ความรักของนโปเลียนกับโจเซฟีน
(หมายเหตุ : ความจริงต้องใช้คำราชาศัพท์เพราะทั้งสองพระองค์เป็นจักรพรรดิและจักรพรรดินีแต่เพื่อให้อ่านง่ายจึงขออนุญาตใช้คำปกติอธิบายแทน)
ถึงชีวิตนโปเลียนจะมีแต่สงคราม แต่เรื่องราวความรักนับว่ามีก็มีรสชาติ น่าติดตามอยู่ไม่น้อย
โจเซฟีน เดอ โบอาร์แน (Joséphine de Beauharnais) คือหญิงสาวที่นโปเลียนรักมากที่สุด เธอแต่งงานตั้งแต่วัยเยาว์เพราะบิดาต้องการเงินมาจุนเจือครอบครัว แต่สามีถูกประหารชีวิตในการปฏิวัติฝรั่งเศส
หลังจากนั้นก็กลายเป็นภรรยาน้อยของผู้นำปฏิวัติฝรั่งเศส แต่เขาก็เบื่อและคิดจะเอาเพื่อนรักของเธอทำเมียน้อยแทน
นโปเลียนพบรักกับโจเซฟีนครั้งแรกเมื่อตอนที่โจเซฟีนส่งลูกชายซึ่งมีอายุเพียง 12 ปี เข้าเพื่อขอให้นโปเลียนคืนดาบของบิดาตนที่ตายลงในขณะเกิดกบฎ
โจเซฟีนเกิดที่เกาะมาตินีคเป็นเชื้อสายผู้ดี แม้จะไม่ค่อยสวย แต่ก็มีกิริยามารยาทสง่างาม มีเสน่ห์ เธอมีนิสัยเจ้าชู้และเป็นหญิงที่ชอบทำอะไรเอาใจตนเอง
หลังจากเหตุการณ์การขอคืนดาบ นโปเลียนไปเยี่ยมบ้านของเธอที่ตั้งอยู่นอกเมืองปารีสเสมอ ๆ จนกระทั่งนโปเลียนตกหลุมรักชนิดถอนตัวไม่ขึ้น
อีก 3 เดือนต่อมาทั้งคู่ได้ประกาศหมั้นและแต่งงาน ในตอนนั้นเขาเต็มใจที่จะยอมรับลูกทั้งสองของเธอมาเลี้ยงเธอจึงแต่งงานกับเขาในเดือนมีนาคม ค.ศ. 1796 ของขวัญวันแต่งงานที่เธอได้จากนโปเลียนคือ เหรียญทองที่สลักคำไว้ว่า "แด่ชะตากรรม"
ภายหลังการแต่งงาน นโปเลียนออกเดินทางเพื่อทำสงครามครั้งใหม่ในอิตาลี ด้วยความเก่งกล้าสามารถอันยอดเยี่ยมจนเป็นที่เลื่องลือกันอย่างใหญ่โตในยุโรป
แต่สิ่งที่น่าพิศวงคือ นโปเลียนเขียนจดหมายถึงโจเซฟีนทุกวัน และเป็นจดหมายที่วิเศษด้วย ข้อความคมคาย เร่าร้อน ทำให้อารมณ์อ่อนไหว
"โจเซฟีนที่รัก เธอทำให้ฉันซาบซ่านอยู่ด้วยความรักจนกระทั่งฉันกลายเป็น คนที่ไม่มีเหตุผล ฉันกินไม่ได้ นอนไม่หลับ ไม่เอาใจใส่เพื่อนฝูง ฉันไม่ใส่ใจ ต่อเกียรติศักดิ์ ฉันถือว่าชัยชนะเป็นสิ่งมีค่าเพราะทำให้เธอพึงพอใจ ถ้าไม่ใช่เพราะเหตุนี้ ฉันจะทิ้งกองทหารของฉันและรีบกลับกรุงปารีสเพื่อโผคุกเข่า ณ แทบเท้าของเธอ เธอทำให้ฉันซาบซ่านด้วยความรักปราศจากขอบเขต เธอได้เข้ามาอยู่ในหัวใจฉันด้วยความมึนเมาอย่างไร้สติ ไม่เคยเลยแม้แต่สักชั่วโมงเดียวที่ฉันมิได้มองดูภาพเขียนของเธอ และไม่เคยเลยแม้แต่สักชั่วโมงเดียวที่ฉันมิได้หลั่งจูบลงที่ภาพนี้"
นั่นคือข้อความของหนึ่งในจดหมายที่นโปเลียนเขียนถึงโจเซฟีนทุกวัน
สาวใดได้รับจดหมายรักที่มีถ้อยคำหวานล้ำขนาดนี้คงรักผู้ที่เขียนจดหมายอย่างถวายชีวิต โดยเฉพาะผู้เขียนคือนโปเลียนผู้กำลังโด่งดัง
แต่เปล่าโจเซฟีนกลับไม่สนใจอะไรนัก กลับไปทำเจ้าชู้กับผู้ชายอีกคนหนึ่ง และเธอไม่ได้ตอบจดหมายของนโปเลียนเลย นั่นทำให้นโปเลียนแทบคุ้มคลั่ง
โดยเฉพาะนายทหารหนุ่มที่ชื่อ อีปอลิต ชาร์ล ซึ่งอายุน้อยกว่าถึง 10 ปี เธอลุ่มหลงเขามากเมื่อหมดทางเลี่ยงเธอจึงต้องจำใจไปมิลานโดยไม่ลืมที่จะเอาอีปอลิตของเธอไปด้วย
จนในที่สุดนโปเลียนก็รู้เรื่องนี้ ในตอนแรกนโปเลียนเองก็ไม่เชื่อ แต่เมื่อกลับมาที่บ้านในมิลานก็พบว่าเธอเดินทางไปเจนัวพร้อมกับอีปอลิต
เมื่อโจเซฟีนกลับมาจากเจนัวก็ปฏิเสธ แต่นโปเลียนไม่เชื่อและอาละวาด หลังจากนั้นเธอก็เริ่มตระหนักว่านโปเลียนรักเธอมากเพียงใด และชีวิตของเธอจะเป็นอย่างไรถ้าขาดเขา จากนั้นเองเธอจึงเริ่มมีใจให้กับนโปเลียน
ตั้งแต่วันนั้นเธอก็ไม่ได้ก่อเรื่องอื้อฉาวขึ้นมาอีกเลย แต่นโปเลียนเริ่มไม่วางใจในตัวเธออีกต่อไป เขามอบความเย็นชาให้กับเธอ และไม่นานนโปเลียนก็หันไปหาผู้หญิงอื่นที่พร้อมจะเป็นคุณนายโบนาปาร์ตกันทั้งสิ้น
เธอมอบความรักให้มากขึ้นเท่าที่เขาจะทวีความเย็นชาต่อเธอ เมื่อนโปเลียนได้ตำแหน่งกงสุลใหญ่ อีกสี่ปีต่อมาเขาก็ปราบดาภิเษกขึ้นเป็นสมเด็จพระจักรพรรดิแห่งฝรั่งเศส และสวมมงกุฎพระจักรพรรดินีให้
หลังจากสงคราม ถึงแม้ว่าน้องสาวของนโปเลียนจะไม่ถูกกับโจเซฟีนจนเรียกโจเซฟีนว่า "อีแก่" และยุนโปเลียนให้หย่ากับ "เมียแก่อ้วนตุตะ" แล้วไปหาเมียสาวๆกว่านั้น แต่คำยุไม่สามารถทำลายความรักของนโปเลียนที่มีต่อโจเซฟีนได้
แต่ด้วยเพราะโจเซฟีนไม่สามารถกำเนิดลูกให้แก่นโปเลียน นโปเลียนจึงตกลงใจที่หย่าร้างกับเธอ การหย่าจากโจเซฟีนทำให้หัวใจเขาเจ็บปวดแทบจะแตกสลาย
ขณะที่เขาเซ็นหนังสือหย่าเขาถึงกับร้องไห้ นั่งจมอยู่ในพระราชวัง เซื่องซึม และปฏิเสธที่จะพบใคร ๆ
หลังจากนั้นโจเซฟีนก็ย้ายไปอยู่ที่คฤหาสน์มาลเมซอง เพื่อเปิดทางให้พระจักรพรรดินีพระองค์ใหม่ ซึ่งต่อมาพระนางก็ให้กำเนิดพระโอรสคือสมเด็จพระจักรพรรดินโปเลียนที่ 2 แห่งฝรั่งเศส นั่นเอง
โจเซฟีนใช้เวลาให้ผ่านไปกับการทำสวนดอกไม้ ซึ่งโดยเฉพาะกุหลาบที่ชอบมากที่สุด จนสวนดอกไม้ของเธอเป็นสวนที่สวยที่สุดในปารีส นโปเลียนจะมาเยี่ยมและสนทนารวมทั้งปรึกษาเรื่องต่าง ๆ เสมอ
ถึงแม้หลังการหย่า นโปเลียนจะไปแต่งงานกับเจ้าหญิงมารีหลุยส์แห่งออสเตรีย แต่ชีวิตการสมรสเต็มไปด้วยความเกลียดชังจากเจ้าหญิง และเมื่อเขาเริ่มแพ้สงคราม เจ้าหญิงก็ทิ้งเขาไป
ในขณะที่โจเซฟีนอายุ 51 ปี เธอก็เสียชีวิต (คาดว่าน่าจะเป็นปอดบวม) ขณะกำลังเดินเล่นในสวนที่หนาวเย็นในเสื้อผ้าที่บางเบา
เมื่อนโปเลียนทราบข่าวถึงกับขังตัวเองไว้ในห้องถึง 3 วัน เมื่อนโปเลียนหลบหนีออกจากเกาะเอลบามาได้เขาก็เดินทางไปยังคฤหาสน์มาลเมซอง
ในสมัยที่โจเซฟีนยังมีชีวิตอยู่เธอชอบกลิ่นของดอกไวโอเลตมาก เธอจะพรมตัวด้วยกลิ่นของดอกไวโอเลตอยู่เป็นประจำ
เมื่อนโปเลียนไปที่คฤหาสน์ก็นำดอกไวโอเลตไปใส่ล็อกเกต และเก็บล็อกเกตนี้ไว้จนกระทั่งวาระสุดท้ายของชีวิตเขา
คำพูดสุดท้ายของเขาคือ "...ฝรั่งเศส...กองทัพ...แม่ทัพ...โจเซฟีน..." นั่นเป็นหลักฐานว่านโปเลียนรักโจเซฟีนมาก เพียงแต่ไม่มีเวลาที่จะอยู่ร่วมกันเท่านั้น
Credit : th.wikipedia.org / Little Bow-wow บน dek-d.com
Painting by Jacques-Louis David
นโปเลียนทำพิธีปราบดาภิเษกให้โจเซฟีนเป็นจักรพรรดินี
By : Popiiyozee เรียบเรียง เพจ ความรู้รอบตัว
เมืองไร้สายไฟแห่งแรกของไทย ทำไมที่อื่นยังทำไม่ได้
เปิดผลวิเคราะห์ AI หวยงวด 1 เมษายน 2569 รวมเลขเด่น 10 ชุด
เปิดชื่อ 9 ประเทศ “น้ำดื่มถูกที่สุดในโลก”
ประเทศใด นำเข้ามาม่าไทย มากที่สุดในโลก
โรงเรียนที่สอบติดคณะแพทยศาสตร์ม.ขอนแก่นมากที่สุด
ทองคำไม่เหมือนเดิมอีกต่อไปแล้ว
10 จังหวัดที่ มีอากาศดีที่สุดในไทย อยู่สบายทั้งปี
อำเภอที่มีชื่อเหมือนชื่อจังหวัด เพียงหนึ่งเดียวเท่านั้นในประเทศไทย
สัมผัสเสน่ห์ "แมวโคราช" แมวมงคลไทยแท้ ที่ทั่วโลกต่างหลงรัก
ปลาน้ำจืดที่มีมูลค่าสูงในปัจจุบัน
“ปลาน้ำเงิน” ดาวรุ่งตัวใหม่ เพาะพันธุ์สำเร็จ เตรียมดันสู่สัตว์น้ำเศรษฐกิจ
สินค้าที่ประเทศไทยส่งออกให้กัมพูชามากที่สุด
อำเภอที่มีชื่อเหมือนชื่อจังหวัด เพียงหนึ่งเดียวเท่านั้นในประเทศไทย
วิกฤตฝุ่นควัน เมื่อเมืองไทยกลายเป็น "แชมป์โลก" ด้านมลพิษ
อันดับโลกเริ่มสั่น! เปิดประเทศนำเข้าอาหารทะเลไทยมากสุด
เงิน 1 ล้าน ใช้ได้กี่ปีในไทย
เปิดผลวิเคราะห์ AI หวยงวด 1 เมษายน 2569 รวมเลขเด่น 10 ชุด
ดอกบัวในมิติสัญญะวิทยา จาก "ความศักดิ์สิทธิ์" สู่ "ความสุนทรีย์แบบร่วมสมัย"