โทมัส เอดิสัน มีชีวิตในโรงเรียนเพียง 3 เดือน
สวัสดีครับเพื่อนๆ มีนักวิทยาศาสตร์ นักประดิษฐ์คิดค้น ที่มีชื่อเสียงในอดีตหลายท่าน ที่ไม่ได้เกิดมาด้วยความเพียบพร้อมทุกอย่าง โทมัส อัลวา เอดิสัน ก็เช่นกัน ที่เคยแม้กระทั่งขายของบนรถไฟในวัยเยาว์ เพื่อนๆ ส่วนใหญ่เรียกเขาว่า อัล ในวัยเด็กเขาชอบสนใจเรื่องรอบตัว และมักจะถามคนอื่นๆ เพื่อให้ได้คำตอบและเข้าใจ อีกทั้งยังชอบทดลองทำอะไรด้วยตัวเองเสมอ จนครั้งหนึ่งเกือบทำให้รถไฟต้องมอดไหม้ไปทั้งขบวนเพราะเขาทำการทดลองบนรถไฟจนโดนจับโยนออกมา
เอดิสันในวัยเด็ก
เมื่อตอนอายุ 8 ขวบ เอดิสันเข้าเรียนในชั้นประถม เป็นโรงเรียนเล็กๆในโบสถ์ มีนักเรียนเพียง 48 คน มีครูเพียงสองคนคือ นายเอ็งเกิล และนางเอ็งเกิล (Engle) แต่ด้วยความที่เอดิสันมีมีนิสัยสนใจในสิ่งรอบตัว ไม่ใช่เนื้อหาในตำราคร่ำครึ สิ่งที่เขาสนใจถามครูจึงไม่ใช่เรื่องที่ครูสอน แต่เป็นเรื่องนอกตำรา นายและนางเอ็งเกิล จึงมักเรียกเขาว่าเป็นเด็กที่หัวขี้เลื่อย เมื่อมารดาทราบเรื่อง จึงไปพูดคุยกับคุณครูที่โรงเรียน หลังการพูดคุย เอดิสันต้องออกจากโรงเรียน โดยมารดาของเขาจะเป็นผู้สอนเอดิสันด้วยตนเอง หลังจากเข้าโรงเรียนได้ 3 เดือนเท่านั้น
เอดิสัน ชื่นชอบหนังสือนอกเวลาเล่มหนึ่ง ซึ่งมีภาพและเนื้อหาการทดลองทางวิทยาศาสตร์ที่ผู้อ่านทดลองเองได้ เขามีความสนใจที่จะทำการทดลองในหนังสือเป็นอย่างมาก
ใน ค.ศ. 1857 ขณะที่เอดิสันอายุได้ 10 ขวบ พ่อและแม่ของเขาจึงสร้างห้องใต้ดินเพื่อให้เอดิสันได้ทำการทดลองต่างๆ ในหนังสือ และเขาก็ได้ทำการทดลองมากมายในห้องใต้ดินนั้น
อย่างไรก็ดี ภายหลังเอดิสันได้พูดถึงแม่ของเขาว่า แม่เป็นผู้สร้างเขาขึ้นมา เธอเชื่อในความเป็นตัวเขา และเป็นกำลังใจให้เอดิสันใช้ชีวิตอย่างเข้มแข็ง และจะไม่ยอมทำให้แม่ผิดหวัง ทั้งที่ช่วงชีวิตในวัยเด็กของเอดิสันนั้นลำบากมาก เป็นทั้งคนขายหนังสือพิมพ์ ขายขนม และผักบนรถไฟ อีกทั้งยังประสบอุบัติเหตุทางการได้ยิน
เอดิสัน ใน ค.ศ. 1877
แต่เอดิสันก็ค้นพบพรสวรรค์ของตัวเองในการสร้างสรรค์นวัตกรรม จนกลายเป็นผู้ตั้งบริษัทสำคัญของโลก 14 แห่ง รวมถึง “เจเนอรัล อิเล็กทริก” หรือ จีอี ที่แข็งแกร่งมานับศตวรรษ แต่เพิ่งประสบปัญหาเมื่อไม่กี่ปีมานี้
หลอดไฟรุ่นแรกของโลก ไส้คาร์บอน ที่อดิสันประดิษฐ์เมื่อ ค.ศ. 1879
บ้านเกิดของเอดิสัน
เอดิสันมีปัญหาด้านการได้ยินเป็นผลมาจากไข้ดำแดงที่เขาเป็นในช่วงวัยเด็กและไม่ได้รับการรักษา ทำให้หูชั้นในของเขาติดเชื้อทำให้เขามีลักษณะเกือบจะเป็นหูหนวก แต่เมื่อตอนที่เขาได้ทำการทดลองอะไรสักอย่างบนขบวนรถไฟจนทำให้เกิดเพลิงไหม้ขึ้น เจ้าหน้าที่รถไฟโกรธมาก จึงตบเข้าที่หูของเอดิสันและโยนสารเคมีรวมทั้งตัวเขาออกมานอกรถ ซึ่งเชื่อต่อมาว่าเป็นเพราะครั้งนั้นจึงทำให้อาการทางการได้ยินของเอดิสันเลวร้ายลง
เอดิสันใช้ชีวิตอยู่กับบ้าน และเสียชีวิตในวันที่ 18 ตุลาคม ค.ศ. 1931 ด้วยโรคเบาหวาน และไตวาย ในขณะที่เขามีอายุ 84 ปี ที่เวสต์ออเรนจ์ (West Orange) รัฐนิวเจอร์ซีย์
ที่นำเรื่องนี้มาฝากก็เพราะอยากให้ทุกคนเห็นถึงความสำคัญของแม่ที่มองการไกลถึงการศึกษาของลูก เพราะหากวันนั้นยังปล่อยให้เอดิสันเรียนหนังสือแบบปกติ ตำนานนักประดิษฐ์ชื่อดังคนนี้คงไม่ได้ถูกบันทึกไว้ในหน้าประวัติศาสตร์อย่างแน่นอน ก็เป็นเรื่องราวของเอดิสันบางส่วนเท่านั้นครับ อ่านเพิ่มเติมได้ที่ลิ้งค์ด้านล่าง แล้วพบกันใหม่ครับ...mata
หมายเหตุ
โทมัส เอดิสัน มักจะถูกเข้าใจผิดว่าเป็นผู้คิดค้นหลอดไฟ แต่ในความเป็นจริงเขาเป็นบุคคลแรกที่จดสิทธิบัตรในการประดิษฐ์หลอดไฟจากนักวิทยาศาสตร์กว่า 20 คนที่คิดค้นหลอดไฟ และสามารถนำมาทำเป็นธุรกิจได้
เรียบเรียงโดย พรชัย สังเวียนวงศ์ (mata)
http://th.wikipedia.org/wiki/โทมัส_เอดิสัน
คนเป็นแสน แย่งชิงตำแหน่งงานเพียง 1,000 ตำแหน่ง
10วิทยาลัยที่น่าเรียนที่สุดในประเทศไทย
5 จังหวัดที่กำลังจะกลายเป็นเมืองหลวงแห่งที่ 2 จังหวัดไหนพุ่งแรงสุด
คณะที่เรียนยากที่สุด แต่คุ้มค่าที่สุดในระยะยาว
มีบ้านหลายหลัง เป็น "เจ้าบ้าน" ในทะเบียนบ้านได้กี่หลัง?
10 อันดับจังหวัดที่มีราคาที่ดินแพงที่สุดในภาคอีสาน
ภาษาท้องถิ่นในไทยที่ไม่มีตัวอักษรและไม่สามารถเขียนได้
15 ลักษณะของคนที่มี EQ ต่ำ
จังหวัดที่พูดภาษาเขมรมากที่สุดในประเทศไทย
2 ภาษา ที่มีคนใช้น้อยที่สุดในโลก
นิสัยจากวันเกิด
10 โรงเรียนเอกชน ที่เก่าแก่สุดในประเทศไทย
เพิ่งรู้ว่า มี 9 ประเทศแล้ว ทึ่แบนโซเชียลสำหรับเยาวชน
จังหวัดที่พูดภาษาเขมรมากที่สุดในประเทศไทย
สรุปดราม่า "พระสิ้นคิด" รุกป่า 12 ไร่ กรมป่าไม้ยืนยัน “ไม่จับ-ไม่ไล่ วัดอยู่ต่อได้”
จังหวัดที่มี"ป่า"น้อยที่สุดในประเทศไทย
ชีวิตคนไม่มีแอร์ในหน้าร้อน…อยู่ยังไงให้รอด?”