหม ประโยชน์ที่หลายคนรู้ แต่ข้อควรระวังสำคัญกว่าที่คิด
ตั้งกระทู้ใหม่