ปูมะพร้าว ชาวโพสต์จังพวกหล่อนรู้จักกันหรือเปล่า?
ปูมะพร้าว
จัดอยู่ในประเภทสัตว์ไม่มีกระดูกสันหลัง ไฟลัมอาร์โธรพอด เป็นสัตว์ที่วิวัฒนาการมาจากปูเสฉวน และเป็นสัตว์ขาปล้องขนาดใหญ่ที่สุดที่อาศัยอยู่บนพื้นดิน กิตติศัพท์ที่ว่าปูมะพร้าวสามารถเจาะลูกมะพร้าวด้วยก้ามอันทรงพลังนั้นเป็นที่รู้จักกันดี ในบางครั้งปูมะพร้าวถูกเรียกว่า ปูปล้น หรือ ปาล์มขโมย ทั้งนี้เนื่องจากปูมะพร้าวมักจะขโมยข้าวของเครื่องใช้ภายในบ้านที่ส่องประกาย อย่างเช่น หม้อ หรือถ้วยสแตนเลส บางคนเรียกปูมะพร้าวว่า ปูเสฉวนบก แต่อันที่จริงนอกจากปูมะพร้าวแล้ว ยังมีปูชนิดอื่นอีกที่จัดได้ว่าเป็นปูเสฉวนบกเช่นกัน นอกจากนี้ ปูมะพร้าวอาจมีชื่อเรียกต่างกันไปอีกในแต่ละที่
จนถึงปี พ.ศ. 2542 มีหลักฐานการพบปูมะพร้าวในประเทศไทยเพียง 3 ครั้ง ครั้งแรกเป็นในปี พ.ศ. 2530 เมื่อชาวประมงจับปูมะพร้าวได้ที่บริเวณเกาะสี่ ในหมู่เกาะสิมิลัน และได้ส่งปูตัวนั้นให้เรือจุฬาภรณ์มอบต่อให้สถาบันวิจัยชีววิทยาและประมงทะเล จังหวัดภูเก็ต ปัจจุบันปูตัวนี้แสดงอยู่ที่สถานแสดงพันธุ์สัตว์น้ำภูเก็ต (อะควอเรี่ยมแหลมพันวา) ส่วนหลักฐานอีกชิ้นเป็นซากสตัฟฟ์อยู่ที่ภาควิชาวิทยาศาสตร์ทางทะเล คณะประมง มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ซึ่งเป็นปูมะพร้าวที่ค่ายมวยจังหวัดระนองเลี้ยงไว้ โดยให้กินมันหมูเป็นอาหาร ปรากฏว่าปูชอบมากอยู่มาได้หลายปี เมื่อตายจึงส่งตัวอย่างให้ภาควิชา
จนเมื่อ พ.ศ. 2540 ขณะที่ทหารเรือจากกองเรือภาคที่ 3 เฝ้าไข่เต่าตนุอยู่ที่เกาะหนึ่ง ในหมู่เกาะสิมิลัน พบปูมะพร้าวน้ำหนักประมาณ 1 กิโลกรัม ออกมาหากินที่ชายหาดแถวนั้นเป็นประจำ โดยมีภาพถ่ายจากนาวาเอกวินัย กล่อมอินทร์ เป็นหลักฐาน อย่างไรก็ตาม เมื่อสถาบันวิจัยชีววิทยาและประมงทะเล จังหวัดภูเก็ต ส่งทีมงานเข้าไปสำรวจหาปูมะพร้าวที่เกาะหนึ่ง ในปี พ.ศ. 2542 ก็ไม่พบปูมะพร้าวแม้แต่ตัวเดียว กล่าวได้ว่าปูมะพร้าวเป็นสัตว์ที่พบเห็นได้ยากมากในเมืองไทย เช่นเดียวกับ หอยมือเสือยักษ์ หรือนกเจ้าฟ้าหญิงสิรินธร เลยทีเดียว
เป็นเรื่องน่ายินดีที่ในปี พ.ศ. 2542 เรือสำรวจแหล่งปลาทูน่าในทะเลสากลของกรมประมง เมื่อเดินทางไปสำรวจมหาสมุทรอินเดียแล้ว ได้นำปูมะพร้าวจำนวน 23 ตัว จากเกาะแอสซัมชัน ประเทศเซเชลส์ กลับมาประเทศไทยด้วย โดยเป็นตัวผู้ 4 ตัว และตัวเมีย 19ตัว ซึ่งตอนนี้เลี้ยงไว้ที่สถาบันวิจัยชีววิทยาและประมงทะเล จังหวัดภูเก็ต คาดว่าปูมะพร้าวที่นำมานี้จะเป็นประโยชน์อย่างมากต่อการศึกษาวิจัยเรื่องปูมะพร้าวในประเทศไทยต่อไป
อาหารหลักของปูมะพร้าวคือผลไม้ โดยเฉพาะมะพร้าว อย่างไรก็ดี อะไรอย่างอื่นที่เป็นชีวภาพ ปูมะพร้าวสามารถกินได้หมด ไม่ว่าจะเป็น ใบไม้ ผลไม้เน่า ไข่เต่า ซากสัตว์ และเปลือกของสัตว์อื่นๆ
การกระจายพันธุ์ของปูมะพร้าวจากเกาะหนึ่งไปหาอีกเกาะหนึ่งซึ่งอยู่ห่างไกลกัน เชื่อว่าปูเกาะขอนไม้ที่ลอยน้ำออกไปติดฝั่งมากกว่า เพราะปูมะพร้าวว่ายน้ำไม่เป็น
สำหรับในประเทศไทย นับตั้งแต่รายงานการพบปูมะพร้าวครั้งสุดท้ายเมื่อปี 2540 ก็ไม่มีรายงานการพบอีกเลยจนถึงปัจจุบัน นอกจากปูที่เลี้ยงไว้ที่สถานีวิจัยชีววิทยาและประมงทะเลจังหวัดภูเก็ตเมื่อปี 2542 และปูมะพร้าวที่สวนสัตว์ดุสิต(เขาดิน) นำมาเมื่อปี 2554 ก็ล้วนแต่นำเข้ามาจากต่างประเทศ ซึ่งหาชมได้ยากมาก เชื่อว่าสาเหตุส่วนใหญ่มาจากการถูกจับกินเป็นอาหารนั่นเอง
10 ความเชื่อผิด ๆ เรื่องชาร์จแบตมือถือ ที่หลายคนยังเข้าใจคลาดเคลื่อน
มารู้จัก “ตะขบยักษ์” ผลไม้พื้นบ้านลูกโต รสหวาน ปลูกง่าย
ที่มาและความสําคัญประวัติศาตร์คลองแสนแสบสายน้ําเส้นเลือดใหญ่คนเมือง
4 รถแห่ที่มีค่าจ้างที่แพงที่สุด
10 นักร้องลูกทุ่งไทยที่มีค่าจ้างงานแสดงสูงที่สุด
ทำไมช่องประตูตู้เย็นควรเก็บเครื่องปรุง ไม่ใช่นมหรืออาหารสด
ก่อนเป็นสีน้ำเงิน ตู้ไปรษณีย์สหรัฐฯ เคยใช้สีอะไรมาแล้วบ้าง?
108 ท่าบนเตียง มีอะไรบ้าง Sex position ท่าเด็ดบนเตียง
เหรียญ 10 มูลค่า 1 ล้านบาท
มูเตลูริมน้ำ! เช็กอิน 'วัดท่าเจดีย์' สองพี่น้อง สัมผัสความสงบ ขอพรไอ้ไข่ในบรรยากาศสุดชิลล์
มหัศจรรย์เกาะวัดกลางทะเลที่น้ำทะเลล้อมรอบ
10 นามสกุลที่พบเห็นบ่อยในไทย มีทั้งแซ่จีนและนามสกุลไทย



