ฉางเอ๋อโฉมงามเจ้าจันทราเทพธิดาแห่งดวงจันทร์ : ตำนานพระจันทร์คู่โลก
เป็นเรื่องแปลกประหลาดที่สิ่งไม่มีชีวิต เช่น แผ่นดินมีแม่พระธรณีดูแลรักษาอยู่ แม่น้ำก็มีพระแม่คงคา ดูแลรักษา รถยนต์หรือเรือหรือเครื่องบินก็มีแม่ย่านางอยู่เช่นกัน เป็นต้น พระจันทร์หรือดวงจันทร์ก็มี เทพธิดาหรือนางฟ้าดูแลและรักษาอยู่เหมือนกัน
ในยุคแรกๆของมนุษย์ที่เกิดบนโลกมนุษย์นั้น ได้มีเทพบุตรและเทพธิดาที่รักใคร่กันมาก ซึ่งได้ดูแล
รับใช้ และปรนนิบัติซึ่งกันและกันอย่างมีความสุขบนสรวงสวรรค์ แต่เมื่อได้รับการขอร้องจาก “เง็กเซียนฮ่องเต้”ผู้เป็นใหญ่ในสรวงสวรรค์ ได้ไปขอเชิญให้ลงมาเกิดบนโลกมนุษย์เพื่อช่วยเหลือชาวโลกมนุษย์ และบำเพ็ญบุญบารมีของพระโพธิสัตว์ในการจะได้ตรัสรู้อนุตรสัมมาสัมโพธิญาณในการจะได้ตรัสรู้เป็น องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า โดยเทวีหรือนางฟ้าท่านหนึ่งที่เป็นภรรยาบนสรวงสวรรค์ก็อาสาลงมา เป็นภรรยาคู่ชีวิตบนโลกมนุษย์ด้วย ถึงแม้จะต้องลำบากและทุกข์ทรมานเพียงใดก็ตาม
โดยเทพบุตรนั้นได้มาเกิดเป็นเด็กชายในครอบครัวของชาวนาในแถบเมืองจีน(ประเทศจีนใน
ปัจจุบัน) มีชื่อว่า “โฮ่วอี้” เขาเป็นเด็กที่ดี มีปัญญาเฉลียวฉลาด มีความกตัญญู เป็นคนขยันขันแข็ง และสิ่งที่สำคัญมากก็คือเขาเป็นนักแม่นธนูที่หาผู้ใดในปฐพีจะเทียบได้ เมื่อโตเป็นหนุ่มก็ได้ผูกสมัครรัก ใคร่กับสาวสวยซึ่งเป็นลูกชาวนาที่หมู่บ้านใกล้ๆกัน ชื่อ “ฉังเอ๋อ”หรือ “ฉางเอ๋อ” ทั้งคู่รักใคร่และเหมาะ สมกันดังกับกิ่งทองใบหยก ใครๆก็ชื่นชมยินดีในความรักและการดูแลปรนนิบัติต่อกันและกันของทั้งคู่
ซึ่งยุคนั้นเป็นในช่วงปฐมกาลของโลก ได้มีปรากฏการณ์ “พระอาทิตย์”ซึ่งเป็นโอรสทั้ง ๑๐ องค์
ของเง็กเซียนฮ่องเต้(ประมุขแห่งสรวงสวรรค์)ได้แข่งขันกันส่องแสงสว่างมายังโลกมนุษย์ ทว่าการที่ โอรสทั้ง ๑๐ หรือพระอาทิตย์ทั้ง ๑๐ ดวงต่างสาดแสงแรงกล้ามายังโลกมนุษย์พร้อมกันนั้น ทำให้โลก ร้อนระอุและเกิดความแห้งแล้ง อีกทั้งข้าวยากหมากแพง และอดอยาก ทำให้ชาวโลกมนุษย์ สัตว์ต่างๆ และพืชทั้งหลายต่างอดอยากและล้มตายเป็นอันมาก หนุ่มโฮ่วอี้ได้ยินเสียงอธิษฐานและคำวิงวอนของ มนุษย์ที่เดือดร้อนแสนสาหัส จึงขออาสาจะขอร้องเง็กเซียนฮ่องเต้ให้ช่วยเหลือ จึงได้ทำการส่งกระแส จิตอธิษฐานขอร้องและได้ห้ามมิให้ดวงอาทิตย์ทั้ง ๑๐ ขึ้นสู่ท้องฟ้าพร้อมกัน ทว่าพระโอรสทั้งหมดซึ่ง กำลังดื้อและซนกลับไม่ยินยอมตามคำขอของเง็กเซียนฮ่องเต้ผู้เป็นพระบิดา ซึ่งได้รับการขอร้องและ อ้อนวอนจากโฮ่วอี้ผู้อาสาเป็นตัวแทนชาวโลกมนุษย์มาอีกทีหนึ่ง
เมื่อไม่ได้รับการช่วยเหลือ ดังนั้นโฮ่วอี้จึงขึ้นไปบน "ภูเขาคุนหลุน" แล้วเล็งศร(ธนู)ยิงดวงอาทิตย์
๙ ดวงตกลงไป เหลืออยู่เพียงดวงเดียวที่ส่องแสงมายังพื้นพิภพจนถึงทุกวันนี้ ทำให้โลกมนุษย์กลับ เข้าสู่ความสงบสุขอีกครั้งหนึ่ง ฝ่ายเง็กเซียนฮ่องเต้ทราบว่าพระโอรสทั้ง ๙ ได้ถูกธนูของโฮ่วอี้ยิงตก
และดับสลายไปก็พิโรธนัก ทรงตรัสแก่โฮ่วอี้ว่า “เจ้ารักใคร่โลกมนุษย์มากเสียจนกล้าทำลายแสงสว่าง แห่งสวรรค์เชียวหรือ ถ้าเช่นนั้น เจ้าจะถูกเนรเทศจากสวรรค์และไปอยู่กับมนุษย์ผู้ไร้ความเป็นอมตะ เหล่านั้นเสียเถิด”
ฝ่ายโฮ่วอี้นั้นกลับได้รับความชื่นชม สดุดี และยกย่องสรรเสริญให้เป็น “จักรพรรดิสวนจง”แห่ง
ราชวงศ์ถังและฉางเอ๋อก็ได้เป็นฮองเฮาคู่พระทัยด้วย ซึ่งพระองค์ได้ปกครองบ้านเมืองอย่างสงบสุขสืบมา
พระองค์และพระมเหสีก็รู้ว่าโดนเง็กเซียนฮ่องเต้สาปให้เป็นมนุษย์ธรรมดา ไม่ได้เป็นเซียนที่เป็นอมตะ ยืนยาวบนสรวงสวรรค์อีกแล้ว แต่ในพระทัยของพระนางฉางเอ๋อซึ่งอยากกลับไปเป็นเทพธิดา และมี สภาวะแวดล้อมที่ความสวยงามอันแวดล้อมอยู่ในสรวงสวรรค์เหมือนเดิมเมื่อหมดอายุขัยจากโลกมนุษย์แล้ว แต่ด้วยความรักและภักดีต่อสามีนางจำต้องอยู่รับชะตากรรมที่สามีได้ทำไว้ (ซึ่งเป็นบุญบารมีที่พระ โพธิสัตว์ต้องกระทำเพื่อช่วยชาวโลกมนุษย์ถึงแม้ตัวเองและคนรักจะต้องรับเคราะห์กรรมอย่างทุกข์ทรมานเพียงใดก็ตาม)
พระเจ้าโฮ่วอี้ได้พยายามสร้างคุณงามความดีทุกวิถีทางและเสาะแสวงหายาอายุวัฒนะเพื่อความ
เป็นอมตะ เพื่อจะได้กลับไปเป็นเซียนเหมือนเดิมเมื่อหมดอายุขัยจากโลกมนุษย์ในชาตินี้ จนกระทั่งวัน หนึ่งโฮ่วอี้ได้ขึ้นไปยอดเขา “คุนหลุน”เพื่อเยี่ยมมิตรสหายและศึกษาธรรมะ ในระหว่างเดินทางบังเอิญได้พบกับ “เจ้าแม่ซีหวังโม่”(ฮองเฮาแห่งสวรรค์) โฮ่วอี้จึงได้กราบขอความเมตตาและเห็นใจ ขอยา อายุวัฒนะจากพระนาง ซึ่งกล่าวกันว่ายานี้เมื่อกินเข้าไปแล้วจึงสามารถเหาะเหินขึ้นสวรรค์กลายเป็นเซียนทันที ซึ่งพระนางก็สงสารและเห็นใจ จึงตกลงให้ยา ๑ เม็ด แต่โฮ่วอี้ก็รักและสงสารภรรยาฉางเอ๋อ อยากให้นางกลับไปเป็นเซียนด้วยเหมือนกัน แต่เจ้าแม่ซีหวังโม่พระนางผู้เป็นใหญ่แห่งสรวงสวรรค์ไม่ยินยอมให้อีก แต่ก็ได้บอกให้ทั้งคู่ร่วมกันสร้างคุณงามความดีสะสมบุญบารมี โดยการปฏิบัติธรรมะเป็นระยะเวลาติดต่อกัน๑๒ เดือนจึงจะได้ยาอีก ๑ เม็ด โฮ่วอี้จึงได้ไปบอกภรรยาและชวนกันสร้างบุญบารมีและปฏิบัติธรรมะถือศีลกินเจอย่างเข้มงวดและครบ ๑๒ เดือนอย่างต่อเนื่องไม่ขาดตกบกพร่องแต่อย่างใด จนได้ยาอายุวัฒนะมาอีก ๑ เม็ดด้วยอำนาจแห่งบุญบารมีที่ร่วมกันทำนั้นเอง โฮ่วอี้ได้ให้ภรรยาเก็บไว้ทั้ง ๒ เม็ด ตอนแรกเก็บไว้ที่ลิ้นชักโต๊ะเครื่องแป้งของนาง แต่ตอนหลังย้ายขึ้นไปเก็บไว้บนเพดานห้องนอนเพราะกลัวคนอื่นจะรู้และมาขโมยไปกิน
ซึ่งในบ้านพักของทั้งคู่มีคนรับใช้ใกล้ชิดและฝากตัวเป็นศิษย์ของโฮ่วอี้เพื่อเรียนวิชายิงธนูด้วย
เป็นหนุ่มชื่อ “เผิงเหมิง”เป็นคนไม่ซื่อและเนรคุณ แอบได้ยินเรื่องราวของยาอายุวัฒนะ จึงอยากได้และจะนำมากินเพื่อจะได้เป็นอมตะและกลายเป็นเซียนนั้นเอง
วันหนึ่งเผิงเหมิงวางแผนการณ์ไว้ เมื่ออาจารย์จะพาลูกศิษย์ทั้งหลายไปฝึกธนูภาคสนามคือล่า
สัตว์ในป่า แต่ตัวเองแกล้งทำเป็นป่วยไม่สบาย เมื่อสบโอกาสก็ได้นำกระบี่ไปข่มขู่ให้ฉางเอ๋อมอบยาอายุวัฒนะมาให้กับตนเอง หากไม่ให้จะถูกฆ่าตาย พระนางฉางเอ๋อสู้ไม่ได้จำต้องยอม โดยนางขอ
บันไดปีนขึ้นบนชั้นเพดานที่เก็บยาไว้และได้ขอร้องให้เปิดหน้าต่างไว้ให้มีแสงสว่างเพราะมืดมองไม่เห็น เมื่อได้ยามาแล้วพระนางก็ตัดสินใจกลืนกินทันที แล้วรีบกระโดดออกทางหน้าต่างหวังให้ตกลงไปตายข้างล่าง ดีกว่าให้ยาแก่คนชั่วเช่นเผิงเหมิงคนเนรคุณคนนี้
แต่อนิจจาแทนที่ร่างของนางจะตกลงพื้นเบื้องล่าง แต่ร่างของพระนางได้ลอยขึ้นไปบนท้องฟ้าสูง
ขึ้นๆ กลายเป็นเทพธิดากลายเป็นเซียนบนสรวงสวรรค์ แต่พระนางยังรักและคิดถึงพระสวามีโฮ่วอี้จึงไม่อยากหนีไปไกล อยากอยู่ใกล้และเห็นหน้ากันบ้าง พระนางจึงได้ลอยไปอยู่ที่ดวงจันทร์ซึ่งใกล้กันกับโลกมนุษย์ซึ่งสามารถมองเห็นกันได้บ่อยๆนั้นเอง
เมื่อโฮ่วอี้กลับมาได้ทราบความจริงทุกอย่างจากสาวรับใช้ที่ทำสวนอยู่ ก็เศร้าโศก เสียใจ รักอาลัย
และห่วงหาภรรยาเป็นหนักหนา และโกรธเผิงเหมิงลูกศิษย์อกตัญญูอย่างยิ่งแต่ก็ทำอะไรไม่ได้เพราะได้หลบหนีไปไกลแล้ว เมื่อโฮวอี้ทราบว่าภรรยาได้กลายเป็นเทพธิดาและเป็นเซียนบนสวรรค์ก็โหยหาอยากพบหน้าและอยากอยู่ใกล้ชิดเช่นเดิม ในตอนกลางคืนของคืนวันนั้น(วันเพ็ญขึ้น ๑๕ ค่ำเดือน ๘) พระองค์ได้มาอยู่กลางแจ้ง เหม่อมองดูแต่ท้องฟ้าและคร่ำครวญอย่างทุกขเวทนา พระองค์ได้สังเกตเห็นว่า พระจันทร์คืนนี้ช่างสุกสว่างกว่าทุกวัน และพระองค์ยังเห็นเป็นรูปร่างของพระนางฉางเอ๋อบนดวงจันทร์อย่างชัดเจน และพระองค์ก็ได้เรียกคนอื่นๆมาดูด้วยกัน พระองค์ดีใจมาก เหล่าข้าทาสบริวารและชาวเมืองทั้งหลายก็เห็นและก็ดีใจที่อดีตเจ้าเหนือหัวของตัวเองได้กลายเป็นเทพธิดาและกลายเป็นเซียนอยู่บนดวงจันทร์ ต่างก็ดีใจต่างพากันกราบไหว้สักการะบูชาและเซ่นไหว้พระนางและยกย่องบูชาให้เป็นเทพธิดาพระจันทร์ตั้งแต่บัดนั้นเป็นต้นมา โดยเฉพาะหนุ่มสาวต่างขอพรให้ความรักของตนให้สมหวัง มั่นคงและยิ่งใหญ่เป็นอมตะเหมือนรักของพระนางกับโฮ่วอี้พระสวามี ถึงแม้ทั้งคู่จะโดนสาปก็ตาม แต่ทั้งคู่ก็รักและจริงใจและมั่นคงต่อกัน เป็นรักที่คู่กันเป็นอมตะ คือ “โลกคู่พระจันทร์” หรือ “พระจันทร์คู่โลก”ตราบนานเท่านานนั้นเอง
หมายเหตุ :
๑. “พระนางฉางเอ๋อ” หรือ “นางฟ้า” หรือ “เทพธิดาพระจันทร์” พระนางต้องอยู่บนดวงจันทร์
และโคจรอยู่รอบโลกเป็นบริวารของโลกและหมุนรอบโลกตราบนานเท่านานจนกว่าโลกและพระจันทร์จะสลายไป โดยบนดวงจันทร์นั้นพระนางอยู่คนเดียวอย่างอ้างว้างและเดียวดาย มีแต่กระต่าย(พระโพธิสัตว์)เป็นเพื่อนบนนั้น
๒. พระนางจะมีบางภพชาติได้มาเกิดและเป็นสามีภรรยากันกับโฮ่วอี้ที่บำเพ็ญบารมีพระ
โพธิสัตว์บนโลกมนุษย์ ในช่วงระยะเวลาสั้นๆแล้วก็ต้องมีอันแยกจากกันโดยมีข้อสังเกตคือจะจากกันไปด้วยน้ำ(ตายด้วยน้ำ)หรือทางอากาศ(เช่นพระนางฉางเอ๋อ)
๓. เทศกาลไหว้พระจันทร์หรือวันไหว้พระจันทร์ก็คือวันเพ็ญขึ้น๑๕ ค่ำ เดือน๘(ของจีน) ก็คือ
เพื่อรำลึกถึงเหตุการณ์วันนั้นนั้นเอง
ซ้ำขออภัยค่ะ
รูปประกอบ : Google
สิบเลขขายดี สลากตัวเลขสามหลัก N3 งวด 16/4/69
สะพานที่ข้ามแหล่งน้ำจืดที่มีความยาวมากที่สุดในประเทศไทย
5 อันดับจังหวัดที่ร้อนที่สุดในไทย
อยู่ดี ๆ คนก็แห่ไปลาว…สัญญาณบางอย่างกำลังจะเกิดขึ้น?
เปิดวาร์ป 5 จังหวัด ค่าครองชีพถูกม๊าก แต่คุณภาพชีวิตดีเว่อร์
3ชนิดต้นไม้ “หน้าบ้าน” ที่เน้นความสวยงามและความเขียวสดตลอดปี
5 เมืองสงบ ใช้ชีวิตสบาย ห่างไกลความวุ่นวาย
เครื่องบินรบรุ่นสุดทันสมัย ที่กองทัพของไทยต้องการซื้อมากที่สุด
5 เมนูอาหารไทย ที่ชาวต่างชาติติดใจที่สุด
รู้งี้มีติดบ้านไว้นานแล้ว… น้ำแข็งแช่ฟรีซ 7 ข้อดีที่หลายคนมองข้าม
ที่เที่ยวไทยคนน้อย ฟิวเหมือนไปต่างประเทศ..
ประเทศในอาเซียนที่ถือครองทองคำเยอะที่สุด
พื้นที่จังหวัดที่มาแรงที่สุดในฐานะเมืองหลวงแห่งที่2ของไทย
เครื่องบินตกกลางถนน เป็นภาพที่สร้างความตกใจให้กับชาวบ้านเป็นอย่างมาก
เมื่อน้ำดื่มกลายเป็นยาพิษ! เจาะลึก "ไซเบอร์โจมตี" ระบบประปา สงครามเงียบที่อันตรายกว่าระเบิด
พื้นที่เดียวของเมืองกรุงเทพมหานคร ที่อยู่ติดกับชายฝั่งทะเลอ่าวไทย

